บทบรรณาธิการ : 25 กันยายน 2569

ฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย
เกมบนกระดานการเมืองขยับตัวอย่างน่าสนใจ หลังจากประธานวิปฝ่ายค้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีคำโอดครวญ หรือปฏิกิริยาดื้อดึงใดๆ จากพรรคสีเขียว มิหนำซ้ำท่าทียังคล้ายกับว่า ขอถอนตัวออกไปด้วยความเต็มใจ
โดยไม่อิดออด
มีสองเหตุผลหลักๆ ที่ประธานวิปฝ่ายค้านอธิบายถึงการปรับทัพฝ่ายค้านในครั้งนี้ คือ พรรคกล้าธรรมแหกมติวิปฝ่ายค้าน เพราะไปโหวตสนับสนุนเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 โดยไม่แยแสแม้แต่จะใช้วิธีการงดออกเสียง และข้อที่สอง อันนี้สำคัญมากคือไม่ชัดเจนต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
จึงมีคำถามว่า เกมการเมืองที่แปลกๆ แบบนี้ จะเปลี่ยนทิศไปยังไงต่อไป เพราะปกติเราเคยเห็นแต่การถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรี หรือบีบยุบสภาอะไรก็ว่ากัน ส่วนการขับหรือถอนตัวออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังไม่เคยปรากฏอย่างเป็นทางการแบบนี้มาก่อน และยังไม่มีพรรคไหนกล้าทำ
ที่วิเคราะห์ฟันธงกันไว้ก็คือว่า นี่คือการตีตั๋วเตรียมเข้าร่วมรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายเท่าใดนัก เพราะช่วงก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในทำนองนี้มาโดยตลอด อยู่ที่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า เกมจะออกมาหน้านี้ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าพรรคกล้าธรรมจะยืนอยู่ในสถานะไหน ใช่เป็นฝ่ายค้านอิสระหรือไม่
โดยเสถียรภาพของรัฐบาลวันนี้ ไม่ได้อยู่บนเสียงปริ่มน้ำ แต่มีเสียงสนับสนุนเกือบ 300 เสียง เพราะฉะนั้น พรรคภูมิใจไทยคงไม่ด่วนได้ใจร้อนรีบดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลในเร็ววันนี้ เพราะต้องมาจัดโควตารัฐมนตรีกันใหม่ให้เสียอารมณ์ จึงอาจจะให้ยืนอยู่ในสถานะเป็นพรรคฝ่ายคอยไปพลางก่อนเพื่อบล็อกเกมในพรรคร่วมหากเกิดพยศในอนาคต
อย่าลืมว่า ในเวลาอันใกล้นี้ พรรคฝ่ายค้าน ยื่นซักฟอกแน่นอน และคดีฮั้วสว.กับคดีเขากระโดงจะต้องถูกนำมาเป็นประเด็นสำคัญใช้บดขยี้พรรคภูมิใจไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งพรรคเพื่อไทยในฐานะที่เคยมาทั้งสองคดี ย่อมจะต้องถูกจี้ถาม และลากเข้าสู่การแสดงจุดยืนกลางสภา นี่คือความละเอียดอ่อนที่พรรคเพื่อไทยต้องมีคำตอบผ่านการลงมติว่าจะอุ้มกันต่อหรือจะพยศแตกหัก
ขณะเดียวกันในพรรคฝ่ายค้าน แม้ประกาศเปิดตัว 5 พรรคพันธมิตรฯในวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ อันประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทรวมพลัง ที่เติม
เข้ามาใหม่ ถ้าหยิบดูตามเนื้อผ้า น่าจะมีเพียง 2 พรรค คือ ประชาชน กับ ประชาธิปัตย์ ที่เป็นหลัก
ในการขับเคลื่อนเกมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ฉะนั้น จึงน่าจับตาว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ พรรคประชาชนจะแสดงบทบาทการเป็นฝ่ายค้านหรือแค่ฝ่ายแค้นในศึกซักฟอก เพราะในอีกมุมหนึ่งยังมีพรรคประชาธิปัตย์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นฝ่ายค้านมืออาชีพคอยกดดันอยู่ในที หากท้ายที่สุดแล้วไม่มีอะไรในกอไผ่ การเลือกเล่นเกมเขี่ยพรรคกล้าธรรมออกไปก็เท่ากับถวายเสียงประเคนใส่พานให้รัฐบาลอนุทินอยู่ไปแบบยาวๆ เท่านั้นเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

