คอลัมน์ : กฎ กติกา ธุรกิจ

อาสาพยาบาลชุมชน ถูกต้องและดีจริงหรือ?
อาสาพยาบาลชุมชน หรือ อสพ. เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ภายใต้โครงการอาสาพยาบาลชุมชนของกระทรวงสาธารณสุข ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกำลังเสริมในระบบสุขภาพปฐมภูมิ ทำหน้าที่ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพประชาชนในระดับชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
โครงการนี้ มีกรอบงบประมาณในระยะแรกปีพ.ศ. 2570 ประมาณ 1,100 - 1,400 ล้านบาท เพื่อจัดจ้าง อสพ. อัตราตำบลละ 1 คน รวม 7,256 อัตรา และมีแผนการขยายในปี พ.ศ. 2571 เป็น 20,000 อัตรา ใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท และในปี พ.ศ. 2572 ขยายให้ครบทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ประมาณ 75,668 อัตรา จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นสูงถึง 13,600 ล้านบาทต่อปี
ผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็น อสพ. จะได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ 15,000 บาท หน้าที่หลักของ อสพ. คือ รับผิดชอบ ดูแล และสนับสนุนการทำงานร่วมกับ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และหน่วยบริการปฐมภูมิ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต. ชื่อเดิมคือ สถานีอนามัย)
อสพ. เน้น 4 กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) แม่และเด็ก ผู้ป่วยจิตเวช และผู้ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด และงานปฏิบัติการเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ เช่น ตรวจวัดสัญญาณชีพ ทำแผลเบื้องต้นป้องกันแผลกดทับ ติดตามการใช้ยา และเยี่ยมบ้านในชุมชนเพื่อดูแลสุขภาพตามแผนการดูแล (Care Plan)
คุณสมบัติผู้สมัคร และหลักสูตรอบรม อสพ. แบ่งเป็น 3 กลุ่มวุฒิการศึกษา (อายุ 22 - 70 ปี) คือ กลุ่มแรก พยาบาลวิชาชีพเกษียณ (มีใบประกอบวิชาชีพฯ, บุคคลอายุไม่เกิน 70 ปี) กำหนดใช้เวลาผ่านการอบรม 1 สัปดาห์ (30 ชั่วโมง) กลุ่มที่สองผู้จบปริญญาตรีด้านสุขภาพ บุคคลอายุไม่เกิน 65 ปี กำหนดใช้เวลาผ่านการอบรม 2 เดือน (240 ชั่วโมง) และกลุ่มที่สาม ผู้จบปริญญาตรีทั่วไป (สาขาอื่นๆ, บุคคลอายุไม่เกิน 60 ปี) กำหนดใช้เวลาผ่านการอบรม 4 เดือน (480 ชั่วโมง)
โครงการ อสพ. นี้ ได้รับข้อท้วงติงจากสมาพันธ์แพทย์และสมาชิกวุฒิสภา ในประเด็นความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจและภาระงบประมาณภาครัฐ ซึ่งอาจมีความซ้ำซ้อนกับการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีอยู่แล้วกว่า 1 ล้านคน และมีข้อเสนอแนะให้นำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในการบรรจุ และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพหรือบุคลากรทางการแพทย์ในระบบหลักแทน
นอกจากนี้ ยังมีข้อท้วงติงจากเครือข่ายวิชาชีพพยาบาล เช่น สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย และสภาการสาธารณสุขชุมชน ในประเด็นขอบเขตอำนาจหน้าที่การทำเวชกรรม/หัตถการบางประการ โดยเฉพาะ อสพ. ที่ผ่านการอบรมระยะสั้น (240 ชั่วโมง สำหรับผู้จบปริญญาตรีทั่วไป) โดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ การทำหัตถการ เช่น ทำแผล ใส่สายสวน หรือฉีดยา รวมทั้งการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดอาจเข้าข่ายมีความผิดหรือขัดต่อกฎหมายวิชาชีพพยาบาลได้
อาสาพยาบาลชุมชน หรือ อสพ. เมื่อมีคำว่า “พยาบาล” แทรกอยู่ด้วยอย่างเป็นทางการประชาชนคนทั่วไปย่อมมีความคาดหวังสูงว่า อสพ. จะปฏิบัติหน้าที่ได้จริงเหมือนพยาบาล
ประเด็นที่สำคัญคือ ข้อท้วงติงทางการเมืองที่โครงการนี้ ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกตั้งข้อสงสัยว่า รัฐบาลอาจใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ เป็นฐานเสียงให้แก่พรรคแกนนำรัฐบาล หรือพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในคราวต่อไปโดยอาศัยงบประมาณของรัฐในโครงการนี้หรือไม่? อย่างไร?
ผลการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนของนิด้าโพล เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 51.76 ระบุว่า “ไม่เคยรับรู้ และไม่เข้าใจ” เกี่ยวกับโครงการอาสาพยาบาลชุมชน
แม้ว่าโครงการอาสาสมัครพยาบาลชุมชน อสพ. จะเป็นโครงการที่มีภาพดูดีและน่าสนใจ แต่ประชาชนยังเคลือบแคลงด้วยความไม่แน่ใจ และมีข้อสงสัยทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นอย่างไร โครงการนี้ จะเริ่มดำเนินการในปีพ.ศ. 2570 อย่างแน่นอน
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
Twitter : @RujiraBunnag
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

