หุ้นเด่น : 22 สิงหาคม 69 ‘กำไรตามคาด’

‘กำไรตามคาด’
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator ระบุ บมจ.นีโอ คอร์ปอเรท (NEO) 2Q26 กำไร 209 ล้านบาท +159% y-y และ +119% q-q กำไรตามคาดจากยอดขายฟื้นตัวแรงทั้งในและต่างประเทศ : 2Q26 การดำเนินงานฟื้นตัวแรงทั้ง y-y และ q-q จากยอดขายทั้งในและต่างประเทศกลับมาฟื้นตัวแรง โดยในไทยได้ผลบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ส่งผลให้ยอดขายอยู่ที่ 3,050 ล้านบาท +18% y-y +11% q-q โดยยอดขายในประเทศ (92%) อยู่ที่ 2,810 ล้านบาท +22% y-y +8% q-q ส่วนต่างประเทศ (8%) ยอดขายอยู่ที่ 240 ล้านบาท -13% y-y ยังได้รับผลจากยอดขายในกัมพูชาที่หายไป แต่ +53% q-q จากยอดขายในเวียดนามที่กลับมา
อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 38.4% จาก 37.9% q-q จากยอดขายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มของใช้สำหรับเด็ก แต่ลดลงจาก 38.7% y-y จากสัดส่วนรายได้กลุ่มของใช้ในครัวเรือนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลงมาอยู่ที่ 29.4% จากการออกสินค้าใหม่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายลดลงยังโตดีกว่าอุตสาหกรรม : มูลค่าตลาด 6 เดือนแรกของปี 2026 บริษัทโตได้ดีมากกว่าตลาด กลุ่มของใช้ในครัวเรือน น้ำยาซักผ้าตลาด +20% y-y แต่บริษัทบวกถึง 34% y-y กลุ่มน้ำยาปรับผ้านุ่มตลาด +6% y-y แต่บริษัท +23% y-y กลุ่มของใช้ส่วนตัว สบู่อาบน้ำตลาด +10% y-y แต่บริษัท +18% y-y โรลออนตลาด +5% บริษัท +9%
ปรับประมาณการขึ้น 22% จากแนวโน้มยอดขายทำได้ดีกว่าคาด : มาตรการรัฐที่ออกมายังเป็นปัจจัยหนุนยอดขายให้โตได้ดี โดยแนวโน้มยอดขายเดือนล่าสุดยังโตระดับ 2 หลัก y-y ขณะที่แนวโน้มราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์เริ่มปรับลงมา รวมถึงการใช้วัตถุดิบทดแทนช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวใน 2Q26 ได้
ส่วนครึ่งปีหลัง 2026 คาดจะเห็นค่าใช้จ่ายขายและบริหารเร่งตัวขึ้นจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น เรามีปรับประมาณการผลการดำเนินงานปี 2026 ขึ้น 22% ภายใต้ยอดขาย 12,220 ล้านบาท +14% y-y และปรับอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 38.2% จากแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ลดลง รวมถึงการใช้วัตถุดิบทดแทน อีกทั้งยอดขายที่เพิ่มขึ้นจะมาจากกลุ่มร้านค้าดั้งเดิมที่มีอัตรากำไรที่ดีกว่า แต่ปรับค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเป็น 31.4% ปรับกำไรสุทธิเป็น 622 ล้านบาท +11% y-y
จากการปรับประมาณการขึ้นทำให้เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมเป็น 27 บาท อีกทั้งเราคาดว่าแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลเท่ากับปีที่แล้วที่ 1.35 บาทต่อหุ้น มีความเป็นไปได้จากการเลื่อนขยายกำลังการผลิตออกไป โดยระดับดังกล่าวผลตอบแทน 5.8% ต่อปี
ที่มา..บล.ลิเบอเรเตอร์

