จิตแพทย์ ชี้ เป็นซึมเศร้าหายได้ เปิดวิธีเยียวยา ด้วยการยอมรับตัวเอง-ปลดล็อกอัตตา

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ได้โพสต์ข้อความหัวข้อ "เป็นซึมเศร้าหายได้จากการยอมรับตัวเอง (Acceptance)"
โดยระบุว่า การ "ยอมรับตัวเอง (Self-Acceptance)" และการปล่อยวาง "อัตตา (Self-as-Context)" เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความทรมานทางจิตใจในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้อย่างมหาศาล เพราะวงจรของความเศร้าส่วนใหญ่มักถูกหล่อเลี้ยงด้วย การตัดสินตัวเอง (Self-Judgment) และ ความคิดโทษตัวเอง (Self-Blame)
📍 ACT (Acceptance and Commitment Therapy) กับการปลดล็อกอัตตา
ในทางจิตบำบัดรูปแบบ ACT มองว่า มนุษย์เรามักจะติดดักอยู่ในความคิดของตัวเอง และพยายามต่อสู้หรือหลีกเลี่ยงความรู้สึกแย่ๆ ซึ่งยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งทรมาน ACT จึงใช้หลักการสำคัญ 2 ประการที่ตรงกับที่คุณเล่าเลยครับ:
• Self-as-Context (มองตัวเองเป็นพื้นที่ ไม่ใช่ความคิด): เปรียบตัวเองเหมือน "ท้องฟ้า" ส่วนอารมณ์เศร้าหรือความคิดว่า "เราไม่ดีพอ" เป็นเพียง "ก้อนเมฆ" ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เราไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับความคิดลบนั้น และไม่ต้องพยายามวิ่งไล่แก้ไขก้อนเมฆตลอดเวลา
• Acceptance (การยอมรับตามจริง): ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการเลิกแบกความคาดหวังที่สมบูรณ์แบบ ยอมรับว่าเราเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ทำถูก และทำผิดพลาดได้ โดยไม่นำเอาความผิดพลาดนั้นมานิยามคุณค่าทั้งหมดของความเป็นคน
📍 จุดตัดระหว่างจิตวิทยาการบำบัดและหลักธรรมะ
ความน่าสนใจคือ ทั้งจิตเวชศาสตร์ยุคใหม่และธรรมะต่างชี้ไปที่ต้นตอเดียวกัน:
1. การละอัตตา (Ego Release): ความทุกข์เกิดจากการยึดมั่นถือมั่นว่า "ฉันต้องสำเร็จ" "ฉันต้องดีพอ" พอไม่เป็นไปตามเป้า สมองก็เกิด Cognitive Dissonance และวนลูปโทษตัวเอง การเข้าใจว่าไม่มีตัวตนที่ต้องไปพิสูจน์กับใคร (อนัตตา) ช่วยปลดล็อกความเครียดสะสมได้ทันที
2. การเจริญสติ (Mindfulness / Vipassana): การฝึกสติทำให้เราเห็นความคิดโทษตัวเองเกิดขึ้น ดับไป โดยเราทำหน้าที่เป็นเพียง "ผู้สังเกตการณ์" (Observer) ไม่หลงไปตัดสินหรือปรุงแต่งต่อ
📍 ข้อควรระวังทางการแพทย์
แม้การยอมรับตัวเองจะเป็นกลไกการรักษาที่ทรงพลังมาก แต่ในมุมมองทางการแพทย์:
• ภาวะสารเคมีในสมองไม่สมดุล: ในเคสที่เป็น Major Depressive Disorder (MDD) ระดับปานกลางถึงรุนแรง สารเคมีในสมองและวงจรประสาทจะทำงานผิดปกติรุนแรง จนสมองส่วนหน้า ไม่สามารถประมวลผลการยอมรับหรือทำจิตบำบัดได้อย่างเต็มที่
• การรักษาแบบผสมผสาน: การใช้ ยารักษาโรคซึมเศร้า ในช่วงแรก จะช่วยปรับฐานอารมณ์และสารเคมีให้คืนสู่ระดับปกติ เพื่อให้ผู้ป่วยมีพลังงานและความคิดที่ปลอดโปร่งพอที่จะมาฝึกการยอมรับตัวเอง ทำ ACT หรือเจริญสติได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
ข้อสรุป: การยอมรับตัวเองไม่ได้แปลว่าเราหยุดพัฒนา แต่คือการหยุดทำร้ายตัวเองด้วยความคิด และรับผิดชอบเพียงการกระทำในปัจจุบันตามที่คุณสรุปไว้อย่างงดงามครับ
ใครเคยผ่านช่วงเวลาซึมเศร้าหรือความเครียดหนักๆ แล้วได้จุดเปลี่ยนจากการ "เลิกตัดสินตัวเอง" หรือการทำจิตบำบัด/ธรรมะบ้าง ลองคอมเมนต์มาแชร์มุมมองกันได้นะครับ!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

