แก๊งติดอาวุธบุกถล่มชุมชนในเฮติ ดับอย่างน้อย 47 ราย ชาวบ้านเดือดจี้รัฐเร่งคุ้มครอง

สถานการณ์ความรุนแรงในเฮติยังน่าเป็นห่วง หลังเกิดเหตุแก๊งติดอาวุธบุกโจมตีชุมชน เคนส์คอฟฟ์ (Kenscoff) บนพื้นที่สูงเหนือกรุงปอร์โตแปรงซ์ในช่วงกลางดึก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 ราย และบาดเจ็บ 22 ราย ตามข้อมูลของสหประชาชาติ
เหตุการณ์เกิดขึ้นราว 22.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยชุมชนดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สามารถมองเห็นเส้นทางเข้าสู่เมืองหลวง และเคยถูกแก๊งติดอาวุธโจมตีมาแล้วหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา จนประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้าน
กลุ่มสิทธิมนุษยชนเฮติประเมินว่า เหตุโจมตีครั้งนี้อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 30-40 ราย และบาดเจ็บ 15-20 ราย แต่ยอมรับว่ายังไม่สามารถประเมินตัวเลขที่แน่นอนได้

ด้านรัฐบาลเฮติประณามเหตุการณ์ว่าเป็น “การโจมตีที่โหดร้าย” พร้อมให้คำมั่นว่าจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านกลับเรียกร้องให้หัวหน้าตำรวจท้องถิ่นลาออก โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปกป้องประชาชนได้ แม้เหตุสังหารจะเกิดขึ้นห่างจากสถานีตำรวจเพียงไม่กี่นาที
ข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่า ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2025 พื้นที่เคนส์คอฟฟ์เผชิญการโจมตีหลายครั้ง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 260 ราย บ้านเรือนราว 200 หลัง ถูกทำลายหรือเผา และประชาชนประมาณ 3,000 คน ต้องหลบหนีออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ยังเกิดเหตุข่มขืน ลักพาตัว วางเพลิง และขโมยปศุสัตว์ตามมาอีกหลายครั้ง

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า บ้านหลายหลังถูกเผา รวมถึงบ้านของ ฌอง วิลเลียม ปาเป ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขชื่อดังของเฮติ ขณะที่หัวหน้าตำรวจแห่งชาติเฮติยืนยันว่า เจ้าหน้าที่พยายามต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธอย่างเต็มที่
เหตุความรุนแรงครั้งล่าสุดยังเพิ่มความกังวลต่อแผนจัดการเลือกตั้งของเฮติในเดือนธันวาคม ซึ่งหากเกิดขึ้นตามกำหนดจะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังการเลือกตั้งถูกเลื่อนซ้ำหลายครั้ง เนื่องจากแก๊งติดอาวุธยังคงขยายอิทธิพลในเมืองหลวงและพื้นที่โดยรอบ
ขณะเดียวกัน กองกำลังปราบปรามแก๊งที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ ซึ่งมีภารกิจช่วยตำรวจเฮติต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังพลเป็นมากกว่า 5,500 นาย ภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่ากองกำลังดังกล่าวจะเข้ามาเสริมความปลอดภัยในเคนส์คอฟฟ์ได้เร็วเพียงใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

