เปิดสาเหตุช็อก 'ปัสสาวะ' นักปีนเขาละลายธารน้ำแข็งหิมาลัยมหาศาล คาดเป็นต้นเหตุน้ำป่าทะลักเนปาล-ทิเบต

2 กันยายน 2569 จากกรณีน้ำป่าพัดถล่มชายแดนเนปาล-ทิเบต อย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นเพียงเวลาไม่กี่วินาทีได้สร้างความกังวลอีกครั้ง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าบริเวณ 'เอเวอเรสต์ ' ภูเขาที่สูงที่สุดในโลกเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ธารน้ำแข็งรอบๆ บริเวณนั้นละลาย และของเสียจากมนุษย์เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้
สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง The NewYork Times ได้เปิดงานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ในวารสาร Regional Environmental Change ได้ออกมาเปิดเผยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นต่อธารน้ำแข็ง 'คุมบู' (Khumbu Glacier) งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยทีมงานนานาชาติซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่สำรวจอาวุโสจากกระทรวงการจัดการที่ดินของเนปาล พบว่าการมีอยู่ของนักปีนเขาบนแคมป์ ปล่อยพลังงานความร้อนมากพอที่จะละลายน้ำแข็งและหิมะได้เกือบ 2,500 ตันต่อปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ
นักปีนเขา ไกด์ท้องถิ่น รวมถึงเจ้าหน้าที่สนับสนุนหลายพันคนจะไปตั้งฐานที่ตั้งแคมป์อยู่ทางฝั่งเนปาลของ 'เอเวอเรสต์' แคมป์เหล่านั้นได้กลายเป็นเมืองชั่วคราวขนาดย่อมที่แออัดไปด้วยเต็นท์ประมาณ 1,600 หลัง เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า และ แคมป์เหล่านั้น จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรา เช่น ร้านกาแฟ ไวไฟความเร็วสูง ห้องอาบน้ำอุ่น และพื้นที่สามารถทำความร้อน การบริหารแคมป์ขนาดใหญ่เช่นนี้ตลอดระยะเวลา 50 วัน ต้องใช้พลังงานเชื้อเพลิงจำนวนมหาศาล

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023 ผู้ประกอบการใช้ ก๊าซ LPG ไป 824 ถัง น้ำมันก๊าด 18,935 ลิตร และน้ำมันเบนซิน 5,130 ลิตร เพื่อให้ความร้อน การปรุงอาหาร และการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดำเนินต่อไปได้
โดยผลกระทบของสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ที่พลังงานความร้อนสูงถ่ายเทสู่สิ่งแวดล้อมจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง รวมกับความร้อนจากของเสียของมนุษย์ ที่มีปริมาณมากถึงประมาณ 849,174 เมกะจูล ในช่วงฤดูกาลปีนเขาเพียงปีเดียว ปริมาณพลังงานนี้เพียงพอที่จะละลายน้ำแข็ง และหิมะบนธารน้ำแข็งได้ 2,492 ตัน หากเปลี่ยนเป็นของเหลว น้ำแข็งที่ละลายแล้ว 2,500 ตัน จะมีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะเติมสระว่ายน้ำโอลิมปิกมาตรฐานสากลได้
พบว่าของเสียจากร่างกายมนุษย์ และ ระดับความสูงปัจจัยที่ไม่คาดคิดที่ทำให้เกิดการละลายของน้ำแข็งในบริเวณนี้มาจาก "ปัสสาวะของมนุษย์" เพื่อต่อสู้กับภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงในที่สูง นักปีนเขาจำเป็นต้องดื่มน้ำเป็นปริมาณมากขึ้น ส่งผลให้มีการขับปัสสาวะออกมามากกว่า 6,000 ลิตรต่อวัน ส่วน 'อุจจาระ' จะถูกรวบรวมไว้ในถังเก็บ และขนลงจากภูเขาแต่ของเสียที่เป็นของเหลวมักจะถูกทิ้งลงบนธารน้ำแข็งโดยรอบ
ซึ่งเรื่องนี้ตรงกับนักวิจัยที่ได้คำนวณว่าความร้อนที่ถ่ายเทจาก 'ปัสสาวะ' เพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุของการละลายของน้ำแข็งประมาณ 154 ตันในแต่ละปี โดยความเสี่ยงในอนาคตตัวเลขจากการศึกษาครั้งนี้ยังคงต่ำกว่าความเป็นจริง

นักวิจัย ระบุอีกว่า การคำนวณของพวกเขานั้น ยังไม่รวมความร้อนที่เกิดจากการบินของเฮลิคอปเตอร์ , ความร้อนจากร่างกายโดยตรงของนักปีนเขาหลายพันคน และสัตว์ที่ใช้ในการขนส่ง เช่น จามรี การรวมตัวแปรเหล่านี้จะทำให้ผลกระทบจากมนุษย์โดยรวมสูงขึ้นไปอีก
ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกยังคงเป็นสาเหตุหลักของการถอยร่นของธารน้ำแข็งทั่วเทือกเขาหิมาลัย นักวิจัย เตือนว่า การรวมกิจกรรมของมนุษย์อย่างหนาแน่นและแหล่งความร้อนเทียมไว้บนธารน้ำแข็งที่เปราะบางอยู่แล้วนั้นไม่ยั่งยืนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

