เช็กด่วน! "7 สีปัสสาวะ" สัญญาณเตือนโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย

ร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรถึงเราหรือไม่? "สีของปัสสาวะ" อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะสีของปัสสาวะในแต่ละวันสามารถสะท้อนถึงภาวะสุขภาพได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่พฤติกรรมการดื่มน้ำ ไปจนถึงการเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายที่อาจซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว
พญ. ชโลธร ระบุว่า โดยปกติแล้วปัสสาวะที่บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีคือ สีเหลืองใสหรือเหลืองอ่อน แต่หากปัสสาวะมีการเปลี่ยนแปลงของสีไปจากนี้ อาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงภาวะสุขภาพที่แตกต่างกันออกไป โดยแบ่งออกเป็น 7 ลักษณะสีที่ต้องหมั่นสังเกต ดังนี้
- สีใสเหมือนน้ำ แม้จะดูสะอาด แต่อาจหมายถึงการดื่มน้ำมากเกินความจำเป็นจนทำให้ร่างกายเสียสมดุลเกลือแร่ และในบางกรณีอาจเชื่อมโยงกับโรคตับหรือโรคไตได้
- สีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม เป็นสีที่ปกติที่สุดซึ่งเกิดจากสารยูโรโครม (Urochrome) หากดื่มน้ำน้อยสีจะเข้มขึ้น หรืออาจเกิดจากการรับประทานวิตามินบีบางชนิด
- สีแดงหรือชมพู หากไม่ได้ทานอาหารสีเข้ม เช่น บีทรูท หรือกระเจี๊ยบแดง นี่อาจเป็นสัญญาณของ "ภาวะปัสสาวะเป็นเลือด" ซึ่งเสี่ยงต่อโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ นิ่วในไต หรือปัญหาต่อมลูกหมาก
- สีส้ม อาจเกิดจากภาวะขาดน้ำ การรับประทานยา หรือปัญหาการทำงานของตับและถุงน้ำดี (โดยเฉพาะหากมีอาการผิวเหลืองหรืออุจจาระซีดร่วมด้วย)
- สีน้ำตาลเข้ม เป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรง โรคตับ หรือโรคกล้ามเนื้อสลายตัว (Rhabdomyolysis) ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ควรรีบพบแพทย์ทันที
- สีฟ้าหรือสีเขียว พบได้น้อย มักเกิดจากยา สีผสมอาหาร หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในทางเดินปัสสาวะ
- สีขาวขุ่น บ่งบอกถึงการมีสารอื่นเจือปน เช่น หนอง หรือเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือการตกตะกอนของโปรตีนและเกลือแร่
วิธีรับมือเมื่อพบว่าปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ
ทางการแพทย์แนะนำว่า หากสังเกตเห็นปัสสาวะมีสีเข้ม เบื้องต้นให้ประเมินพฤติกรรมการดื่มน้ำของตนเอง โดยควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (หรือมากกว่านั้นหากอยู่กลางแจ้ง) รวมถึงสามารถทานผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่น แตงโม หรือส้ม เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายเสียน้ำ เช่น ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม
อย่างไรก็ตาม มีความเชื่อผิด ๆ ที่ว่าการปัสสาวะบ่อย ๆ เป็นเรื่องดี แต่แท้จริงแล้วหากปัสสาวะบ่อยเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้เช่นกัน
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?
หากปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำแล้วปัสสาวะยังมีสีเข้มมาก มีสีแดง ชมพู น้ำตาล หรือขุ่นเป็นฟอง ร่วมกับมีอาการปัสสาวะแสบขัดหรือออกน้อย ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไต หรือความผิดปกติในระบบขับถ่ายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
สำหรับผู้ที่สังเกตพบความผิดปกติ หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพไต สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาและรับการวินิจฉัยอย่างตรงจุด
ขอบคุณข้อมูลจาก พญ. ชโลธร แต้ศิลปสาธิต จากสถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต โรงพยาบาลพระรามเก้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

