สถิติพุ่งปรี๊ด 10 เท่า! คนไทยแห่ทำ "พินัยกรรมขอตายดี" ทะลุแสนราย... พาเจาะลึกคืออะไร พร้อมแจกวิธีทำออนไลน์ด้วยตัวเอง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยข้อมูลที่น่าสนใจผ่านแฟจเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาตื่นตัวกับการวางแผนชีวิตในระยะสุดท้ายมากขึ้น โดยพบยอดผู้ทำ “พินัยกรรมขอตายดี” ผ่านระบบออนไลน์ พุ่งสูงขึ้นกว่า 10 เท่า จากหลักพันสู่เกือบหนึ่งแสนราย!
จากเหตุการณ์ความสูญเสียหลายครั้งที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้หลายคนเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตในช่วงสุดท้าย หนึ่งในทางเลือกที่กำลังได้รับความสนใจคือการทำ “พินัยกรรมขอตายดี” (Living Will) เพื่อระบุความต้องการด้านการรักษาพยาบาลไว้ล่วงหน้า ในกรณีที่วันหนึ่งผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาวะที่จะสามารถสื่อสารหรือตัดสินใจด้วยตัวเองได้
ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ระบุว่า ตัวเลขของประชาชนที่แสดงเจตนาทำพินัยกรรมขอตายดีผ่านระบบออนไลน์ (e-Living Will) เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 8,000 คน ปัจจุบันพุ่งสูงถึงเกือบ 100,000 คน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของคนไทยที่เปิดรับและมองเรื่องความตายเป็นสิ่งที่สามารถเตรียมตัวเพื่อจากไปอย่างสงบได้มากขึ้น
รู้จัก “สมุดเบาใจ” เครื่องมือที่เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
เมื่อพูดถึงการทำพินัยกรรมขอตายดี หลายคนจะนึกถึงแคมเปญ #สมุดเบาใจ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนไทยเข้าถึงสิทธินี้ได้ง่ายขึ้น
สมุดเบาใจ คืออะไร และทำงานอย่างไร?
สมุดเบาใจ คือ “แบบฟอร์มพินัยกรรมชีวิต” (Living Will) รูปแบบหนึ่ง ที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยกลุ่ม Peaceful Death ให้มีลักษณะเป็นสมุดบันทึกที่อ่านง่าย ใช้ภาษาเป็นมิตร ไม่ซับซ้อนเหมือนเอกสารทางกฎหมายทั่วไป
การทำงานของสมุดเบาใจ คือการให้ผู้ใช้ได้ทบทวนตัวเองและ “ติ๊กเลือก” ความต้องการของตนเองในระยะสุดท้ายของชีวิต โดยครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่
- การดูแลสุขภาพ ระบุชัดเจนว่าต้องการหรือไม่ต้องการการยื้อชีวิตทางการแพทย์ที่สร้างความทรมาน เช่น การเจาะคอ การปั๊มหัวใจ หรือการสอดท่ออาหาร
- ความสุขสบาย ความต้องการเรื่องสถานที่ดูแล (เช่น อยากพักรักษาตัวที่บ้านหรือโรงพยาบาล) และการจัดการความปวด
- การจัดการเรื่องส่วนตัวและทรัพย์สิน การจัดการร่างกาย งานศพ และข้อสั่งเสียต่าง
- การแต่งตั้งผู้แทน ระบุชื่อบุคคลที่ไว้วางใจให้เป็น “ผู้ตัดสินใจแทน” ในยามที่เราไม่สามารถสื่อสารได้
เมื่อกรอกสมุดเบาใจเสร็จสมบูรณ์และมีพยานเซ็นรับรอง เอกสารฉบับนี้จะมีผลทางกฎหมายทันที และสามารถใช้สื่อสารกับครอบครัวรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ได้
ทำความเข้าใจใหม่ ขอตายดี ไม่เท่ากับ “ไม่รับการรักษา”
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการทำ Living Will คือการปฏิเสธการรักษาทุกชนิดหรือการเร่งให้เสียชีวิต (Euthanasia) ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
หากผู้ที่ทำพินัยกรรมประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยหนัก แต่แพทย์ประเมินว่า “ยังมีโอกาสรักษาให้หาย” หรือกลับมาใช้ชีวิตได้ ผู้ป่วยจะยังคงได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ตามมาตรฐานทางการแพทย์
พินัยกรรมขอตายดี จะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาการรักษา ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ “วาระสุดท้ายของชีวิต” ที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้แล้วเท่านั้น โดยเน้นไปที่การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) เพื่อลดความเจ็บปวด บรรเทาความทรมาน และปล่อยให้ร่างกายได้จากไปตามธรรมชาติอย่างสงบ ตามสิทธิใน พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12
เหตุผลที่ทุกคนควรวางแผนล่วงหน้า
เมื่อถึงเวลาที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารได้ ภาระอันหนักอึ้งมักตกอยู่กับ “ครอบครัว” ที่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้แพทย์รักษาต่อแบบใด การมีพินัยกรรมขอตายดีไว้ล่วงหน้า จะเป็นเสมือนเข็มทิศที่ช่วยให้ญาติและทีมแพทย์ทราบความต้องการที่แท้จริงของผู้ป่วย ซึ่งจะช่วย
- ลดความขัดแย้งและข้อพิพาทในหมู่เครือญาติ
- ปลดล็อกความรู้สึกผิดในใจของครอบครัวที่ต้องเป็นคนตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจ
- ลดการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์กับการรักษาที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะสุดท้าย
ขั้นตอนการทำ e-Living Will ออนไลน์
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถจัดทำหนังสือแสดงเจตนาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Living Will) ได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนดังนี้
- เข้าสู่เว็บไซต์ e-livingwill ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
- สมัครสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โดยยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
- กรอกรายละเอียดเพื่อลงทะเบียน รอรับอีเมลยืนยันจากระบบ
- ล็อกอินเข้าสู่ระบบอีกครั้งที่หน้าหลัก
- กรอกข้อมูลและกำหนดความต้องการเกี่ยวกับการดูแลในวาระสุดท้ายให้ครบถ้วน จากนั้นตรวจสอบและกดยืนยัน
- หนังสือแสดงเจตนาจะถูกจัดเก็บในระบบอย่างปลอดภัย ผู้ทำสามารถเรียกดู พิมพ์ ส่งต่อให้ญาติ แก้ไข หรือยกเลิกได้ตลอดเวลาด้วยตนเอง
(หมายเหตุ: สถานพยาบาลที่ลงทะเบียนในเครือข่าย สามารถค้นหาข้อมูลในระบบนี้ เพื่อนำเจตนารมณ์ของผู้ป่วยไปประกอบการวางแผนการรักษาได้ทันที)
การเตรียมตัวรับมือกับความตายไม่ได้หมายถึงการแช่งตัวเอง แต่คือการมอบ "ของขวัญชิ้นสุดท้าย" ให้กับคนที่เรารัก เพื่อให้เราได้จากไปอย่างสงบ และผู้ที่ยังอยู่ก็สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ด้วยความ "เบาใจ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

