'อภิสิทธิ์' อัดรัฐบาลเล่นเกมสภาหนีซักฟอก กกต. เตือนครอบงำองค์กรอิสระส่อล้มล้าง รธน.

'อภิสิทธิ์' อัดรัฐบาลเล่นเกมสภาหนีซักฟอก กกต. เตือนครอบงำองค์กรอิสระส่อล้มล้างรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านจ่อลุยศึกอภิปรายฯ ต.ค.นี้
วันที่ 4 กันยายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดใจผ่านรายการ "เที่ยงเจอกัน" ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร วิพากษ์การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการใช้กลไกสภาเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ พร้อมเตือนถึงวิกฤตการครอบงำองค์กรอิสระ และเผยความพร้อมของฝ่ายค้านในการเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วกว่ากำหนด
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า มีความพยายามอย่างชัดเจนจาก สส. พรรครัฐบาลในการเล่นเกมสภา เพื่อสกัดกั้นไม่ให้วาระการพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าสู่ที่ประชุม โดยใช้เทคนิคอ้างความเร่งด่วนของญัตติปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาแทรก ทั้งที่ฝ่ายค้านได้เสนอญัตติเรื่องภาคใต้ไว้ก่อนแล้ว นายอภิสิทธิ์มองว่าเจตนาดังกล่าวคือการหลีกเลี่ยงการพูดถึง กกต. เนื่องจากมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนมีข้อกล่าวหาค้างอยู่จาก กกต. ซึ่งเกี่ยวพันกับเรื่องคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง
ในประเด็นการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ นายอภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะมาชี้แจงหรือรับฟังในสภา และมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาแทน สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลอาจมองปัญหาภาคใต้เป็นเพียงเรื่องของฝ่ายความมั่นคงและการใช้กฎอัยการศึก โดยไม่มีความชัดเจนเรื่องนโยบาย "การเมืองนำการทหาร"
นอกจากนี้ ยังวิจารณ์สไตล์การทำงานของนายกฯ ว่าเป็นการบริหารแบบเอกชนที่เน้นการมอบหมายงานให้แต่ละกระทรวงไปจัดการกันเอง แต่ขาดความเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางนโยบายระดับชาติที่ต้องบูรณาการร่วมกัน พร้อมฝากข้อคิดถึงนายกฯ ว่า "ผมก็ไม่ขอมากนะ ขยันมาสภาเท่ากับที่ขยันไปโผล่ในโซเชียลมีเดียเนี่ย ผมพอใจนะ" โดยย้ำว่าการสร้างภาพลักษณ์หรือสไตล์ส่วนตัวเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องไม่ทำให้เนื้อหาสาระสำคัญในการบริหารประเทศสูญหายไป
นายอภิสิทธิ์ได้ขยายความถึงคำว่า "ล้มล้าง" โดยระบุว่า หากกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญถูกทำลายผ่านการครอบงำองค์กรอิสระ ระบบนิติรัฐก็จะเกิดปัญหา ยกตัวอย่างเช่น สว. ชุดปัจจุบันที่มีข้อครหาเรื่องที่มา กลับมีอำนาจในการเลือกและรับรองบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ หากเครือข่ายเหล่านี้ยึดโยงกับพรรคการเมืองที่มีอำนาจฝ่ายบริหาร การกระทำที่เป็นกระบวนการเพื่อยึดครองกลไกเหล่านี้ ก็ไม่ต่างจากการล้มล้างรูปแบบการปกครองที่ถูกวางเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ
สำหรับทิศทางการทำงานของฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์เปิดเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนดการเดิม คือประมาณเดือนตุลาคมนี้ เนื่องจากปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลสะสมอย่างรวดเร็ว โดยเป้าหมายหลักไม่ได้อยู่ที่การโหวตล้มรัฐบาลในสภา แต่อยู่ที่การนำข้อมูลความไม่ชอบมาพากลและความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินมาตีแผ่ให้ประชาชนได้รับทราบ
นายอภิสิทธิ์ทิ้งท้ายด้วยการแสดงความกังวลต่ออนาคตของประเทศ โดยระบุว่าเสถียรภาพทางการเมืองที่รัฐบาลกล่าวอ้างนั้น ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหรือสังคมให้ดีขึ้น แต่กลับมีความชัดเจนเฉพาะเรื่องการสะสมอำนาจและข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ในโครงการต่างๆ พร้อมเตือนผู้มีอำนาจว่า ความแข็งแกร่งที่ตั้งอยู่บนความไม่ถูกต้อง ท้ายที่สุดแล้วจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะสังคมไม่สามารถทนอยู่บนความไม่ถูกต้องได้ตลอดไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

