ซาอุฯ สั่งปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญ East-West Pipeline หลังถูกโดรนถล่มหนักหลายจุด

12 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างจากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 ราย เปิดเผยว่า ระบบท่อส่งน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีด้วยวัตถุพุ่งชนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้เกิดไฟไหม้บริเวณสถานีสูบน้ำมัน
กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวในพื้นที่เขตริยาด และ มาดินาห์ ถูกโจมตีเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (ตามเวลาท้องถิ่น) ยืนยันว่าท่อส่งน้ำมันถูกโจมตี และมีการสั่งปิดระบบเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน
การสั่งปิดท่อส่งน้ำมันครั้งนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน หลังจากถูกโจมตีหลายจุด ซึ่งท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West Pipeline) นี้มีความยาว 1,200 กิโลเมตร ทอดยาวข้ามคาบสมุทรอาหรับ ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากช่วยให้สามารถขนส่งน้ำมันดิบเพื่อการส่งออกไปยังทะเลแดงได้โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมนกำลังกระชับอำนาจในทะเลแดง ซึ่งเมื่อรวมกับการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานทั้งสองฝั่งของคาบสมุทรอาหรับ และส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกกลับมาสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง
ด้านยาห์ยา ซารี โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวในแพลตฟรอ์มเทเลแกรมเมื่อวานนี้ว่า การเดินเรือยังคงปลอดภัยสำหรับบริษัทเดินเรือทุกแห่ง ยกเว้นเรือของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อห้ามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

โดยแหล่งข่าวจากรัฐบาลเยเมน 4 แหล่ง เปิดเผยกับรอยเตอร์ส ว่า กลุ่มฮูตีได้เดินทางถึงเกาะเปริม ซึ่งเป็นเกาะยุทธศาสตร์ใน 'ช่องแคบบับ เอลมันเดบ' (Bab el-Mandeb) เมื่อวานนี้ เพื่อควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลกในสงครามตะวันออกกลางที่กำลังขยายวงกว้าง ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าว 2 แหล่งจากรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียและได้รับการยอมรับในระดับสากล กล่าวว่า กองกำลังของรัฐบาลได้ถอนตัวออกจากเกาะเปริมแล้ว และกลุ่มฮูตีได้ยึดเมืองดูบับบนแผ่นดินใหญ่ชายฝั่งทะเลแดง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกาะเปริมด้วย
ซึ่งหากว่า 'กลุ่มฮูตี' สามารถควบคุม ช่องแคบบับ เอลมันเดบ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของคาบสมุทรอาหรับได้ ก็อาจทำให้อิหร่าน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มฮูตีได้เปรียบอย่างมากในสงครามกับสหรัฐฯ โดยจะลดปริมาณการขนส่งผ่านเส้นทางหลักอีกเส้นทางหนึ่ง และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
รายงานข่าวระบุว่าหนึ่งในเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสถานีสูบน้ำมันที่ตั้งอยู่ติดกับแนวท่อส่งได้รับความเสียหาย โดยภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกเมื่อวันศุกร์ (ตามเวลาท้องถิ่น)ปรากฏร่องรอยความเสียหายจากไฟไหม้อย่างหนักบริเวณสถานีสูบน้ำมันแห่งหนึ่ง ขณะที่ภาพจากสถานีสูบน้ำมันอีกแห่งซึ่งบันทึกเมื่อวันพฤหัสบดี (ตามเวลาท้องถิ่น) แสดงให้เห็นไฟกำลังลุกไหม้และมีควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่ เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้โจมตี หรือแนวท่อส่งน้ำมันได้รับความเสียหายโดยตรงหรือไม่ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เกิดจากโดรนที่บินมาจากอิรัก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

