ซาอุดีอาระเบีย เตือน กลุ่มฮูตี อย่าล้ำเส้นแดง หลังส่งโดรนท้าทาย พุ่งเป้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 'นครเมกกะ'

16 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสนับสนุนรัฐบาลเยเมน กล่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดและทำลายโดรนของกลุ่มฮูตีทางตอนใต้ของนครเมกกะได้ ก่อนที่โดรนจะเข้าสู่น่านฟ้าต้องห้ามเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์ 'นครเมกกะ' ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม และเป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวมุสลิมทั่วโลกเคารพ อีกทั้งเป็นศูนย์กลางพิธีฮัจญ์ประจำปี ซึ่งมีชาวมุสลิมหลายล้านคนเดินทางมาร่วมพิธี
พลตรีตูร์กี อัล-มาลิกี โฆษกกองกำลังพันธมิตร กล่าวว่า ความปลอดภัยของมัสยิดศักดิ์สิทธิ์สองแห่งของอิสลามและผู้แสวงบุญถือเป็น "เส้นแดง" พร้อมยืนยันว่ากองกำลังพันธมิตรจะใช้มาตรการที่จำเป็นและมีผลยับยั้งต่อกลุ่มฮูตี เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความพยายามครั้งที่สองที่กลุ่มฮูตีมุ่งเป้าไปยังนครเมกกะ โดยครั้งก่อนเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งฝ่ายพันธมิตรกล่าวว่า กลุ่มฮูตีได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลมายังพื้นที่ดังกล่าว
ต่อมากลุ่มฮูตีปฏิเสธข้อกล่าวหาของซาอุดีอาระเบีย โดยฮาเซม อัล-อัสซาด สมาชิกสำนักงานการเมืองของกลุ่ม โพสต์ผ่านเอ็กซ์ ว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีเมกกะเป็น "คำโกหก" ที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ และกลุ่มฮูตีไม่มีเจตนาคุกคามนครเมกกะ

ซึ่งก่อนหน้านี้ (15 ก.ย.) ซาอุดีอาระเบีย ออกประกาศเตือนภัยในนครเมกกะ และพื้นที่หลายแห่งทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับเยเมน โดยการแจ้งเตือนในเมกกะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ โดย 1 วันก่อนหน้านั้น การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากเยเมนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 13 คนในพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย
นอกจากการโจมตีทางอากาศ กลุ่มฮูตียังประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และโจมตีเรือของซาอุฯ ในทะเลแดง หลังสามารถยึดพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนได้เป็นวงกว้าง รวมถึงพื้นที่ใกล้ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน การควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งต้องใช้เส้นทางทะเลเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
ซาอุดีอาระเบียและอียิปต์จึงเรียกร้องให้มีการรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือทั้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ขณะที่กาตาร์เตือนว่า หากช่องแคบบับ เอล-มันเดบถูกปิด อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกันกลุ่มฮูตีได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทาง กลุ่มฮูตี กล่าวหาว่า ซาอุดีอาระเบียโจมตีทางอากาศ 52 ครั้งในเยเมนภายในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนวันอังคาร (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยอ้างว่าเป้าหมายบางแห่งเป็นพื้นที่พลเรือน รวมถึงโรงเรียนและสะพาน ขณะที่ฝ่ายซาอุฯ ยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

