รัฐบาลจะไปรอดไหม? อดีตบิ๊ก ศรภ. วิเคราะห์ยิบ 7 ข้อดี 5 ข้อเสี่ยงทางการเมือง

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า รัฐบาลจะไปรอดไหม!
ฤดูหนาวควรมาถึงแล้ว แต่สายฝนก็ยังพิรี้พิไร ไม่ยอมจากไปสักที ในโลกยุคนี้ ไม่ใช่โลกเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้น ฤดูต่างๆยังไม่ก้าวก่ายวาระกันมากนัก แต่ปีนี้ ฝนยังเล่นการเมืองเลย คนธรรมดาๆจะไปเหลืออะไร จึงมีคนถามกันมามากครับ ว่ารัฐบาลจะไปรอดไหม กล้าตอบไหม ผมจึงขอตอบแบบเดาๆเอาตามสื่อต่างๆ
อย่างเป็นกลางครับ ว่า
ภาพรวมของรัฐบาลในปัจจุบันยังไปได้ครับ เพราะ
1.ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส 2 และยังมีมาตราการ พยุงคนจน ตามมาอีกมาก จนจำไม่หมด
2.ความขัดแย้งไทย /เขมร กำลังก่อตัวขึ้นใหม่ทั้ง ทางด้านทหาร และ ทางการทูต ผู้คนก็ยังต้องการรัฐบาลที่กล้าทะเลาะกับ ฮุนเซนอยู่ครับ เพราะทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่กลัวฮุนเซน แต่ ก็ไม่กล้ากับฮุนเซน
3.วิกฤติการณ์น้ำมันรอบใหม่ มีแนวโน้มจะหนักขึ้นได้อีกง่ายๆ พอที่จะเห็นๆกันอยู่ คงมีน้อยคนที่อยากเปลี่ยนรัฐบาลที่ต้องมาเรียนรู้กลไกการติดต่อซื้อน้ำมันใหม่อีก
4.ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาปราบจีนเทา กลุ่มสแกมเมอร์ ไม่เคยสำเร็จและยังมีการแสวงปะโยชน์ประโยชน์อีกด้วย แต่รัฐบาลชุดนี้ผมว่าทำจริงกว่าทุกรัฐบาล แม้จะทำท่าเกรงอกเกรงใจใครบางคนอยู่บ้างก็ตาม แต่สุดท้ายก็ทำจริงจังขึ้นมา
5.การฮั้ว สว. นั้น ปัจจุบัน “ ภาระ ” ไปอยู่ที่ กกต.แล้ว ผนวกกับ การ สืบสวนใหม่ของ กกต. ซึ่งจำเป็นต้องลงมือป้องกันตัวเองโดยรื้อฟื้นการฮั่ว สว.ของกลุ่มส้มขึ้นมาอีก 3 คดี ซึ่งแต่ละคดีมีเนื้อความที่ถูกกล่าวหา ไม่ต่างไปจากการกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ทั้งการเช่าห้องประชุม “จูปีเตอร์ที่เมืองทองธานีฯ โดยมีผู้ร่วมประชุม 300 กว่าคน เดินทางมาพบปะกันที่ห้องประชุม โดยอ้างว่าไม่มีการนัดหมายกันมาก่อน แต่มีการลงทะเบียนแล้วถามความคิดเห็นเรื่อง ม.112 ด้วย มีการให้สวมริสแบนด์ 3 สี ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าว เก็บโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เรื่องนี้ถึงขนาด ที่ สว.นันทนา บอกว่า ”ถูกเอาคืน“ การสู้ตายของ กกต.ในครั้งนี้ ได้ทำให้การโจมตีเรื่องฮั้ว สว.ลดน้อยลงไป หมดสนุกเลยครับ
6.รัฐบาลนี้ อยู่ไม่ค่อยเป็น ไม่เหมือนรัฐบาลอื่นๆครับ เรื่องที่ทำไป แต่ผลอาจทำให้รัฐบาลเกิดศัตรูเพิ่มขึ้นนั้น ถ้าเป็นรัฐบาลอื่น เค้าจะพยายามหลีกเลี่ยง เพื่อให้รัฐบาลสามารถเดินไปข้างหน้าได้ โดยมอบหมายให้ส่วนงานอื่นรับผิดชอบชลอไว้ แต่รัฐบาลนี้รับทำหมด ศัตรูถึงเพียบไปหมด ตั้งแต่ขบวนการขนยาเสพย์ติด ของหนีภาษี บ่อนการพนัน จีนเทา ยิวเทา ปลอมบัตรประชาชน โกงข้อสอบ ฯลฯ เริ่มตั้งแต่ทางภาคเหนือมาสุดชายแดนใต้ “ ได้ใจประชาชนก็จริง แต่ก็สร้างศัตรูที่กล้าแข็งขึ้นมามากมาย “ ปัจจุบันก็ไปรื้อ Thai Pbs และ สสส. ซึ่งหลายรัฐบาลจ้องจะรื้อแต่ไม่มีใครกล้าลงมือ รัฐบาลนี้ ” ช่างกล้านัก “ ผู้น้อยขอชมเชย
7.รัฐบาลนี้ยอมเสียโค้วต้า รมต.กระทรวงสำคัญไป 3 กระทรวง เอาคนดีคนเก่งมาช่วยรัฐบาล ซึ่งก็คุ้มครับ รมว.3 ท่านนี้ได้ทำงานมามากจนทำประชาชนเกรงใจ ไม่ค่อยออกมาด่ารัฐบาลมากนัก
ยังมีอีกหลายเรื่อง แต่ถ้าเขียนมาก พวกสายต้านรัฐบาลจะหาว่าผมไปรับตังค์มาแล้ว ผมรู้จัก ส.ส.ทุกพรรคเป็นการส่วนตัวหลายคนครับ แต่รับรองได้ว่าไม่รู้จักคนใน พรรคภูมิใจไทยเป็นส่วนตัวเลยสักคน เว้นแต่บังเอิญไปเจอกันในงานต่างๆ เค้าก็ยกมือไหว้เท่านั้น น่าจะเป็นเพราะผมอายุมากเป็นประเด็นหลัก ที่ทำให้พวกเขายกมือไหว้ ก็เท่านั้นเองจริงๆ
ทั้ง 7 เรื่องตามที่กล่าวไปแล้ว มากพอที่จะทำให้รัฐบาลไปต่อได้ แม้ว่า
(1) การโจมตีเรื่องฮั้ว สว.จะยังไม่ยุติลงเด็ดขาด เพราะมีการปล่อยข้อมูลในเชิงประจักษ์ทยอยออกมาเรื่อยๆ แต่เรื่องนี้รัฐบาลก็โชคดี เพราะไม่ได้ไปเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง
(2) ส่วนการไปต่อของ รัฐบาล ก็ต้องระวัง เรื่องความศรัทธาของประชาชนที่ลดลงมาเรื่อยๆ ต่อพรรคภูมิใจไทย
(3) เครือข่ายผู้เสียผลประโยชน์จากการถูกปรามปราบเรื่องธุรกิจที่ผิดกฏหมยอย่างหนัก นั้นอาจจะรวมตัวกันออกมากดดันต่อรัฐบาลได้ในหลายรูปแบบ
(4) การสื่อสารต่อประชาชน ของรัฐบาล มีน้อยมากไปโอกาศที่รัฐบาลจะพลาดพลั้ง จึงมีมากพอๆกันกับ ปัจจัยสนับสนุนรัฐบาลในทางที่ดี
(5) ปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องน้ำท่วม นอกกรุงเทพ นั้นรัฐบาลต้องทำให้เร็ว เหมือนช่วยกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ “ ข้าวน้ำ ” อย่าให้ขาด ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

