บทความพิเศษ : 'นิทานแห่งความดี' ลูกเสือไทยทำถุงยังชีพไว้ใช้เอง เตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน

ปลายเดือนตุลาคม 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี และบีบีซี รายงานตรงกันว่า รัฐบาลหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สวีเดน ฟินแลนด์ เยอรมนี สิงคโปร์ ไต้หวัน และญี่ปุ่น ออกคำแนะนำให้ประชาชน “สำรองอาหาร น้ำดื่ม และของจำเป็นไว้ที่บ้าน 3–14 วัน เพื่อเตรียมรับภัยพิบัติ”
ทำไมต้องสำรองของจำเป็น? เพราะภัยพิบัติเกิดได้หลายแบบ ทั้งน้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว โรคระบาด ไฟไหม้ เหตุไม่สงบ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือแม้แต่คนในบ้านป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล
เมื่อเกิดเหตุในระยะแรก ถนนอาจถูกตัดขาด รถส่งของอาจมาไม่ได้ ไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ตอาจดับ เราต้องพึ่งตัวเองและช่วยกันในชุมชน
โดยทั่วไป ผู้ประสบภัยมักรอรับถุงยังชีพจากรัฐบาลและมูลนิธิต่าง ๆ ซึ่งมักมีเพียงข้าวสาร ปลากระป๋อง และบะหมี่สำเร็จรูป
แต่ลูกเสือไทยไม่ควรรอของแจก เพราะลูกเสือสามารถทำถุงยังชีพไว้ใช้เองล่วงหน้า ให้ดีกว่าของที่นำมาแจก

ลูกเสือไทยไม่ควรรอให้เกิดภัยพิบัติแล้วจึงเริ่มเตรียมตัว แต่ต้องเตรียมสิ่งจำเป็นไว้ล่วงหน้า เพื่อดูแลตนเองและครอบครัว และเมื่อมีโอกาสก็พร้อมแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น”
“เปลี่ยนจากผู้รอคอยความช่วยเหลือ เป็นผู้ที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น”
คติของเรื่องนี้คือ: “เตรียมให้พร้อมในวันนี้ เพื่อรับมือภัยพิบัติในวันหน้า”
เป้าหมายของลูกเสือ
“มีของจำเป็นพร้อมใช้ และหยิบเป้ฉุกเฉินออกจากบ้านได้ภายใน 15 นาที เมื่อจำเป็นต้องอพยพ”
เตรียมเป็น 3 ระดับ จำง่าย ๆ
ระดับ 1: ของใช้ประจำทุกวัน (EDC) เช่น นกหวีดลูกเสือ ไฟฉายเล็ก รายชื่อเบอร์โทรฉุกเฉิน บัตรประชาชน บัตรเครดิต และเงินสดเล็กน้อย
ระดับ 2: เป้ฉุกเฉิน (Go Bag) สำหรับออกจากบ้าน 1–3 วันแรก เช่น ยาประจำตัว เสื้อกันฝน อาหารพร้อมกิน น้ำดื่มขวดเล็ก น้ำหนักต้องเหมาะกับคนสะพาย — เด็ก ๆ ไม่ควรให้หนักเกิน 10% ของน้ำหนักตัว
ระดับ 3: คลังสำรองประจำบ้าน (Home Reserve 10 วัน) มีน้ำ อาหาร ยา ของใช้ พอสำหรับทุกคนในบ้าน รวมสัตว์เลี้ยงด้วย
ไม่ต้องทำพร้อมทุกอย่าง — เริ่มจาก 5 อย่างนี้ก่อน
ถ้าเพิ่งเริ่มและงบจำกัด อย่าเพิ่งซื้อของเยอะ ให้เริ่มจาก 5 อย่างที่สำคัญที่สุดก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีละส่วนเมื่อมีโอกาส:
1. น้ำดื่ม อย่างน้อย 3 วันแรก
2. ยาประจำตัว ของทุกคนในบ้าน สำรองให้มากที่สุดเท่าที่หมออนุญาต
3. ไฟฉาย + ถ่านสำรอง + พาวเวอร์แบงก์
4. เงินสดแบงก์ย่อย ใส่ซองกันน้ำ แยกเก็บ 2 จุด
5. สำเนาเอกสารสำคัญในซองกันน้ำ และเก็บภาพถ่ายไว้ในมือถือและ Cloud
มีครบ 5 อย่างนี้ก็อยู่ได้ในวิกฤตส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือค่อยเติมทีละนิด
เริ่มจากภัยที่เกิดบ่อยในท้องถิ่นของเรา
ก่อนจัดลำดับของ ให้ถามตัวเองว่าบ้านเราเจอภัยแบบไหนบ่อยที่สุด แล้วเตรียมของตามภัยนั้นก่อน เช่น:
• ที่น้ำท่วมซ้ำซาก — เตรียมของยกสูง สำรองน้ำสะอาดไว้มากเป็นพิเศษ รู้เส้นทางอพยพที่ไม่ผ่านทางน้ำลึก
• คอนโดหรืออาคารสูง — เตรียมไฟฉายและพาวเวอร์แบงก์ให้พิเศษ เพราะลิฟต์และไฟฟ้าดับกระทบหนัก
• พื้นที่ชายฝั่งหรือแนลั่นดินไหว — เตรียมของกันน้ำเข้าบ้าน และเป้ฉุกเฉินที่หยิบได้ทันที

ในเป้และลังประจำบ้านควรมีอะไรบ้าง
1. น้ำ — สำคัญอันดับหนึ่ง
คนเราอดอาหารได้หลายวัน แต่อดน้ำได้ไม่กี่วัน
• น้ำดื่มและปรุงอาหาร: อย่างน้อย 2–3 ลิตร / คน / วัน — อังกฤษแนะนำ 3 ลิตร (รวมดื่มและปรุงอาหาร) เยอรมนีแนะนำ 2 ลิตร สวีเดนแนะนำเก็บ 20 ลิตรต่อคนพอ 1 สัปดาห์
• น้ำใช้: แยกอีก 2–3 ลิตร / คน / วัน ไว้ล้างมือ ล้างหน้า
• ถ้าเตรียม 10 วัน แปลว่าประมาณ 30–50 ลิตรต่อคน — ฟังดูเยอะแต่ทำได้จริงโดยค่อย ๆ เก็บสะสม
วิธีเก็บ: ใช้ขวดน้ำฝน ขวดน้ำขาย หรือขวดใส่น้ำประปาที่ปิดฝาสนิท วางในที่ร่มไม่โดนแดด (ป้องกันตะไคร่) เขียนวันที่เก็บ และใช้น้ำเก่าก่อนน้ำใหม่
บ้านที่มีที่เหลือ ควรมีถังสำรองน้ำประปาขนาด 1,000 ลิตรไว้ในบ้าน เผื่อประปาขัดข้อง
วิธีทำให้น้ำดื่มปลอดภัย:
1. กรองตะกอนให้ใส
2. ต้มให้เดือดพล่านอย่างน้อย 1 นาที หรือ
3. ใช้ยาเม็ดฆ่าเชื้อตามฉลาก
ข้อระวังสำคัญ:
• การกรองด้วยทราย ถ่าน และผ้า หรือเรซิน ยังไม่ทำให้น้ำปลอดภัยจากเชื้อโรค
• การต้มน้ำจนเดือดฆ่าเชื้อโรคได้ แต่กำจัดสารเคมีไม่ได้ — ถ้าสงสัยว่าน้ำปนสารเคมี ให้ใช้แต่น้ำขวดที่ปิดฝามาตรฐานเท่านั้น
ควรฝึกทักษะลูกเสือเช่น การรองน้ำฝนด้วยผ้าพลาสติก การทำเครื่องกรองน้ำจากกรวด ทราย ถ่าน และการทำเตากลั่นน้ำด้วยแสงอาทิตย์ (Solar Still)
2. ยาและการแพทย์
ในเหตุฉุกเฉิน ร้านยาอาจปิด ยาบางชนิดอาจหมด โรงพยาบาลอาจแน่น
• ยาประจำตัว สำรองให้มากที่สุดเท่าที่หมออนุญาต
• ยาสามัญประจำบ้าน ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ ผงเกลือแร่
• อุปกรณ์: ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดความดัน หน้ากากอนามัย ชุดทำแผลลูกเสือ พลาสเตอร์ ผ้ากอซ ผ้าสามเหลี่ยม
• สุขอนามัย: สบู่ เจลแอลกอฮอล์ ถุงขยะหนา ผ้าอนามัย
• เอกสาร: ใบตรวจเลือด ใบรับรองแพทย์ รายการชื่อยา โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ใส่ซองกันน้ำไว้ให้หมอคนใหม่ดูต่อได้
• ควรถ่ายรูปสลากยาเก็บไว้ เพราะบางกรณีหมออาจใช้ยาอื่นทดแทนได้
3. ห้องน้ำและสุขาภิบาล — ปัญหาแรกที่มาก่อนอดอาหาร
เมื่อน้ำท่วมหรือประปาตัด ปัญหาห้องน้ำมาถึงเร็วกว่าอดอาหาร และกลายเป็นปัญหาสุขภาพรุนแรงถ้าจัดการไม่ดี:
• ถุงดำหนาสำหรับทำส้วมฉุกเฉิน (รองในถังหรือกระป๋อง ผูกปิดทุกครั้ง)
• กระดาษชำระ ผงเกลือแร่ สบู่ และเจลล้างมือให้เพียงพอ
• ถังขยะมีฝาปิดสนิท เพื่อกันเชื้อโรคและแมลง
4. อาหาร
เลือกอาหารที่เก็บได้นานที่อุณหภูมิห้อง เปิดกินง่าย ไม่ต้องใช้น้ำเยอะ
เก็บได้นานที่อุณหภูมิห้อง (เหมาะกับคลังสำรอง 10 วัน):
• ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปังกรอบ ข้าวตัง ข้าวแต๋น ข้าวเม่า ขนมจีนแห้ง เส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น
• ปลาแห้ง ปลาเค็ม ปลารมควัน กุ้งแห้ง ปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ผักดองกระป๋อง
• ถั่วอบแห้ง ผลไม้แห้ง กล้วยตาก กล้วยฉาบ กล้วยกวน ทุเรียนกวน
• นมกล่องยูเอชที ข้าวสวยพร้อมทาน
• หมูแผ่น กุนเชียง ใส้กรอกรมควัน หมูแฮม หมูเค็ม หมูหยอง หมูแผ่น
บางอย่างต้องใช้ตู้เย็นหรือกินเร็ว (เหมาะกับเป้ฉุกเฉินหรือหมุนเวียนกินใน 1–2 วันแรกเท่านั้น):
• ไก่หยอง หมูหยอง น้ำพริกคลุกข้าว ปลาร้า อาหารแช่แข็ง
อย่าลืมอาหารสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนแพ้อาหาร และอาหารหมาแมว
หมุนเวียนของ: ดูวันหมดอายุ กินของเก่าก่อน เติมของใหม่ทีหลัง และเตรียมที่เปิดกระป๋องไว้ด้วย
ข้อระวัง: คนโรคไตและคนที่กินอาหารเค็มไม่ได้ ควรเลือกอาหารกระป๋องที่ไม่เค็มจัดหรืออาหารแห้งที่ปรุงเองได้

5. การพึ่งพาตนเองระยะยาว
ลองปลูกผักสวนครัวในกระถาง วางบนระเบียงอาคารสูง ริมรั้วบ้านจัดสรร ริมถนนหน้าห้องแถว หรือในชุมชนแออัด
ถ้ามีที่ดินมาก การเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ไข่ จะช่วยได้มากเมื่อเหตุการณ์ยืดเยื้อ
6. แสงสว่าง พลังงาน และการสื่อสาร
• แสงสว่าง: ไฟฉายคาดหัว ไฟฉายมือ โคมโซลาร์และถ่านสำรอง เทียนไขใช้เมื่อจำเป็นและต้องมีผู้ใหญ่ดูแลเท่านั้น เพราะเสี่ยงต่อไฟไหม้
• พลังงาน: พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ แผงโซลาร์พกพา วิทยุหมุนมือ
• สื่อสาร: มือถือ นกหวีด กระจกส่งสัญญาณ วิทยุสื่อสารที่ถูกกฎหมาย
เทคนิค: ถ้าโทรมือถือไม่ติด ให้ลองส่ง SMS ให้ญาตินอกพื้นที่เป็นศูนย์กลางรับข่าว และตกลงสัญญาณกับเพื่อนบ้านไว้ล่วงหน้า
เบอร์ฉุกเฉินต้องจำ:
เบอร์ หน่วยงาน
1669 การแพทย์ฉุกเฉิน
191 เหตุด่วน
199 ไฟไหม้
1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ติดตามข่าวจาก ปภ. และกรมอุตุนิยมวิทยา ไม่แชร์ข่าวลือ
จดเบอร์โทรที่ใช้บ่อยไว้ในซองโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ เผื่อแบตมือถือหมด
7. เงินสดและของจำเป็น
เวลาฉุกเฉิน ไฟฟ้าอาจดับ อินเทอร์เน็ตล่ม เบิดเงินจากเอทีเอ็มและธนาคารไม่ได้
• เตรียมแบงก์ย่อย 20, 50, 100 บาท ใส่ซองกันน้ำ แยกเก็บ 2 จุด อย่าเก็บไว้ที่เดียว เพราะอาจหาไม่เจอ
• หาคนที่อาจไปหยิบยืมเงินสดได้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น ลูกต้องเข้าโรงพยาบาล
• อย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือแลกของจำเป็นในยามที่คนอื่นเดือดร้อน
8. เอกสารสำคัญ
ใส่ซองกันน้ำ: สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีธนาคาร กรมธรรม์ประกันภัย เอกสารสิทธิรักษา และรายชื่อเบอร์โทรฉุกเฉิน
9. สำรองข้อมูลดิจิทัล
ถ่ายรูปเอกสารทั้งหมดเก็บในมือถือและบน Cloud ที่ใส่รหัสผ่านไว้ อย่าให้คนอื่นเห็นข้อมูลส่วนตัว เอกสารสำคัญมากควรพิมพ์เก็บไว้
10. รถและการเดินทาง
• เช็ครถ: เครื่องยนต์ ยาง เบรก แบต น้ำมันอย่าให้พร่อง ภาษี พ.ร.บ.
• ของประจำรถ: แม่แรง ยางอะไหล่ เชือกลาก สายพ่วงแบต ป้ายสะท้อนแสง รองเท้าหุ้มส้น ไฟฉาย และที่ตัดเข็มขัดนิรภัย
จำให้ขึ้นใจ:
• ห้ามขับรถลุยน้ำท่วมที่ไม่รู้ความลึก
• อย่าชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้ในรถหรือที่ไม่มีคนดูแล
• ห้ามวางพาวเวอร์แบงก์หรืออุปกรณ์ชาร์จไฟตากแดดในรถที่ร้อนจัด เพราะอาจระเบิด
11. เสื้อผ้าและอุปกรณ์ดำรงชีพ
เสื้อแขนยาวแห้งเร็วระบายอากาศ เสื้อกันฝน หมวก รองเท้าหุ้มส้นแข็งแรง ถุงมือ แว่นนิรภัย สเปรย์กันยุง เชือก ผ้าใบกันฝน ถุงขยะ มีดและอุปกรณ์ก่อไฟให้ใช้เมื่อมีผู้ใหญ่ดูแลเท่านั้น — ความปลอดภัยต้องมาก่อน
12. แผนนัดหมายครอบครัว
ของดีแค่ไหน ถ้าไม่ซ้อมก็ใช้ไม่เป็น
• จุดนัดพบ 2 จุด: จุดใกล้บ้าน เช่น ศาลาหมู่บ้าน และจุดไกลบ้าน เช่น โรงเรียนหรือศูนย์พักพิง
• ผู้ประสานงานกลาง: เลือกญาตินอกพื้นที่ 1 คน ให้ทุกคนจำเบอร์ได้
13. บัตรข้อมูลฉุกเฉิน
ทำบัตรเล็ก ๆ ให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุพกไว้ในกระเป๋าสตางค์ บอกชื่อ โรคประจำตัว ยาที่แพ้ และเบอร์ติดต่อพ่อแม่
14. การฝึกซ้อม
ซ้อมอพยพทุก 3 เดือน เดินไปจุดนัดพบจริง ลองโทรหากันจริง และใช้โอกาสนี้ช่วยเพื่อนบ้านสูงอายุหรือเพื่อนบ้านที่พิการด้วย
15. กำลังใจ
ภัยพิบัตินาน ๆ ทำให้เครียด อย่าลืมเตรียมสมุด ดินสอ หนังสืออ่านเล่น ไพ่ ของเล่น และกิจกรรมร้องเพลงเล่าเรื่องของลูกเสือ ฝึกให้มีสติ ประเมินความเสี่ยง และรู้จักขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือผู้ใหญ่เมื่อเกินกำลัง
ลูกเสือช่วยชุมชนได้อย่างไร
ความพร้อมของลูกเสือไม่ควรหยุดที่ตัวเองและครอบครัว เมื่อพร้อมแล้ว ให้ก้าวต่อไป
การผจญภัยพิบัตินาน ๆ อาจทำให้เครียด กลุ้มใจ ท้อแท้ ควรหาอะไรทำ เช่น อ่าน/เล่านิทาน ให้คนอื่นฟัง โดยเปิดกูเกิล ในโทรศัพท์มือถือ “นิทานแห่งความดี เสมาพัฒนาชีวิต”
• ช่วยเพื่อนบ้านสูงอายุหรือผู้พิการเตรียมถุงยังชีพและตรวจวันหมดอายุของยา
• ทำแผนที่ชุมชนร่วมกับเพื่อนลูกเสือ ระบุจุดนัดพบ จุดเสี่ยงน้ำท่วม และบ้านคนที่ต้องช่วยก่อน
• เป็นกำลังเล็ก ๆ ในการส่งข่าวสารจากปภ.และกรมอุตุนิยมวิทยาให้เพื่อนบ้าน โดยไม่แชร์ข่าวลือ
. หลังภัยผ่านไป ช่วยสำรวจความเสียหายและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพราะครัวเรือนที่พร้อมหลายหลัง เท่ากับชุมชนที่รับภัยได้โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากไกล
บทสรุป
การเตรียมพร้อมไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยกู้ภัยเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน
ลูกเสือที่เตรียมพร้อมดี เริ่มจากดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว แล้วจึงไปช่วยชุมชนได้ หากลูกเสือพร้อม ครอบครัวพร้อมรับมือภัยพิบัติ ชุมชนก็เข้มแข็ง
“ลูกเสือมองไกล เตรียมล่วงหน้า พร้อมรับเหตุฉุกเฉิน”
โดย ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

