วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569
15 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวอิศรา ได้นำเสนอบทสัมภาษณ์พิเศษที่น่าสนใจของ "พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ คสช.และอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 โดยมีเนื้อหาดังนี้
"...ที่คุณบอกว่าผมจะรัฐประหารซ้อนนี่ใครกลัวผม ถ้าคุณตอบผมตรงนี้ไม่ได้ ผมจะไปตอบคุณได้อย่างไร...และจริงๆ แล้วผมมีพลังมากพอที่จะทำอย่างนั้นได้หรือ คุณถามแบบนี้ หมายความว่าผมมีพลังที่จะทำแบบนั้นได้อย่างนั้นหรือ ผมขอถามคุณนะ คุณเชื่อข่าวนี้ไหม..."
แม้รายชื่อ ผบ.ทบ. คนใหม่จะปรากฏสู่สาธารณอย่างเป็นทางการแล้ว
แต่ไม่อาจปฏิเสธว่าก่อนหน้านั้น กระแสขับเคี่ยวของ 2 แคนดิเดตอย่าง "พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา" และ "พลเอก อุดมเดช สีตบุตร"
ต่างเป็นที่จับตาของสื่อทุกสำนักว่าดุลอำนาจกองทัพระหว่างสาย "วงศ์เทวัญ" และ "บูรพาพยัคฆ์" จะเผยโฉมออกมาในรูปใด
ก่อนบทสรุปจบลงที่พล.อ.อุดมเดช คว้าเก้าอี้ ผบ.ทบ.ไปครอง ขณะที่ พล.อ.ไพบูลย์ ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ท่ามกลางกระแสข่าวลือของคอการเมืองที่ยังถาโถมไม่หยุดยั้งและยังมีกระแสแรงถึงขั้นว่าปัจจัยที่ทำให้ พล.อ.ไพบูลย์ ต้องพลาดหวังจากตำแหน่ง ผบ.ทบ.
อาจเนื่องจากเพราะความหวั่นเกรงการ "รัฐประหารซ้อน"
กอปรกับการที่พล.อ.ไพบูลย์ เข้าพบพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่บ้านสี่เทเวศร์ยังถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นละเอียดอ่อนว่าอาจแฝงนัยทางการเมือง
ท่ามกลางกระแสมากมายที่ไหลบ่า สำนักข่าวอิศรา สัมภาษณ์เปิดใจ "บิ๊กต๊อก-พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา" ถึงข่าวลือ “รัฐประหารซ้อน” ประเด็นร้อนที่สุดในเวลานี้
@ กรณีที่คุณเป็น รมว. ยุติธรรม พลาดจากตำแหน่ง ผบ.ทบ.มีกระแสข่าวลือว่าเพราะกลัวว่าคุณจะรัฐประหารซ้อน
พล.อ.ไพบูลย์ : ใครกลัวผม คุณลองบอกหน่อยว่าใครกลัว ที่คุณบอกว่าผมจะรัฐประหารซ้อนนี่ใครกลัวผม ถ้าคุณตอบผมตรงนี้ไม่ได้ ผมจะไปตอบคุณได้อย่างไร แล้วถ้าผมจะรัฐประหารจริงผมจะบอกคุณหรือ
"และจริงๆ แล้วผมมีพลังมากพอที่จะทำอย่างนั้นได้หรือ คุณถามแบบนี้ หมายความว่าผมมีพลังที่จะทำแบบนั้นได้อย่างนั้นหรือ ผมขอถามคุณนะ คุณเชื่อข่าวนี้ไหม"
@ จึงต้องขอถามความจริงจากคุณ
พล.อ.ไพบูลย์ : ถ้าคุณไม่เชื่อคุณจะถามทำไม แปลว่าคุณเชื่ออยู่ลึกๆ ว่ามันจะมีใช่ไหม คุณจึงมาถามผม
"คุณเชื่อว่ามันจะมีใช่ไหม ถ้าคุณไม่ถาม ถ้าคุณคิดว่า ‘เพ้อเจ้อ โอ๊ย ไม่จริงหรอกเรื่องนี้’ คุณก็ไม่ถามผมหรอก ถ้าคุณไม่เชื่อคุณไม่มาถามผมแบบนี้หรอก นี่เป็นประเด็นที่หนึ่ง"
ประเด็นที่สอง ถ้าผมเป็นจริง ผมก็ไม่บอกอยู่แล้ว
ประเด็นที่สาม คุณต้อง ไปถามคนที่กลัวผม
ประเด็นที่สี่ คุณคิดว่าผมทำได้จริงหรือ?
@ ขอทราบถึงกรณีที่ไปพบพลเอกเปรมในวันคล้ายวันเกิด
พล.อ.ไพบูลย์ : ผมไปพบท่าน ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ผม เป็น ผบ พล1.รอ. ( ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ) แล้ว เนื่องจากในช่วงนั้นเป็น ปี พ.ศ.2551-2552 ที่เริ่มมีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ทำงานผมอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านท่าน ผมก็ได้รับคำสั่ง จากท่านอนุพงศ์ ( พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ) ให้ไปกราบท่านพลเอกเปรมวันเกิด ตั้งแต่นั้น ผมก็ไปกราบท่านทุกปี แล้วยังไง ทำไมผมไปในวันนี้ จึงกลายเป็นเรื่อง
ตอนผมเป็น แม่ทัพภาค 1 ผมก็ไป ผมว่าคุณเอาเรื่องนี้ไปผูกกับการเป็น แคนดิเดต ผบ.ทบ. เกินไป
คุณต้องดูว่า คนๆ นี้ เขาทำประจำไหม ซึ่งผมทำมาเป็นประจำ ผมตรงไปตรงมา ผมรัก ผมเคารพใคร ผมก็แสดงออก ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ผมก็ไปของผมประจำ ถ้าผมไม่เคยไป แล้วไปตอนนี้ คุณก็ค่อยเขียน
แล้วสิ่งที่กลัวๆ กันนี่ ถามว่ามันเกิดขึ้นไหม เมื่อ มี ผบ.ทบ แล้ว มีอะไรเกิดขึ้นไหม
ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ผมก็ยังไปพบท่านในวันสำคัญ ตั้งแต่ตอนที่ผมเป็น ผบ.พล1 ผมก็ไปดูแลท่านตั้งแต่ตอนนั้น ไปดูแลบ้านท่าน ดูแลท่านเพราะท่านเป็นรัฐบุรุษ เป็นประธานองคมนตรี เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง
ผมก็รู้จักท่านมานานแล้ว แต่ท่านไม่รู้จักผมหรอก กระทั่งเมื่อท่านได้รู้จักผม ท่านก็เมตตา แล้วบังเอิญว่าเมื่อท่านเมตตา เมื่อผมจะไปพบท่านก็ให้เข้าพบได้
@ คุณเข้าพบพลเอกเปรมเป็นประจำหรือไม่ เข้าพบในโอกาสไหนบ้าง
พล.อ.ไพบูลย์ : คือท่านเป็นประธาน องคมนตรี ไม่ใช่ว่าใครจะพบได้
แต่เมื่อผมประสานไป ท่านก็บอกว่า ‘เออ ปูนเหรอ ก็มาสิ’ ผมเองเมื่อจะไปพบท่าน ผมก็ต้องประสาน คนติดตามท่านก่อนว่าไปพบได้ไหม ก็ไม่ใช่ จะไปทันที
ผมจะไปพบท่านทุกครั้งที่เป็นวันสำคัญสามวันคือ วันเกิด วันสงกรานต์ และวันปีใหม่ ทุกครั้งที่เป็นสามวันนี้ ผมก็ไปมาตลอดสี่-ห้าปีนี้ แต่ไม่ใช่ว่าผมไปพบท่านคนเดียว ผู้ใหญ่ท่านอื่นที่ผมเคารพ ผมก็ไปพบท่านเช่นกัน พอเกิดเรื่องนี้ ผมก็ไม่เข้าใจสังคมเหมือนกัน ไม่เข้าใจผู้สื่อข่าว ว่าทำไมไปผูกกับเรื่องนั้น
@ กระแสข่าวที่เกิดขึ้น กดดันต่อการทำงานไหม
พล.อ.ไพบูลย์ : ไม่เข้าใจว่าเขียนเรื่องแบบนี้ทำไม คุณกลัวผมเป็น ผบ.ทบ หรือ
ผมก็เคยคิดนะเมื่อตอนเราเป็นข้าราชการเด็กๆ เราก็ไปนี่ นักข่าวเต็ม ก็ไม่เห็นมีใครลงข่าว
แต่พอผมไปวันนี้ เป็นเรื่องเลย เอาไปผูกกับอะไรหรือไปผูกกับเรื่องบางเรื่องมากเกินไปหรือเปล่า แต่ผมก็เข้าใจนะ ก็มองในแง่ดีว่า หรือเพราะว่าผมเป็นคนน่าสนใจ เพราะผมก็เป็นแค่เด็กบ้านนอกนะ
แต่วันนี้มีคนมาสนใจเรา ผมก็ขอมองในมุมนี้ นึกไปแบบนี้ก็แล้วกัน
ที่มา : สำนักข่าวอิศรา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี