533.jpg
'ธนาธร'ปลุก378เสียงปิดสวิตซ์'ส.ว.' จี้'ปชป-ภท.'ทำตามสัญญาต้านสืบทอดอำนาจ

'ธนาธร'ปลุก378เสียงปิดสวิตซ์'ส.ว.' จี้'ปชป-ภท.'ทำตามสัญญาต้านสืบทอดอำนาจ

วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 21.12 น.

"ธนาธร"ปลุก378เสียงในสภา ร่วมปิดสวิตซ์"ส.ว." จี้"ปชป-ภท."ทำตามสัญญาต้านสืบทอดอำนาจ ยันยังหนุน"สุดารัตน์"เป็นนายกฯ ซัดพวกแต่งตั้งส.ว.ไม่อยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้า

8 พ.ค.62 ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท นายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันแถลงภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองรายชื่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ


โดย นายธนาธร กล่าวว่า วันนี้เรามีความชัดเจนเรื่องจำนวน ส.ส.แล้ว ถึงวันนี้จะยังไม่ได้ 500 คน แต่สิ่งที่ กกต.ประกาศรวมกันคือ 498 คน ขาดไป 2 คน เนื่องจากงดว่าที่ ส.ส.เขต 8 จ.เชียงใหม่ ที่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม 498 คน ก็เพียงพอทำให้เกิดความชัดเจนทางการเมือง ตนอยากชักชวนทุกคนให้คิดถึงก้าวต่อไปของประเทศไทย ว่าหลังจากนี้จะเดินไปทางไหน

พรรคอนาคตใหม่ขอเสนอให้นำข้อเสนอที่เราพูดไว้ก่อนการเลือกตั้ง คือ การปิดสวิตช์ ส.ว.กลับมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แล้วช่วยกันกดดันทำให้เกิดขึ้นจริง กล่าวคือ เราสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยปิดสวิตช์ไม่ให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง ไม่ได้มาจากประชาชน สามารถทำงานได้ ซึ่ง 3 พรรคการเมือง ที่ประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ ต่อ คือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 115 ที่นั่ง , พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) 5 ที่นั่ง และพรรคประชาชนปฏิรูป 1 ที่นั่ง รวม 3 พรรค ได้ 121 ที่นั่ง ข้อเสนอปิดสวิตช์ ส.ว.มีข้อแม้ 1 ข้อคือ พรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องได้น้อยกว่า 126 ที่นั่ง ดังนั้น การปิดสวิตช์ ส.ว.จึงเป็นไปได้

"ผมขอเรียกร้องให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตย ที่ต้องการยืนหยัด กลับไปทวงถามคำสัญญาที่พรรคการเมืองต่างๆ ให้ไว้เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล มาร่วมกันปิดสวิตช์ ส.ว.เพราะตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ไม่ถึง 126 เสียง ทำให้การปิดสวิตช์ ส.ว.เป็นไปได้ ถ้าต้องการยับยั้งกลไกที่ไม่ได้มาจากประชาชน ถ้าต้องการยับยั้งวัฒนธรรมไม่ฟังเสียงประชาชน ถ้าเราเชื่อว่านายกฯ ต้องมาจากประชาชน พรรคทุกพรรคที่ไม่ใช่ 3 พรรคนี้ สามารถมีส่วนทำให้ประเทศไทยไปข้างหน้า การเมืองไม่ไปสู่ทางตันได้ สามารถยกมือรับรองนายกฯ ที่ถูกเสนอชื่อโดยพรรคการเมืองที่รวมเสียงข้างมากได้ เพราะพรรคการเมืองนอกจาก 3 พรรค จะมีเสียงรวมกัน 378 เสียง ในสภาผู้แทนราษฎร มากกว่าจำนวนเสียงของทั้ง 3 พรรค บวกกับ 250 ส.ว.แต่งตั้ง นั่นจะทำให้การเมืองเดินหน้าไปได้ ผมเรียนขอให้พรรคการเมืองทุกพรรคมาร่วมกันปิดสวิตช์ ส.ว.ทำให้เรื่องการเลือกนายกฯ เป็นของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชน ทำให้การเลือกนายกฯ ไม่มาจากกลไกการสืบทอดอำนาจ ไม่มาจาก ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช." นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวว่า นี่จะเป็นบันไดก้าวแรกให้ประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยได้ อนาคตใหม่ยินดีไปพบพูดคุยกับพรรคที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อร่วมปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล พวกเราทุกคน นักการเมืองที่มาจากประชาชนสามารถทำให้ประเทศกลับมาสู่ความปกติ หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.และเปิดประตูบานใหม่ให้สังคม เดินฝ่าความขัดแย้ง นำประชาธิปไตยกลับคืนมา ผมพร้อมเดินทางไปพูดคุยกับพรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อให้การปิดสวิตช์ ส.ว.เป็นจริงให้ได้ นี่คือสิ่งที่เราจะเรียกร้องและรณรงค์ต่อไป

นายธนาธร กล่าวอีกว่า ตนขอขอบคุณชาวอนาคตใหม่ที่ร่วมกันรณรงค์และเดินเคียงข้างตนในยามที่กำลังใจเป็นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด ในช่วงเวลาหลังเลือกตั้งที่ตนโดนมรสุมคดีการเมืองต่างๆ เข้าเล่นงาน จนทำให้เรามาถึงวันนี้ได้

เมื่อถามถึงเรื่องความมั่นใจในการตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ นายธนาธร กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ รวมกับพรรคพรวมพลังประชาชาติไทย และพรรคประชาชนปฏิรูป รวมกันได้เพียงแค่ 121 เสียง ซึ่งยังห่างไกลกับ 250 เสียงอีกมาก แม้จะใช้สูตร 27 พรรค หรือมีการพยายามผลักดันให้เสียงของพรรคที่สนบัสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้มากขึ้นก็ตาม การจะข้ามเส้นนี้ได้ ต้องรวมให้ได้ 20 พรรคการเมืองให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

"ผมยังมองไม่เห็นว่าจะเดินไปสู่ทางตันได้อย่างไร ผลการเลือกตั้งไม่ได้ชี้ขาดอนาคตประเทศไทยอย่างที่ใครหลายคนคาดหวัง แต่ในระบบประชาธิปไตย มันไม่มีทางตัน ถ้าไม่มีกลไกที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเข้ามายุ่มย่าม อย่างไรเสียก็ตั้งรัฐบาลได้อยู่แล้ว และผมยังเชื่อว่า พรรคการเมืองและนักการเมืองหลายพรรค ได้พูดจาหาเสียงให้กับประชาชน ซึ่งในวันนี้ได้เวลายืนยัน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ที่บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน พวกเรารวมมือกันพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้" นายธนาธร กล่าว

ถามต่อว่า พรรคการเมืองที่ลงสัตยาบันไว้ทั้ง 7 พรรค ได้มีการหารือกันเบื้องต้นหรือยัง หลัง กกต.ประกาศรายชื่อ นายธนาธร กล่าวว่า ทั้ง 7 พรรค ยังเหนียวแน่น ที่เรารวมกันไม่ได้รวมกันเพื่อตั้งรัฐบาล แต่รวมกันเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.เราไม่ได้รวมกันเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือต่อรองเก้าอี้ใดๆ แต่เป็นเพราะมีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน ฉะนั้น การซื้อกันคงเป็นเรื่องยาก

ถามต่อว่า จะหารือร่วมกับพรรคการเมืองไหนต่อจากนี้หรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า เราพร้อมคุยกับทุกพรรคเพื่อเปิดประตูให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่ประเด็นหลักคือ เราทุกคนมาจากประชาชน หากเรายึดมั่นค่านิยมที่มาตั้งแต่ พฤษภาคม 2535 คือ นายกฯ ต้องมาจากประชาชน การเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลมันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย

เมื่อถามถึง กรณีข้อกล่าวหาของ กกต.เรื่องการถือหุ้นสื่อ ของนายธนาธร นายปิยบุตร กล่าวว่า เมื่อพิจารณาทุกทางแล้ว ไม่มีช่องทางไหนเลยที่จะสอย หรือแจกใบส้ม หรือขัดขวางให้ไม่ได้เข้าสภา เรื่องนี้เป็นเลือกของคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร แต่วันนี้ทุกคนไม่ได้เป็นผู้สมัคร แต่เป็น ส.ส.แล้ว และเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทุจริตเลือกตั้งอีกด้วย

เมื่อถามว่า ยังยืนยันจะสนับสนุน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนายกฯ หรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า วันนี้ผลออกมาชัดเจนแล้ว เรารู้ว่าพรรคใดได้เสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ดังนั้น เราจะให้เกียรติพรรคนั้นเป็นผู้กำหนดการจัดตั้งรัฐบาล แต่นี่เป็นคนละเรื่องกับการปิดสวิตช์ ส.ว.เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ร่วมกันปิดสวิตช์ ส.ว.ได้ บ้านเมืองเสียหายมามากแล้ว เกี่ยวกับบิดเบือนเสียงของประชาชนด้วยกลไกที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ถึงเวลาแล้วที่ต้องฟังเสียงประชาชนจริงๆ และเสียงของประชาชนอยู่ในสภาผู้แทนฯ ไม่ใช่ ส.ว. วันนี้กล่าวอ้างได้เต็มปากแล้วว่าพวกเราเป็นตัวแทนประชาชน อย่าให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน

"กลุ่มคนที่แต่งตั้ง ส.ว.คือกลุ่มคนที่ไม่อยากเห็นสังคมไทยเดินไปข้างหน้า คือกลุ่มคนที่ต้องการเห็นวันพรุ่งนี้ ไม่ต้องการเห็นความก้าวหน้า เพราะสภาพสังคมในวันนี้ เอื้อผลประโยชน์ให้กับพวกเขา เขาจึงไม่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องลุกขึ้นยืน ร่วมกันเปลี่ยนแปลงสังคมไปข้างหน้า" นายธนาธร กล่าว

ขณะที่ นายปิยบุตร กล่าวถึงการปิดสวิตช์ ส.ว.เพิ่มเติมว่า พรรคการเมืองถือกำเนิดขึ้นได้เพราะระบอบประชาธิปไตย ถ้าไม่มีระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองจะเป็นองค์กรนอกกฎหมาย พันธกิจของพรรคการเมืองคือรวบรวมความต้องการของประชาชน เอามติมหาชนมาแสดง การเลือกตั้งครั้งนี้ ลองเอาคะแนนดิบทั่วประเทศมาคิดดูแล้ว ฝ่ายที่ไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช.มีเยอะกว่า นั่นหมายความว่า มติมหาชนซึ่งแสดงออกเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 ได้ยืนยันแล้วว่าไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช.จึงเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่ได้ที่นั่งในสภาผู้แทนฯ ที่ต้องเดินตามนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ ไม่ใช่เรื่องการตั้งรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน เรื่องนั้นไว้ทีหลัง เรายังมีหนทางอยู่

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top