วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
‘ปิยบุตร’เลคเชอร์‘นิติสงคราม’อีกรอบ ทำงานผ่าน 2 กลไกมุ่งกำจัดศัตรูการเมือง
26 ธันวาคม 2562 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่(อนค.) โพสต์คลิป พร้อมข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Piyabutr Sangkanokkul มีเนื้อหาดังนี้
“ชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจกับ Lawfare หรือ “นิติสงคราม” กันอีกครั้ง
Lawfare คือ คำที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ โดยล้อเลียนไปกันคำว่า Warfare หรือแปลว่า การสงคราม โดยเปลี่ยน War เป็น Law จึงเป็น “Lawfare” อาจแปลได้ว่า “นิติสงคราม” หรือ “สงครามทางกฎหมาย”
เริ่มต้นมาเป็นคำในแง่บวกเพราะหมายถึงการลดใช้อาวุธในการห้ำหั่นกัน แต่หันมาใช้กฎหมายและความยุติธรรมในการจัดการแทน แต่อย่างไรก็ตามคำว่ามีความหมายในแง่ลบมากขึ้น เมื่อมีการใช้กฎหมาย ใช้ศาล เพื่อบรรลุเป้าประสงค์ในทางสงครามหรือเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง
Lawfare ทำงานโดยกลไกหลัก 2 กลไก
1. Judicilization of Politics กระบวนการทำให้ประเด็นทางการเมืองกลายไปเป็นคดีและอยู่ในมือศาล
2. Mediatization of Judicial Political Case การนำประเด็นทางการเมืองจากมือศาลไปไว้ในมือสื่อ แม้ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่สื่อนำมารายงานไปเรื่อยๆ จนทำให้คนเชื่อว่ามีความผิดจริง จนทำให้คนไม่ได้สนใจรายละเอียดข้อกฎหมายที่เป็นเรื่องซับซ้อน และข้อเท็จจริงของเรื่องอีกต่อไป
นิติสงครามเกิดขึ้นในหลายประเทศในโลก นิติสงครามไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทางการเมือง ไม่ได้ส่งเสริมประชาธิปไตย แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือในการกำจัดศัตรูทางการเมืองโดยที่ไม่ต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ และไม่ต้องชนะการเลือกตั้ง
รับชมการบรรยายเต็มๆ ได้ที่นี่ https://youtu.be/P1YVp9a6iac
#อนาคตใหม่ #StopLawfare

ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา นายปิยบุตร เคยโพสต์อธิบายเรื่องดังกล่าวมาครั้งหนึ่งแล้ว มีเนื้อหาดังนี้
อธิบายความหมาย ที่มาที่ไป ข้อสังเกต และผลกระทบของกระบวนการ “Lawfare” หรือ “นิติสงคราม”
Lawfare เป็นการนำคำว่า "Law" มาผสมกับคำว่า "-fare" และล้อไปกับคำว่า "Warfare" ซึ่งหมายถึง "การสงคราม" ดังนั้น "Lawfare" จึงแปลได้ว่า "นิติสงคราม" หรือ "สงครามทางกฎหมาย"
Lawfare คือ การนำกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมือง มีเป้าประสงค์ในทางการเมือง เพื่อปราบปรามศัตรูทางการเมืองหรือฝ่ายตรงข้าม
Warfare ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ประหัตประหารห้ำหั่นกันเพื่อเอาชนะสงคราม แต่ Lawfare ใช้ "กฎหมาย" เป็นอาวุธ
Lawfare เป็นแนวโน้มใหม่ของโลก หลายประเทศนำมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในละตินอเมริกา
Lawfare ทำงานโดยอาศัยการผสมผสานกันระหว่าง "ศาล" และ "สื่อ" ได้แก่
1. Judicialization of Politics คือกระบวนการทำให้ประเด็นทางการเมืองไปเป็นคดีและอยู่ในมือศาล
2. Mediatization of Judicial Political Case คือการเอาคดีการเมืองที่อยู่ในมือศาลให้ไปอยู่ในมือสื่อมวลชน
สรุปให้เข้าใจสั้นๆ ก็คือ “เอาเรื่องการเมืองไปอยู่ในมือศาล และเอาเรื่องในศาลไปอยู่ในมือสื่อ” ดูเหมือนก็ไม่ได้มีอะไรแย่?
แต่แท้จริงแล้วประเด็นทางการเมืองนั้นสามารถแก้ไข คลี่คลาย ขจัดปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ได้ ด้วยกลไกอื่นที่ไม่จำเป็นต้องไปจบที่ศาลก็ได้
แต่เมื่อประเด็นทางการเมืองถูกทำให้เป็นคดีในศาลแล้ว แม้ศาลยังไม่ได้ตัดสินวินิจฉัย แต่สื่อมวลชนก็รับภารกิจ Lawfare มา แล้วหยิบเอาคดีในศาลไปรายงานต่อสาธารณชน แล้วปั่นว่าเรื่องนั้นคดีนี้ผิดแน่ ไม่รอดแน่ ทำให้สังคมปักใจเชื่อไปแล้วว่าไม่รอดแน่ ผิดกฎหมายแน่ๆ ทั้งที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายเลย
ผลที่ได้คือ สามารถกำจัดศัตรูทางการเมืองได้โดยไม่ต้องใช้อาวุธ โดยไม่ต้องทำรัฐประหาร และโดยไม่ต้องใช้การเลือกตั้ง
แต่พิษภัยของกระบวนการ Lawfare นี้ก็คือ การทำลายระบบกฎหมาย ทำลายความน่าเชื่อถือของศาล ทำลายประชาธิปไตย และไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งแบ่งขั้วทางการเมืองได้ แต่ในทางตรงกันข้าม ยิ่งเราใช้ Lawfare มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองร้าวลึกมากขึ้น
#อนาคตใหม่ #Lawfare #นิติสงคราม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี