"ทิพานัน"ย้ำวงเสวนา คปร.กล่าวหาปรักปรำฝ่ายเดียว โต้ไม่มีเผด็จการรัฐสภา-ระบอบประยุทธ์ ย้ำประเทศไทยมีระบอบเดียวคือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่วงเสวนาของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (คปร.) เรื่อง "ชำแหละ 7 ปี พล.อ.ประยุทธ์ พาชาติติดหล่ม?" กล่าวหา ระบบ 3 ป.บริหารงานผิดพลาด พาชาติพังยิ่งกว่าเผด็จการรัฐบาลทักษิณ นั้นไม่เป็นความจริง และต้องออกมาย้ำข้อมูลที่ถูกต้องเพราะสังคมกำลังสับสนกับข้อมูลจากวงเสวนาที่เป็นข้อกล่าวหาที่ใช้วาทกรรมเกินจริงโดยไม่มีข้อมูลหลักฐานที่ถูกต้องรองรับ เป็นเพียงข้อมูลที่เน้นอารมณ์ ตรงกันข้ามการบริหารประเทศของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ ในขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง แต่สำหรับประทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการรับมือวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ติดอันดับต้นของโลก และการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้สถาบันจัดอันดับเครดิตของโลก ได้แก่ มูดี้ส์ ฟิทช์ และ สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับมีเสถียรภาพ อีกทั้ง R&I ของญี่ปุ่น คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับมีเสถียรภาพเช่นกัน
อีกทั้งขอย้ำว่า รายงานทางเศรษฐกิจของบลูมเบิร์กที่พิจารณาจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและการเงิน 11 ปัจจัย ได้ประเมินให้ไทยเป็นอันดับ 1 ของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่น่าลงทุนมากที่สุดในโลกของปี 2564 นำหน้าอีก 16 ประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่เพราะเห็นว่าไทยมีเงินทุนสำรองที่มั่นคงและมีโอกาสสูงที่จะเกิดการไหลเข้าของการลงทุนในรูปแบบหุ้น-ตราสารหนี้ สอดคล้องกับข้อมูลสถิติปี 2564 ว่าการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนของ BOI มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยปี 2563 มีโครงการที่ได้รับการอนุมัติและจัดตั้งบริษัทเรียบร้อยแล้วมาออกบัตรส่งเสริมกว่า 1,300 โครงการ เงินลงทุนรวม 430,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน ดังนั้นจึงสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาลที่สามารถทำได้ดีในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ ตอกย้ำว่าข้อกล่าวหาจากวงเสวนานั้นเกินจริง คล้ายจงใจใส่ร้าย เป็นการกล่าวหาปรักปรำฝ่ายเดียว
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า หากดูจากท่าทีของสถาบันจัดอันดับเครดิตของโลกรวมทั้งรายงานของบลูมเบิร์ก จะพบว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังนำพาประเทศชาติไปในทิศทางการพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับข้อกล่าวหาว่าพาชาติพังอย่างสิ้นเชิง ขณะนี้ประเทศกำลังจะพ้นวิกฤต พี่น้องประชาชนกำลังได้รับการฟื้นฟูเยียวยาโดยเฉพาะมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ IMF ชื่นชมในการออกมาตรการดูแลที่สอดประสานกันและมองว่าไทยออกมาตรการกระตุ้นบริโภค ช่วยเหลือประชาชนฐานรากได้ดี ตั้งแต่มาตรการชิมช้อปใช้ จนถึงโครงการคนละครึ่ง ขณะที่นโยบายการเงินของไทยก็เข้ามาช่วยผ่อนคลายเรื่องดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ ทั้งซอฟต์โลนที่ช่วยเหลือ SME รวมทั้งมาตรการพักชำระหนี้ ที่ทำให้ภาคธุรกิจประครองธุรกิจต่อไปได้
สำหรับเสียงตอบรับจากประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย ต่างก็ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ทุกภาคส่วนจากมาตรการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการ ม33เรารักกัน และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งยังจะมีมาตรการอื่นๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง ที่มียอดการใช้จ่ายสะสมถึง 25 มี.ค.จำนวน 100,042 ล้านบาท ในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศก็มีเสียงสนับสนุนจากประชาชนที่ชื่นชอบและเรียกร้องจนต้องขยายในเฟสที่ 3 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้หลังผ่านช่วงเดือน พ.ค.โดยจะสอดรับกับแผนการฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชน และมาตรการการเปิดประเทศเพื่อเร่งฟื้นตัวการท่องเที่ยว
ส่วนกรณีที่ประธาน คปร.และอาจารย์คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวหาว่าระบอบประยุทธ์เป็นระบบสมบูรณ์แบบเข้มข้นกว่าระบบสภาเผด็จการ ยิ่งกว่าระบอบทักษิณนั้น ขอชี้แจงว่า รัฐบาลนี้เป็นประชาธิปไตย ไม่มีเผด็จการรัฐสภา จึงไม่ควรสร้างวาทกรรมเรื่องระบอบประยุทธ์ไปเปรียบเทียบกับระบอบทักษิณ เพราะวันนี้ประเทศไทยมีระบอบเดียวคือ ระบอบประชาธิปไตยกันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่รัฐบาลนี้เคารพหลักการ ปฏิบัติตาม และเทิดทูน จรรโลงอย่างเคร่งครัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี