546.jpg
‘เลขาประธานสภาฯ’เผยชาวสวนยางเดือดร้อนหนักราคาตกต่ำ วอนแก้ปุ๋ยแพง หารือ‘อียู’เลิกแซงชั่น

‘เลขาประธานสภาฯ’เผยชาวสวนยางเดือดร้อนหนักราคาตกต่ำ วอนแก้ปุ๋ยแพง หารือ‘อียู’เลิกแซงชั่น

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.41 น.

‘เลขาประธานสภาฯ’เผยชาวสวนยางเดือดร้อนหนักราคาตกต่ำ วอนภาครัฐแก้ปัญหาปุ๋ยแพง หารือ‘อียู’เลิกแซงชั่น แล้วหันกลับมารับซื้อ ชี้ทำได้ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นแน่นอน

10 กันยายน 2566 นายมุข สุไลมาน อดีตสส.ปัตตานี พรรคไทยรักไทย และเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้รับข้อร้องเรียนจากชาวสวนยางพารา จากปัญหาราคาตกต่ำ แต่มีต้นทุนที่สูง สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวสวนยาง และคนรับกรีดยางเป็นอย่างมาก เรื่องของต้นทุนสูง เกิดจากราคาปุ๋ยที่ขยับแพงกว่าเดิมเกือบ 2 เท่าหรือเกือบ100 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าหนักมากต่อผู้ปลูกยาง


สำหรับทางแก้ รัฐบาลควรสั่งการให้กระทรวงเกษตรฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำนักวิชาการเกษตรหาแหล่งปุ๋ยที่มีราคาถูกมาจำหน่ายให้เกษตร และให้นักวิชาการเกษตร ผู้ที่มีความรู้ ผู้ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับยางพาราช่วยมาส่งเสริมให้ความรู้กับชาวบ้าน เกี่ยวกับการผลิตปุ๋ยใช้เอง เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวสวนยางผลิตปุ๋ยอย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ราคาปุ๋ยนั้นถูกลง

นายมุข กล่าวว่า ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เรื่องตลาด ปัจจุบันไทยขายยางพาราให้กับประเทศจีน แต่ยังไม่มีตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการถูกแซงชั่นจากตลาดยุโรป(อียู) เนื่องจาก สหภาพยุโรป ไม่ยอมรับซื้อยางพาราจากไทย เนื่องจากเข้าใจว่า ชาวสวนยางไปตัดไม้ทำลายป่าแล้วนำพื้นที่มาปลูกยางพารา แต่ในข้อเท็จจริงคือ ชาวบ้านไปปลูกยางพารา ในที่ของตนเองและในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่รัฐบาลให้สิทธิในการเช่า เรื่องนี้ รัฐบาลต้องทำให้สหภาพยุโรปและชาวโลก เข้าใจเสียใหม่ว่า ชาวบ้านไม่ได้บุกรุกป่า แต่อย่างใด ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาได้อีกทางหนึ่ง ปัจจุบันเราขายให้เฉพาะกับประเทศจีน จึงถูกกดราคา ทำให้ราคายางตกต่ำ หากเราได้ชี้แจงให้สหภาพยุโรปยอมรับ ก็จะทำให้ไทยมีตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะขายยางพาราให้กับประเทศอื่นๆได้ด้วย

นายมุข กล่าวอีกว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ สมัยเดินทางไปประชุมรัฐสภาฯอาเซียนเมื่อ 2-3อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้หารือกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เกี่ยวกับปัญหายางพาราเนื่องจากประเทศอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีการผลิตยางจำนวนมาก ซึ่งได้หารือเกี่ยวกับเรื่องราคายางพารา หากอินโดนีเซียกับไทย จับมือกัน ประสานงานกันเพื่อปกป้องราคายางพารา ก็จะทำให้ราคายางพาราในตลาดสูงขึ้น รัฐบาลไทย ก็ต้องทำความเข้าใจกับตลาดในอียูและประเทศต่างๆในโลก โดยเฉพาะการทำความเข้าใจ การบุกรุกป่า หากทำให้ อียูเข้าใจและยอมรับ อียูก็จะยกเลิกแซงชั่น จะทำให้ ไทยขายยางไปได้ทั่วโลก ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาทางตลาดและแก้ไขปัญหาราคายางพาราได้อีกแนวทาง

“หากรัฐบาลแก้ไขต้นทุนการทำสวนยางพารา จากราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น ต้องหาตลาดปุ๋ยที่มีราคาต่ำแล้วดำเนินการโดยให้ความรู้ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนผลิตปุ๋ยใช้เอง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ได้ผลิตปุ๋ยให้กับเกษตรกรเพื่อที่ปุ๋ยจะได้มีราคาถูก และควรทำให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมามีการเรียกร้องแต่ยังไม่มีอะไรชัดเจนเป็นรูปธรรม ส่วนตัวไม่อยากเห็นชาวสวนยาง ต้องมาโค่นยางทิ้ง ซึ่งตอนนี้มีชาวสวนยางจำนวนไม่น้อย ที่ต้องโค่นยางเพราะราคายางตกต่ำแล้วหันไปทำอย่างอื่น” นายมุข กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top