533.jpg
'อิ๊งค์'ตรวจจุดตัดสัญญาณด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ดูตึกชั้น 25 รังใหญ่แก๊งคอลฯฝั่งปอยเปต

'อิ๊งค์'ตรวจจุดตัดสัญญาณด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ดูตึกชั้น 25 รังใหญ่แก๊งคอลฯฝั่งปอยเปต

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.53 น.

'อิ๊งค์'ลุยด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ตรวจจุดตัดสัญญาณ สั่งตัดแล้วต้องรื้อออกให้หมดจบไปเลย สร้างความเชื่อมั่นปชช. คนไทยปลอดภัย ขอบคุณจนท.ทำงานเข้ม พร้อมหนุนเครื่องเอ็กซเรย์

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2568 ที่ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ติดตามการดำเนินการตัดสายสัญญาณการสื่อสารบริเวณด้านหลังสถานีรถไฟคลองลึก และการลดสัญญาณการสื่อสาร โดยด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อยู่ตรงข้ามตึก 25 ชั้น , ตึก 18 ชั้น และตึกไฮโซ ของปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งตึกดังกล่าวเป็นตึกที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นที่ตั้ง


เมื่อมาถึงนายกฯ ฟังรายงานสถิติการเดินทางเข้า-ออกในจุดผ่านแดน จาก พ.ต.อ. ณภัทรพงศ์ สุภาพร ผกก.ตม.จังหวัดสระแก้ว ที่รายงานว่า สถิติการเข้า-ออกของคนกัมพูชา จำนวน 20,000 คนต่อวัน เราจะมีการคัดกรองตรวจผู้ต้องสงสัยด้วยการสังเกตการณ์ และล่าสุดยังได้มีการตรวจจับกุมคนไทยที่ลักลอบนำเงินเข้าราชอาณาจักรจำนวน 15.7 ล้านบาท และเราไม่สามารถปฏิเสธการที่คนจะออกนอกประเทศได้ แต่เราจะมีการสังเกตและดูประวัติบุคคลนั้นๆ หากมีการเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมายเราจะให้เขาเซ็นยินยอม ในการเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่มีการบังคับ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจการเดินทางเข้า-ออก ขอยืนยันกับนายกฯว่าระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) ของ ตม.ยังใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่นายกฯสอบถามว่า การสุ่มตรวจแบบนี้จะไม่กระทบเรื่องการท่องเที่ยวใช่หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่รายงานว่า ยืนยันไม่กระทบ

ขณะที่ นางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 รายงานสถิติการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย ซึ่งล่าสุดวันที่ 23 ก.พ.มีการจับกุมชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนธนบัตรเข้ามาในราชอาณาจักร โดยเราใช้วิธีสังเกตและตรวจสัมภาระที่ติดตัวมาจึงพบว่าทำผิด โดยนายกฯยังได้สอบถามถึงเครื่องเอ็กซเรย์ว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่รายงานว่าปัจจุบันมีเครื่องเอ็กซเรย์เพียง 1 เครื่อง อีก 1 เครื่องเสียหากต้องซ่อมใช้งบประมาณ 1 ล้านบาท จึงคิดว่าซื้อเครื่องใหม่น่าจะเหมาะสมกว่า อยากให้ทางรัฐบาลสนับสนุนเครื่องเอ็กซเรย์จำนวน 4 เครื่อง ราคาเครื่องละ 5 ล้านบาท โดยจะนำไว้ที่ขาเข้าประเทศ 2 เครื่องและขาออกประเทศ 2 เครื่อง โดยนายกฯกล่าวว่า “เครื่องเอ็กซเรย์เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะมีความจำเป็น แต่จะให้ทีเดียวทั้ง 4 เครื่อง คงไม่ได้ แต่จะเป็นการทยอยให้ โดยให้ทำเรื่องเสนอมาที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เราให้ความสำคัญในเรื่องนี้ หากได้เครื่องมาก็จะช่วยเรื่องการตรวจสอบคัดกรองได้เยอะ” 

จากนั้นนายกฯ เดินไปยังสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชามายืนอยู่บริเวณประตูพรมแดนเพื่อพบปะและถ่ายรูปกับนายกฯ โดยนายกฯ กล่าวสวัสดีพร้อมสอบถามเจ้าหน้าที่ว่า เข้าใจภาษาไทยกันหมดใช่หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตอบว่าครับ นายกฯ จึงกล่าวว่า ขอบคุณนะคะที่ช่วยกัน ฝากด้วยนะจะได้ช่วยกันดูแลทั้งสองประเทศ และฝากทักทายพี่น้องประชาชนฝั่งนั้นด้วย

ก่อนเดินไปยังด้านหลังสถานีรถไฟคลองลึก ซึ่งเป็นจุดตัดสายสัญญาณการสื่อสาร อยู่ตรงข้ามตึก 25 ชั้น, ตึก 18 ชั้น และตึกไฮโซ ของปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งตึกดังกล่าวเป็นที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนายกฯได้เดินไปดูจุดที่เป็นสายสัญญาณการสื่อสารพร้อมกล่าวว่า “ตัดแล้วต้องรื้อออกให้หมดไปเลยจบไปเลย เพราะประชาชนจะไม่เชื่อมั่นว่าตัดแล้วจริงๆ ” นายกฯ ยังได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าแล้วเสร็จเมื่อไหร่ ได้วางเวลาไว้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ตอบว่า ภายในเดือนมีนาคมนี้ จากนั้นนายกฯกล่าวด้วยว่าเมื่อตัดจุดนี้แล้วจะมีการตัดเพิ่มอีกใช่หรือไม่ เจ้าหน้าที่กล่าวว่ายังมีบางสายที่ต้องรอการยืนยันจึงทำให้ช้าอยู่ นายกฯจึงกล่าวว่า หากสายไหนมีการยืนยันแล้วให้ตัดได้เลย 

ขณะเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า การดำเนินงานตัดสายสัญญาณสื่อสารดังกล่าวจะไม่กระทบกับประชาชน และยังมีสายอีกจำนวนหนึ่งที่ยังพาดไปฝั่งกัมพูชา ซึ่งเรายังไม่สามารถดำเนินการรื้อถอนได้ เราจึงใช้วิธีตัดที่ฝั่งเรา และหลังจากนี้จะมีการจัดระเบียบเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย

ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า แต่ยังมีเสาสัญญาณสื่อสารที่ต้องลดลงด้วย

จากนั้นนายกฯ ได้เดินไปดูเครื่องตัดสัญญาณสื่อสาร พร้อมสอบถามว่าเครื่องตัดสัญญาณนี้เพื่อไม่ให้มีสัญญาณข้ามไปใช่หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่รายงานว่าเรามีเครื่องซึ่งจะมีสัญญาณสีตามเกณฑ์ที่วางไว้ให้ใช้ ซึ่งของเราใช้สัญญาณโทรศัพท์ได้ไม่เดือดร้อนประชาชน ขณะที่สัญญาณในฝั่งกัมพูชายังแรงอยู่เราต้องขอความร่วมมือ ซึ่งจะได้มีการพูดคุยตามวงรอบทุกๆ 3 เดือน 

ซึ่งนายภูมิธรรม กล่าวว่าได้มีการพูดคุยกันแล้ว นายกฯจึงให้ติดตามต่อเนื่องขอให้ โทรประสานเพื่อขอให้ลดสัญญาณลง 

ขณะเจ้าหน้าที่ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างประเทศต้องวีไอพีพูดคุยกัน และระบุว่าอยากให้เปลี่ยนจากเสาสัญญาณใหญ่เป็นเสาสัญญาณเล็กกระจายตามจุดต่างๆเพื่อไม่ให้กระทบประชาชนทั่วไป นายกฯจึงกล่าวว่า ทราบ แต่ต้องติดตามงานโดยเรียกประชุมและรายงานว่าทำได้หรือไม่ และให้ระวังเรื่องการกระทบกับประชาชนด้วย ไม่อยากให้พี่น้องคนไทยเดือดร้อนไปด้วย ให้ดูควบคู่กันไปด้วย เชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ทำเรื่องดังกล่าวเยอะ และเจ้าหน้าที่มีหลายหน้าที่ที่ต้องทำตรงนี้ ต้องฝากขอบคุณด้วย รัฐบาลขอบคุณมากในความมั่นคง ความปลอดภัยของคนไทย 

ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับได้มีประชาชนมามอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ และถือป้ายพร้อมข้อความระบุว่า นายกฯอุ๊งอิ๊งสู้ๆ , ชาวสระแก้วเป็นกำลังใจให้ท่านนายกแพทองธาร สู้สู้, พวกเราชาวสระแก้วยินดีต้อนรับนายกแพรทองธาร ,คนสระแก้วรักนายกอุ๊งอิ๊ง  และชาวสระแก้วพร้อมสนับสนุนนายกแพทองธารตลอดไป 

ทั้งนี้ในการประชุมหารือประเด็นการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ ที่ร.12 พัน.3 รอ. (ค่ายสุรสิงหนาท) ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว  น.ส.แพทองธาร ได้มีข้อสั่งการและมอบนโยบายด้วยว่า ขอให้ขอให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน ตอนนี้ส่วนกลางมีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC1441) ซึ่งเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขึ้นเพื่อติดตามและรายงานการทำงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบอยู่ตลอดเวลา และขอกำชับให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ติดตามเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตสัญญาณสื่อสาร รวมทั้งซิมโทรศัพท์ อย่าให้ถูกมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงประชาชน รวมถึงตรวจสอบสัญญาณที่จับไปแล้วอย่าให้มีการติดตั้งขึ้นมาใหม่เด็ดขาด และ ขอให้หน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กวดขันการเข้าออกบริเวณแนวชายแดน ป้องกันการลักลอบนำคนหรืออุปกรณ์เข้าออกตามแนวชายแดน โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ 

นายกฯ กล่าวว่า ขอให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่รับผิดชอบประสานงานกับเพื่อนบ้านในกรณีที่มีการส่งกลับทั้งคนไทยและคนต่างชาติโดยเฉพาะผู้ที่ส่งกลับแล้วจะต้องส่งตัวต่อไปยังประเทศที่สาม ขอให้มีความชัดเจนในการส่งตัวกลับไปยังประเทศปลายทางในทันที เพื่อป้องกันการกลับเข้ามากระทำผิดซ้ำในประเทศไทย พร้อมให้เข้มงวดคัดกรองและตรวจสอบบุคคล รวมถึงควบคุมเส้นทางลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกระบวนการอาชญากรรม โดยเฉพาะด่านชายแดนประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชา เมียนมา ลาวและมาเลเซีย และการลงพื้นที่วันนี้ของตนได้เห็นการปฎิบัติหน้าที่อย่างจริงจังและเข้มแข็ง ขอให้ทุกท่านคงความตั้งใจต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านมีส่วนใดติดขัดหรือต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลขอให้ประสานงานมาเพื่อให้การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ลุล่วงอย่างเร็วที่สุด

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top