‘สุดารัตน์’แนะ‘รัฐบาล’ เปิดทาง‘ฝ่ายค้าน’อภิปรายไม่ไว้วางใจ 30 ชั่วโมง

‘สุดารัตน์’แนะ‘รัฐบาล’ เปิดทาง‘ฝ่ายค้าน’อภิปรายไม่ไว้วางใจ 30 ชั่วโมง

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.50 น.

"สุดารัตน์"แนะ"รัฐบาล" เปิดทาง"ฝ่ายค้าน"อภิปรายไม่ไว้วางใจ 30 ชั่วโมง ระบุบรรทัดฐานเดิมให้เวลาถึง 4 วัน ย้ำการตรวจสอบเป็นหัวใจประชาธิปไตย เตือนอย่าปิดกั้นการตรวจสอบที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยเสนอให้มีระยะเวลาอภิปราย 30 ชั่วโมง เพื่อนำเสนอข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างครบถ้วน


คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ในอดีตเคยมีกรณีที่นายกรัฐมนตรีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงคนเดียวมาแล้ว เช่น นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกอภิปรายเรื่องสัญชาติและข้อกล่าวหาทุจริตนายกบรรหาร ได้ให้เวลาการอภิปรายรวมถึงการลงมติเป็นระยะเวลา 4 วันเต็ม ทั้งนี้ นายบรรหารได้เข้าร่วมการประชุมตลอดเวลา และลุกขึ้นตอบทุกคำถามด้วยตัวเองทุกคำถาม โดยไม่มีตัวช่วย หรือองครักษ์ เพื่อขัดขวางกระบวนการตรวจสอบ ดิฉันอยู่ในเหตุการณ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สังกัดพรรคพลังธรรม ในรัฐบาลคุณบรรหาร

ในปีถัดมา พ.ศ.2540 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เผชิญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงคนเดียว จากกรณีการลอยตัวค่าเงินบาทและปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย ในครั้งนั้น พล.อ.ชวลิต ก็ให้เวลาการอภิปรายเท่ากัน คือ 4 วันเต็ม พร้อมนั่งอยู่ในสภาตลอดเวลา และลุกขึ้นตอบทุกข้อซักถามโดยตรง และไม่มีการเล่นเกมส์ ขัดขวางการอภิปรายของฝ่ายค้าน

"บรรทัดฐานมีอยู่แล้ว และเป็นแนวทางที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบของผู้นำประเทศในการให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบ ดังนั้น จึงไม่ควรมีการลดเวลาการอภิปรายให้สั้นลง เพียงเพราะรัฐบาลไม่ต้องการเผชิญกับข้อกล่าวหา"

คุณหญิงสุดารัตน์ เน้นย้ำว่า ฝ่ายค้านมีข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งต้องการนำเสนออย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามลอยๆ แต่เป็นข้อมูลที่มาจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงผลเสียหายในการบริหารประเทศของรัฐบาล

"การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่แค่การแสดงความเห็นทางการเมือง แต่เป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตย ที่ช่วยให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อสาธารณชน หากรัฐบาลมั่นใจว่าทำงานด้วยความสุจริต ก็ไม่ควรกลัวการตรวจสอบ และควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่"

หากนายกแสดงความพร้อมที่จะรับฟังคำถามและตอบด้วยตัวเองโดยตรง โดยไม่ใช้เกมการเมืองในสภาขัดขวางการอภิปรายของฝ่ายค้าน  และไม่จำกัดเวลาจนเกินไป หรือใช้เสียงข้างมากในสภาปิดกั้นกระบวนการตรวจสอบ และถ้านายกตอบได้อย่างดี ก็จะเป็นคะแนนนิยมของตัวนายกเอง

"นี่เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความโปร่งใส ความกล้าหาญ และความรับผิดชอบในการบริหารประเทศ หากไม่มีอะไรต้องปิดบัง ก็ควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายอย่างเต็มที่ และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน"

ฝ่ายค้านยืนยันว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นทางการเมือง และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้บรรทัดฐานเดิม โดยให้เวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเพียงพอ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่รอบด้านและเป็นธรรม

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top