วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
อนุ กมธ.คลัง สว.ยื่น 6 ข้อเสนอรัฐบาลคุมเข้มโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แนะตั้งบอร์ดคุมอีกชั้น-ให้เอสเอ็มอีไทยร่วมโครงการอย่างน้อยร้อยละ 30
ดร.ชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย ประธานอนุกรรมาธิการด้านการคลัง วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนและคณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง ได้ร่วมประชุมหารือและคาดการณ์เกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 โดยคาดว่าจะขาดดุลเกือบ 9 แสนล้านบาท เพราะรัฐเก็บรายได้เพียง 2.92 ล้านล้านบาท แต่รายจ่าย 3.78 ล้านล้านบาท รายได้ไม่ถึงเป้า แต่ใช้จ่ายเท่าเดิม ทำให้รัฐต้องกู้หนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่การเติบโตของจีดีพีลดลงจากแผนทุกปี และปีนี้กระทรวงการคลังประกาศลดจากเดิมร้อยละ 3 เหลือเพียงร้อยละ 2.1 เงินถูกใช้ไปกับโครงการที่ไม่ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั้งในและต่างประเทศ
ประธานคณะอนุกรรมาธิการการคลัง วุฒิสภา ระบุว่า จากการคาดการณ์ดังกล่าว คณะอนุกรรมาธิการฯ จึงมีเรียกร้องเสนอให้รัฐบาลนำไปพิจารณาดำเนินการ เพื่อเป็นแนวทางการพิจารณางบประมาณงบประมาณโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ 6 ข้อ ประกอบด้วย 1. ให้รัฐบาล “ชะลอ-ลด-เลิก” งบลงทุนที่ไม่จำเป็นไม่เร่งด่วน รอให้เศรษฐกิจฟื้นก่อน จึงเสนอใหม่ 2. Shared Asset หรือจัดระบบฐานข้อมูลทรัพย์สินอาคารของรัฐส่วนกลาง เพื่อนำอาคารที่ไม่ได้ใช้งาน ไปให้หน่วยงานที่มีความจำเป็น ใช้งานต่อไป 3.ตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ เพื่อช่วยหน่วยงานเจ้าของโครงการพิจารณาอนุมัติ กำกับ และตรวจสอบ 4.จัดสรรให้เอสเอ็มอีไทยได้รับงานโครงการอาคารใหญ่ อย่างน้อย 30% ของมูลค่าโครงการ และต้องว่าจ้างงานคนไทย 5. ให้หน่วยงานรัฐและองค์กรอิสระ ที่มีเงินเกิน 100 ล้านบาท ทั้งงบประมาณและเงินรายได้ขององค์กร ต้องส่งคืนคลัง และ 6.เปิดให้ภาคประชาสังคมและภาคประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี