ศาลรธน.ชี้ชะตาคดีคลิปเสียงฮุนเซน
‘อิงค์’ลุ้นระทึก!
ปักหลักทำเนียบฟังคำวินิจฉัย
สส.พท.นัดให้กำลังใจที่พรรค
‘ภท.’ขู่เปิดซักฟอกมาตรา151
“อิ๊งค์”ลุ้นระทึก!ปักหลักที่ทำเนียบฯฟังศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงคุย“ฮุนเซน”พร้อมแถลงข่าวหลังศาลชี้ขาดโดยมี รมต.เพื่อไทยร่วมให้กำลังใจ ก่อนเข้าพรรคพท.พบสส.-แฟนคลับรวมพลรอให้กำลังใจ“ภูมิธรรม”ย้อนถามสื่อข่าวซื้อเสียงโหวต 2 พันล้าน พลิกขั้วล้มรัฐบาล บอกอย่าเพิ่งคิด ศาลยังไม่ตัดสินด้าน ปชน.-ภท.ต่างเกาะติดศาลชี้ขาดคดีคลิปใกล้ชิด“โรม”ระบุถ้านายกฯรอดจ่อหารือ ภท.ลุยเปิดซักฟอกม.151“อดีตสว.สมชาย”เชื่อประวัติศาสตร์(ไม่)ซ้ำรอยคดีซุกหุ้น?ยัน“อิ๊งค์”ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง“หมอวรงค์” ย้ำศาลยังเป็นที่พึ่ง-ทางออกประเทศ ‘ยุทธพร’มองคดีคลิปเสียงออกได้2ทาง
จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัยในคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา 36 คนเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเรื่องคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีมีพฤติกรรมขัดต่อรัฐธรรมนูญขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธารสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82, มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงโดยศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม2568 เวลา 09.30น.และออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ในเวลา 15.00 น.เป็นต้นไปที่ห้องพิจารณาคดี ชั้นสาม ศาลรัฐธรรมนูญนั้น
‘อิ๊งค์’ปักหลักลุ้นคดีที่ทำเนียบฯ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรมว่าวันที่ 29 สิงหาคมนี้จะเดินทางเข้าปักหลักบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น. เพื่อติดตามรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปสนทนาที่จะมีขึ้นในเวลา 15.00น.โดยน.ส.แพทองธารไม่ได้เดินทางไปฟังที่ศาลรัฐธรรมนูญแต่ส่งตัวแทนไปฟังแทน
โดยจะมีบรรดารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย(พท.)เข้าร่วมรับฟังคำวินิจฉัยพร้อมกับน.ส.แพทองธารด้วย ทั้งนี้เมื่อศาลอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้ว น.ส.แพทองธาร จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนด้วย
ก่อนเข้าพรรคพบส.ส.-แฟนคลับ
จากนั้นน.ส.แพทองธารจะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อพบปะกับสส.ของพรรคที่มารอให้กำลังใจและบรรดาแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการนัดหมายให้สส.ของพรรคพท.นัดรวมตัวกันที่พรรคแล้วนั่งรถเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อมาให้กำลังใจน.ส.แพทองธาร แต่ล่าสุดได้มีการเปลี่ยนแปลงไม่ให้สส.เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลแต่ให้รวมตัวกันที่พรรคพท.ตั้งแต่ 15.00น.แทน
‘อ้วน’ย้อนปมซื้อเสียงพลิกขั้วล้มรบ.
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีการซื้อเสียงโหวต 2พันล้าน เพื่อล้มรัฐบาล หากมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยนายภูมิธรรมย้อนถามสื่อว่า”ใครหรอครับ บอกมาเลย ผมจะได้ไปเจอ ผมยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้”เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ว่าหากหลังวันที่ 29ส.ค.หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯซึ่งต้องมีการโหวตเลือกนายกฯใหม่อาจจะมีการพลิกขั้วนายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดสิ่งที่ยังไม่เกิด ตรงนั้นจะเกิดเมื่อน.ส.แพทองธารมีความผิด แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่านายกฯมีความผิดหรือไม่ เอาไปทีละขั้นตอน
ไม่มีใครรู้อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล
ส่วนกรณีที่สส.พรรคเพื่อไทยจะนั่งรถบัสจากพรรคมาให้กำลังใจน.ส.แพทองธาร ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันพรุ่งนี้(29ส.ค.) นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาตนไม่ได้เข้าพรรคเลย เพราะมีภารกิจเยอะเลยไม่ทราบว่าเขาคุยอะไรกัน
เมื่อถามว่ามีการมองกันว่าบรรดาสส.รู้ผลล่วงหน้าแล้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น ตนเชื่อว่า สส.พรรคเพื่อไทย เชื่อในความตั้งใจและความบริสุทธิ์ใจของนายกฯ และเชื่อว่าข้อกล่าวหาไม่ใช่ปัญหา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศหลายส่วนก็ระบุว่าเป็นเรื่องธรรมดาทางการทูต ดังนั้น สส.จึงมั่นใจและคิดว่าจะประสบความสำเร็จ เลยอยากมาแสดงความยินดี อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่าศาลจะใช้ดุลพินิจอย่างไร
‘ก่อแก้ว’ยกสารพัดเหตุรอด-ไม่รอด
นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย(พท.)โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กระบุว่า 29 ส.ค. เป็นวันชี้ชะตา อนาคตของประเทศ เป็นวันที่คนไทยต้องลุ้น ยิ่งกว่าวันออกหวยว่านายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง จะถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนอีกหรือไม่ จากกรณีคลิปหลุด ถ้าท่านนายกฯแพทองธารไม่ถูกถอดถอน การบริหารประเทศสามารถเดินต่อได้ทันที หลังจากที่ได้วางแนวทางและทำงานในการขับเคลื่อนประเทศเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจไว้หลายเรื่องถ้าท่านนายกฯแพทองธาร ถูกถอดถอน(ทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกัน) ต้องเลือกนายกรัฐมนตรีกันใหม่ การบริหารงานแผ่นดินเพื่อแก้ปัญหาที่มีหลายเรื่อง จะหยุดชะงัก ไม่ต่อเนื่อง เสียเวลาอีกหลายเดือน ดีไม่ดี อาจจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่
ย้ำเลือก‘นายกฯใหม่’มีแต่ปัญหา
นายก่อแก้วมองว่าในกรณีที่จะมีการเลือกนายกฯใหม่ ถ้าดูจากรายชื่อแคนดิเดตที่เหลืออยู่ ล้วนแต่มีปัญหาที่แตกต่างกัน ผมขอยกมาแค่ 3ท่านที่เป็นไปได้ 1.คุณชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ในแง่ของการยอมรับ อาจจะทำให้การให้ความร่วมมือจาก ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล หรือแม้กระทั่งในพรรคเพื่อไทยเอง จะน้อยกว่า ท่านนายกฯแพทองธาร 2. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ องคมนตรี ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการยึดอำนาจ ในช่วงที่ดำรงค์ตำแหน่งนายกฯกว่า 8 ปี ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในความชอบธรรม ความสามารถและผลงานเป็นอย่างมาก3. คุณอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี จากการที่กำลังถูกสอบสวนเพื่อดำเนินคดีฮั้วการเลือกตั้ง ส.ว. ทำให้เกิดคำถามในเรื่องจริยธรรมและการยอมรับ โดยเฉพาะจากผู้นำนานาชาติ และนักลงทุนต่างประเทศ
ชี้‘อิ๊งค์’ไม่รอด-ประเทศไปต่อยาก
“จะเห็นได้ว่าถ้าท่านนายกฯแพทองธารถูกถอดถอนจะมีปัญหาตามมาสารพัดเรื่อง เกิดสุญญากาศ และ เกิดความไม่เชื่อมั่นในกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศเป็นอย่างยิ่งความเห็นส่วนตัวผม สรุปได้ว่า”ถ้าท่านนายกฯแพทองธารรอด ประเทศไทยรอดแต่ถ้าท่านนายกฯแพทองธารไม่รอด ประเทศไทยไปต่อยาก”ผมขอให้ประเทศไทยรอดครับ”นายก่อแก้ว ย้ำ
ปชน.เกาะติดชี้ชะตาคดีคลิปเสียง
ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของน.ส.แพทองธารชินวัตร นายกฯและรมว.วัฒนธรรม สนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาวันพรุ่งนี้ (29ส.ค.)ว่า ต้องยอมรับตรงไปตรงมาว่า เรื่องนี้หากมีคำวินิจฉัยอะไรก็จะส่งผลทางการเมืองอยู่มาก ในฐานะที่เป็นนักการเมืองฝ่ายค้านก็จะติดตามอย่างใกล้ชิดและได้มีการพูดคุยกับ สส. ของพรรคว่าเรื่องนี้ติดตามและเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเพิกเฉยได้เพราะอาจจะส่งผลทางการเมืองมากอย่างแน่นอน
ชี้‘อิ๊งค์’รอดจ่อคุยภท.ลุยซักฟอกม.151
เมื่อถามว่าพรรคฝ่ายค้านจะมีการวางแผนเตรียมการเปิดอภิปรายรัฐบาล หลังมีคำวินิจฉัยหรือไม่นั้นนายรังสิมันต์กล่าวว่า สำหรับประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องแยกออกเป็น 2ส่วนส่วนที่หนึ่งในกรณีที่สถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ การตรวจสอบของฝ่ายค้านก็ต้องเดินหน้าต่อไป ก่อนหน้านี้เราเองก็ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านถึงแนวทางในการสอบและการใช้มาตรการที่สำคัญเช่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 แต่มีเหตุแทรกแซงกรณีของศาลรัฐธรรมนูญเข้ามา พรรคฝ่ายค้านจึงต้องพิจารณาใคร่ครวญ เพราะใช้ได้เพียงปีละครั้งจึงต้องพิจารณาในจุดนี้
“ขอย้ำว่าหากเข้าสู่ภาวะปกติและมีคำตัดสินของศาลให้นายกรัฐมนตรีรอด พรรคประชาชนก็จะพูดคุยกับภูมิใจไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆอย่างเป็นกิจจะลักษณะว่าจะมีการดำเนินการเมื่อไหร่ แต่หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันก็คงต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่พรรคประชาชนเคยเสนอไปก่อนหน้านี้ว่าไม่อยากให้ประเทศไทยถึงทางตันและไม่ควรมีใครพาไปถึงจุดนั้น”
ย้ำทางออกที่ดีคืนอำนาจให้ปชช.
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาชนขอย้ำเหมือนเดิมว่า เรามีข้อตกลงและมีการเสนอรูปแบบไปแล้ว ว่าเราไม่ได้มีจุดประสงค์ในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และไม่เกิดทางตัน ส่วนตัวขอย้ำว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน และไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องยอมรับว่าจะมีข้อครหาจากประชาชน ดังนั้นการเลือกตั้งใหม่ คือทางออกที่ดีที่สุด แต่ทางพรรคประชาชนก็ไม่สามารถที่จะไปกำหนดทุกอย่างได้
ภท.รวมพลเกาะติดคดีอิ๊งค์ที่พรรค
มีรายงานข่าวว่าทางพรรคภูมิใจไทย จะมีการนัดรวมตัวส.ส.ของพรรคที่ทำการพรรคภูมิใจไทยเพื่อเกาะติดฟังศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม สนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันพรุ่งนี้ (29 ส.ค.)ด้วย
‘สมชาย’เชื่อประวัติศาสตร์(ไม่)ซ้ำรอย?
ด้านนายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก“สมชาย แสวงการ” ระบุว่า..#ประวัติศาสตร์(ไม่)ซ้ำรอย? #29สิงหา #ชี้ชะตาบ้านเมือง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีพ่อซุกหุ้นคนขับรถคนรับใช้ เมื่อ 3 ส.ค.2544 #บกพร่องโดยสุจริต ด้วยเงื่อนงำของมติไม่ผิด 8:7 หรือ มติผิด 7:6:2 นั้น
รายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป)ระบุว่า คำวินิจฉัยคดีซุกหุ้นเป็นหนึ่งในสาเหตุวิกฤติบ้านเมืองในเวลาต่อๆมา“อำนาจตุลาการซึ่งควรมีบทบาทและหน้าที่ผดุงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ไม่สามารถยุติความขัดแย้งทางการเมืองได้ กลับเป็นผู้ละเมิดหลักนิติธรรมเสียเอง กลายเป็นปัญหารากเหง้าและปมปัญหาความขัดแย้งต่อมา…เป็นการบิดเบือน หักดิบกฎหมาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความเคลือบแคลงในหลักนิติธรรม คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีประวัติศาสตร์
คลิปสนทนาลับหลุดของลูกสาวอุ๊งอิ๊ง-uncleฮุนเซน ที่จะพิสูจน์ว่าไม่สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง“เสียความลับชาติ เสื่อมเกียรติภูมิ เสี่ยงสงคราม เสียอธิปไตยไทย”ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ พรุ่งนี้ 29สค68 คงรู้กันครับ#เชื่อมั่นในหลักนิติธรรม#เชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญ@คลิปสนทนาลับ 17นาทีเต็ม ผู้นำไทย-เขมร
ยัน‘อิ๊งค์’ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง
“คลิปหลุดดังกล่าว..ได้ชี้ให้เห็นถึงการกระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมในฐานะนายกรัฐมนตรี..ในหลายประเด็นอาทิ..การไม่ปกป้องอธิปไตย..เอกราชของราชอาณาจักร..การไม่รักษาเกียรติภูมิของประเทศและตำแหน่ง..การไม่รักษาความลับราชการ..การเปิดเผยข้อมูลให้ศัตรูได้เปรียบในการบ..การกล่าวหาแม่ทัพเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตน..การยอมรับกระทำการใดๆ..ทุกประการตามคำสั่งของข้าศึก..การมีผลประโยชน์ส่วนตน ฯลฯ..อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายความมั่นคงตามหมวด 3..เรื่อง ความผิดต่อความมั่นคงนอกราชอาณาจักร..ผิดประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง..อันเป็นความผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง..และแสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี”
“พี่น้องประชาชนไทยได้ฟังคลิปลับที่หลุดออกมากันแล้ว..และหากพิจารณาข้อเท็จจริงตามเอกสารและ Timeline..ที่เห็นชัดเจนเช่นนี้..คงวินิจฉัยได้เองแล้วครับ..ว่าแพทองธาร ชินวัตร..ได้กระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง..ไม่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอีกต่อไป ..ส่วนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 ส.ค.68 จะออกมาเช่นนี้หรือไม่..พวกเราที่เห็นพ้องตรงกันแล้ว คงต้องติดตามต่อไปครับ”นายสมชาย ย้ำ
‘วรงค์’ย้ำศาลยังเป็นที่พึ่ง-ทางออกปท.
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก“วรงค์ เดชกิจวิกรม - WarongDechgitvigrom”ระบุว่า...#กระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งให้เป็นทางออกของประเทศหรือไม่ ช่วงก่อนวันตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงที่อุ๊งอิ๊งคุยกับฮุนเซน จะพบว่าคนของพรรคเพื่อไทย ออกมาอวยอุ๊งอิ๊งกันมาก เพื่อปั่นกระแสว่าอุ๊งอิ๊งรอดจากคดีสิ่งที่ต้องถามคนเหล่านี้ พวกคุณได้ฟังคลิปเสียง การเจรจาจริงๆหรือยัง คุณลองฟังสัก2-3รอบ ขอแค่ฟังภาษาไทยรู้เรื่อง คุณจะได้รับรู้ถึงเจตนา เนื้อหาสาระจริงๆ ที่อุ๊งอิ๊งคุยกับฮุนเซน
คลิปเสียงนี้เป็นภาษาไทย แม้ฮุนเซนจะพูดเขมรแต่ก็มีล่ามที่อุ๊งอิ๊งสนิทสนม ไว้วางใจคอยช่วยแปร การฟังด้วยใจเป็นธรรมจึงสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ เพราะไม่ต้องตีความประชาชนทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้ถึงความเหมาะสม ความน่าไว้วางใจที่อุ๊งอิ๊งพูด ความรู้สึกเป็นพวกเดียวกับฮุนเซนที่ปล่อยให้ฮุนเซนตำหนิทหารไทย หรือแม้แต่เจตนาคำพูดของอุ๊งอิ๊งที่ถามความต้องการของฮุนเซน ถ้าฟังแบบคนไทยฟังจะรู้ว่า อุ๊งอิ๊งพูดเพื่ออะไร สอดคล้องกับคำชี้แจงต่อศาลหรือไม่
“การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ จึงไม่แปลกใจที่คนไทยส่วนใหญ่มีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่เพราะเคารพกระบวนการยุติธรรม จึงรอฟังคำตัดสินอย่างเป็นทางการของศาล ว่ากระบวนการยุติธรรมยังเป็นที่พึ่งให้เป็นทางออกของประเทศหรือไม่”นพ.วรงค์ ย้ำ
‘สมชัย’กาง4ปัจจัยคดีคลิปเสียง‘อิ๊งค์’
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งโพสต์เฟซบุ๊ก“ปั่นไปไหน–สมชัย ศรีสุทธิยากร”ระบุว่า..ทำความเข้าใจ ปัจจัย หัวหรือก้อย คดีแพทองธาร 1.เนื้อหาของสิ่งที่พูดในคลิปเสียง ละเมิด คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญตามมาตรา160(4) ซื่อสัตย์สุจริต(5)ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ 2.การฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมที่จัดว่าเป็นระดับร้ายแรง มี 3ประเด็น คือ 1)การไม่พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ 2)การถือผลประโยชน์ส่วนตนเหนือผลประโยชน์ชาติ และ 3) การไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
3. การฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมที่ไม่จัดว่าร้ายแรงแต่อาจตีความว่าร้ายแรงได้จากพฤติกรรม เจตนาและระดับความร้ายแรง มี 3ประเด็น คือ 1) การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง 2) การไม่รักษาความลับของการประชุม และ 3) การคบหาสมาคมกับผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย จนกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน 4. การตีความถึงคำพูดที่ปรากฏในคลิปเสียงเทียบกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่บัญญัติ และมาตรฐานการวินิจฉัยของตุลาการเสียงข้างมาก ตั้งแต่ 5 เสียงขึ้นไปในกรณีดังกล่าวนับถอยหลัง ไม่เกิน 24 ชั่วโมงแล้ว จะรู้หัวหรือก้อย
‘ยุทธพร’มองคดีคลิปเสียงออกได้2ทาง
ที่รัฐสภานายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชกล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯวันที่29ส.ค.นี้ว่า50:50 สามารถออกไปได้ทุกทาง ออกได้ทั้งสองฝั่งเพราะเรื่องกฎหมายมีการเขียนไว้กว้าง อย่างคำว่าซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ หรือคำว่าจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่นั้น ก็สามารถวินิจฉัยออกมาได้ทั้งหมด เพราะคงไม่มีใครตอบได้ชัดเจนว่า ซื่อสัตย์สุจริตหมายถึงอะไร ขณะเดียวกันมาตรฐานจริยธรรม ก็เป็นประเด็นที่ถูกจับขึ้นมาเหมือนกัน อยู่ที่ศาลว่าจะรับพิจารณาทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าวหรือไม่และนายกฯ ก็ต้องผ่านพ้นทั้ง2ประเด็นจึงจะสามารถไปต่อได้ หากติดประเด็นใดประเด็นหนึ่งจะไปต่อไม่ได้
“เรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมายที่เขียนไว้กว้าง ความหมายแตกต่างกัน ขณะเดียวกันก็เป็นข้อเท็จจริงซึ่งต้องมีการพิสูจน์ ในคำวินิจฉัยของศาลว่าจะฟังข้อเท็จจริงอย่างไร ทั้งคำชี้แจงของนายกฯหรือคำร้องของผู้ร้อง รวมถึงการแถลงปิดคดีของทั้งสองฝ่าย และเรื่องการไต่สวนพยาน 2ปากสำคัญ คือตัวนายกฯและนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็ต้องอยู่ที่ว่าศาลจะวินิจฉัยไปในทางใด”นายยุทธพรระบุและว่า หากมองในแง่ข้อกฎหมาย การวินิจฉัยให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีหรือถึงขั้นตัดสิทธิ์ทางการเมืองก็ดีสิ่งเหล่านี้ต้องมีความเด็ดขาดเพราะเป็นผลที่เกิดขึ้นต่อบุคคล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี