'โรม'ชี้ภาคใต้คือความหวังพรรคประชาชน ยันไม่ด้อยค่าทหาร-ไม่แก้112

'โรม'ชี้ภาคใต้คือความหวังพรรคประชาชน ยันไม่ด้อยค่าทหาร-ไม่แก้112

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.51 น.

“โรม” ชี้ภาคใต้คือความหวังพรรคประชาชน ปลุกเลือกของใหม่ อย่ากลับสู่การเมืองเน่า โต้ข่าวใส่ร้ายพรรคประชาชน ยันไม่ด้อยค่าทหาร-ไม่แก้ 112

5 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง อ.เมือง จ.ตรัง นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายศุภกร สุวรรณหมัด หรือทนายเก่ง ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 1 เบอร์ 4 พรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดตรัง ใช้เวลาหาเสียงทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมกับแนะนำตัวผู้สมัคร โดยมีบรรดาพ่อค้าประชาชนที่ชื่นชอบเข้ามาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจตัวผู้สมัคร ก่อนขึ้นรถหาเสียง วนรอบหอนาฬิกาตรัง ปราศรัยบนรถแนะนำตัวผู้สมัครในเขตเทศบาลนครตรัง


นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า คะแนนเสียงในภาคใต้คือความหวัง เพราะว่าภาคใต้ยังสามารถโตได้อีกเยอะในเรื่องของการเลือกตั้ง แล้วตนมองว่าจะเป็นจุดสำคัญในการทำให้ส่งให้พวกเราได้ไปเป็นรัฐบาลพรรคประชาชน ตนรู้มาเสมอว่าการเลือกตั้งในภาคใต้ไม่ง่ายเราเองก็ผ่านการเลือกตั้งตั้งแต่ 2566 มีเพียงจังหวัดภูเก็ตที่พรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง แต่เช้านี้เท่าที่เดินตลาดกับผู้สมัครเขต 1 ต้องบอกว่าการตอบรับดีเกินคาด มีพี่น้องประชาชนมาขอถ่ายรูป มาร่วมพูดคุย เป็นบรรยากาศที่ดีแล้วก็อบอุ่น ถือว่าดีเกินคาดมาก จริงๆ ตนเดินสายตั้งแต่พังงา กระบี่วันนี้มาที่ตรังพรุ่งนี้จะไปที่สตูล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมาคะแนนผลการเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ สมัยเป็นพรรคก้าวไกลมีคะแนนเป็นอันดับ 1 ใน 3 จาก 4 เขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความคาดหวังแค่ไหน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า โจทย์ในครั้งนี้จากฐานคะแนนเดิม สส.เขต 1 อยู่ที่ประมาณ 17,000 เสียง ในส่วนที่ 2 โจทย์ที่เราจะต้องทำให้ได้ก็คือจะทำยังไงให้คะแนนบัญชีรายชื่อมาเลือก ส.ส.เขต ด้วย ต้องเข้าใจว่าการเลือกตั้งถึงแม้จะมีบัตร 2 ใบ เรามักจะจำคำพูดว่าเลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ใช่ อะไรทำนองนี้ประเด็นก็คือว่าในความเป็นจริงมันแยกกันไม่ได้ เพราะจะ สส.เขตก็ดี ส.ส. บัญชีรายชื่อก็ดี ตอนที่จะต้องไปจัดตั้งรัฐบาลทั้งสองส่วนนี้ต้องมีบทบาทเท่ากัน ดังนั้นต้องทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าการเลือกตั้งถ้าอยากให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาลต้องเลือกทั้ง สส.เขต และเลือกพรรคประชาชนเข้าไปเพื่อที่เราจะได้มีส.ส.มากที่สุดและจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหรือให้ดีไม่ต้องมีพรรคร่วมเลย เป็นพรรคเดี่ยวในการจัดตั้งรัฐบาล นี่คือโจทย์ที่สำคัญ อีกส่วนหนึ่งก็คือคะแนนนิวโหวตเตอร์ที่จะเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก ทางพรรคก็ตั้งความหวังกับคะแนนเสียงเหล่านี้มากในการที่จะมาช่วยกันเลือกพรรคประชาชน

“การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสำหรับคนไทยสำหรับประเทศไทยมากพอหรือยัง ลองไปดูอย่างพี่น้องภาคใต้ ตนคิดว่าถ้าพูดถึงหนึ่งในความท้าทายของสังคมไทยคือเรื่องภัยพิบัติ ดูการบริหารน้ำท่วมที่หาดใหญ่ พอใจไหมถ้าพอใจ จะเลือกแบบเดิมตนไม่ว่ากัน เคารพในการตัดสินใจ แต่ถ้าคิดว่ามันต้องดีกว่าเดิมนะครับ วันนี้เราต้องเลือกของใหม่เช่นกับปัญหาการคอร์รัปชั่นก็ยังเป็นปัญหาหลัก อย่างเช่นองค์กรตำรวจมีทุกเรื่อง มีแทบเรียกว่าเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนมีเรื่องใหม่ๆ เกี่ยวกับองค์กรตำรวจเสมอ ตำรวจอยู่ภายใต้ใคร อยู่ภายใต้นายกรัฐมนตรี ดังนั้นเนี่ยตนคิดว่าถ้าอยากจะออกจากความเน่าเฟะของสังคมตนคิดว่าเราไม่ควรจะกลับไปแบบนั้นอีกแล้ว ดังนั้นถ้าเกิดพี่น้องรู้แล้วว่าการเมืองมันเน่ากับอันที่สองมันมีของใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง คำถามประชาชนต้องเลือกก็คืออยากจะอยู่กับความเน่าแบบเดิมหรือจะไปสู่การสร้างสังคมใหม่สร้างโลกใบใหม่ที่พรรคประชาชนพยายามทำ แต่ว่าถ้าเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยนประเทศมันก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆแล้วเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง ประเทศมันจะดีขึ้นได้ยังไง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากจะชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนก็คือการเมืองแบบใหม่”

ขณะที่ด้านกระแสข่าวกรณี ที่หลายฝ่ายโจมตี วาทกรรมด้อยค่ากองทัพ-ความเป็นทหาร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตนเห็นสัญญาณว่ามีความพยายามในการใส่ร้ายพรรคประชาชนมาโดยตลอด ถ้าพูดกันตรงไปตรงมา อย่างเช่น พยายามบอกว่าเรามีจุดประสงค์ที่ไม่ดีนะครับต่อสถาบันของชาติ มีความพยายามในการบอกว่าเราเนี่ยด้อยค่าทหาร สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำไมต้องมาเฉพาะเลือกตั้ง ในวันนี้เราไม่ได้มีการเสนอในเรื่องของการแก้ 112 ไม่ได้เป็นนโยบายพรรคเลยเรื่องด้อยค่าทหาร ถ้าไปดูนโยบายของพรรคประชาชนคือการเพิ่มขีดความสามารถให้กับกองทัพดังนั้นวิธีคิดของเราคือพยายามจะคิดไปถึงว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะทำยังไงให้การบริหารประเทศชาติมันออกมาดีที่สุด แต่เพราะว่าอะไรเพราะว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคที่ตอนนี้กระแสนิยมมากเป็นอันดับหนึ่งเลยถูกโจมตี ถ้าเป็นการโจมตีเรื่องของนโยบายเป็นการแลกเปลี่ยนเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินว่าแบบไหนดีแบบนี้ไม่ดี แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มเอาข่าวเท็จ พยายามมาใส่ร้ายป้ายสี ทางพรรคก็ต้องชี้แจง ต้องอธิบายต่อสังคมให้เข้าใจ จุดแข็งที่สุดของพรรคประชาชนคือการที่ต่อสู้กับทุนสีเทา การที่คุณทำลายพรรคการเมืองที่ต้องการต่อสู้กับทุนสีเทาใครได้ประโยชน์ในทางกลับกัน ใส่ร้ายมากเท่าไหร่ เหมือนเป็นการเอาถ่านไปเพิ่มในกองไฟทำให้มีพลังในการทำงานที่มากขึ้น

“ส่วนกรณีปัญหานี้ส่วนแรกคือ ส่วนไหนที่ต้องชี้แจงก็ต้องชี้แจงเพื่อไม่ให้ข่าวเท็จไปไกล ส่วนที่สอง เราไม่อยากจะมาเสียเวลากับการต้องชี้แจงข่าวเท็จอย่างเดียว อะไรที่ต้องไปข้างหน้าอย่างตอนนี้จะมีการเปิดตัวทีมบริหารของพรรคประชาชนออกมาเรื่อยๆ โดยเริ่มต้นที่กระทรวงยุติธรรม ต่อไปก็จะเห็นมืออาชีพเข้ามามีบทบาทของการทำงาน ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นเสียเวลากับการดิสเครดิตพรรคประชาชน แต่เราเนี่ยไปต่อไม่รอแล้วนะ อันนี้ก็คือสิ่งที่เราจะพยายามทำให้สังคมเห็น” นายรังสิมันต์กล่าวทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top