วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
กกต.ถกผู้บริหารสื่อจัดสรรเวลาออกอากาศนโยบาย 52 พรรคการเมือง วิทยุ–ทีวี เวลาตี 5 ถึงตี 1 รวม 10 วัน ก่อนเลือกตั้งคุมเข้มเนื้อหา–รูปแบบโฆษณา ห้ามโลโก้มุมจอ เดินหน้าดีเบตประชันนโยบาย–เวทีประชามติ ย้ำหลักเสมอภาค โปร่งใส
วันที่ 6 มกราคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นประธานหารือ ร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกลุ่มประชาสัมพันธ์ ผู้บริหารสถานีวิทยุกระจายเสียงและผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมี หน่วยงานราชการ กองทัพ สื่อมวลชนทุกสำนัก เข้าร่วมหารือ อย่างพร้อมเพรียง
โดยที่ประชุมมีการพิจารณาจัดสรรเวลาออกอากาศให้แก่พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งขอความร่วมมือสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์จัดสรรเวลาออกอากาศให้กับพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ 10 วัน วันละ 60 นาที แบ่งออกเป็นออกอากาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง 5 วัน ไม่เกิน 60 นาที และประชันนโยบายบริหารประเทศ 5 วันไม่เกิน 60 นาที สามารถออกอากาศได้ช่วงเวลาตั้งแต่เวลา ตี 5 ถึงเวลา ตี 1 โดยโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งได้ระหว่างวันที่ 26 - 30 ม.ค.2569 ส่วนการประชันนโยบายบริหารประเทศ 5 วัน ไม่เกิน 60 นาที จะสามารถออกอากาศได้ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ การจัดสรรเวลาของสถานีไม่จำเป็นต้องออกอากาศในเวลาเดียวกันแต่ให้อยู่ในห้วงเวลา ตี 5 ถึง ตี 1 แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถออกอากาศโฆษณาหาเสียงได้สถานีจะต้องมีแจ้งเปลี่ยนแปลงเวลาไปยังเลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้งโดยเร็ว

ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมข้อ 12 กำหนดให้เพื่อประโยชน์ในการให้ความรู้แก่ประชาชนและส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง หรือสถานีอาจเชิญพรรคการเมืองไปออกรายการเพื่อแสดงวิสัยทัศน์หรืออภิปรายเชิงนโยบายหรือจัดรายการให้กับพรรคการเมืองตอบข้อซักถามหรือแสดงความคิดเห็นก็ได้โดยให้สถานีพิจารณาตามหลักวิชาชีพและจรรยาบรรณโดยต้องพิจารณาให้พรรคการเมืองมีโอกาสเท่าเทียมกัน
พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้มีการกำหนดข้อห้ามรูปแบบออกอากาศตามมาตรฐานของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์โดยห้ามพรรคการเมืองจัดทำโลโก้พรรคที่มุมจอโทรทัศน์ทั้ง 4 มุม นอกจากนี้ กกต.จะจัดส่งการเผยแพร่การเลือกตั้งสำหรับอากาศของพรรคการเมืองให้กับทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ผ่านทาง Google Drive หรือ ทางกลุ่มไลน์ และให้ดำเนินการกำหนดเวลาออกอากาศแล้วแจ้งยืนยันเวลาออกอากาศมาให้กับ กกต.รับทราบภายในวันที่ 9 มกราคมนี้
นายแสวง กล่าวว่า กรอบเวลาในการที่จะเผยแพร่นโยบายของพรรคการเมือง จะเป็นช่วง 10 วันก่อนการเลือกตั้ง โดยแบ่งเป็น 5 วันแรกเป็นนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองที่จัดทำส่งมายังกกต.ส่วนอีก 5 วันหลังเป็นการดีเบตประชันนโยบาย ซึ่งสำนักงานกกต.เป็นผู้จัดในช่วงปลายเดือนม.ค.-ก.พ. ซึ่งการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมือง กกต.จะตรวจสอบ 2 เรื่องคือเนื้อหา ว่ามีการใช้ถ้อยคำหรือลักษณะนโยบายที่จะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ และอย่างที่ 2 ตรวจสอบคุณภาพวัสดุที่จะนำไปเผยแพร่เป็นไปตามที่สถานีวิทยุหรือกสทช.กำหนด

ส่วนการนำนโยบายไปเผยแพร่ทางช่องทางออนไลน์แล้วเกิดมีรายได้ไม่ได้อยู่ในส่วนของสำนักงานฯ แต่กกต.มองในแง่การไปเผยแพร่ให้กว้างขวาง และครอบคลุม แต่ต้องนำไปเสนอให้ครบทุกพรรคเพื่อให้เกิดความเสมอภาค ส่วนความยาวนโยบายของแต่ละพรรคจะได้เวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งความยาวของคลิปจะมีการกำหนดระยะเวลาไว้
ด้านนายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ทาง กกต.จะจัดเวทีประชันนโยบาย หรือ จัดเวทีดีเบต เพื่อนำไปเผยแพร่ยังสถานีวิทยุและโทรทัศน์ ส่วนเวทีการแสดงความคิดเห็นการออกเสียงประชามติ กกต.ขอความร่วมมือจัดเวทีแสดงความคิดเห็น โดยเปิดโอกาสให้กับฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาแสดงวิสัยทัศน์ควบคู่กับการรณรงค์ให้ความรู้ โดยจัดสรรเวลาที่เหมาะสมเท่าเทียม ซึ่งทางสำนักงานกกต.จังหวัด มีแผนในส่วนการออกเสียงประชามติจะจัดเวทีดีเบต โดยให้วางกรอบผู้ที่จะพูดคุย ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเวทีดังกล่าว กกต. พร้อมให้คำแนะนำในการเชิญผู้มีแสดงวิสัยทัศน์ โดยหากจัดเวทีดีเบตออกเสียงประชามติ สามารถแจ้ง กกต.จังหวัดได้เลย
ส่วนการเผยแพร่ทางออนไลน์ของแต่ละพรรคนั้น ให้แต่ละสถานีไปพิจารณาถึงความเหมาะสม โดยสามารถเผยแพร่ได้ แต่ต้องมีความเสมอภาคเพื่อการแข่งขันที่เป็นธรรม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี