วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569
กองทัพลุยสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา
ตรึงกำลังทหาร1ปี
‘บิ๊กเล็ก’สั่งเข้มพื้นที่
จนกว่าเหตุคลี่คลาย
ทอ.แจงผช.ทูตทหาร
เขมรตั้งฐานมรดกโลก
ผบ.ทอ.แจง 29 ผู้ช่วยทูตทหารตปท.ประจำ ประเทศไทยจาก 22 ปท. ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–เขมร ยันเป็นการปฏิบัติที่ระมัดระวังสูงสุด คำนึงถึงก.ม.มนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทอ.เป็นมืออาชีพ เน้นโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ด้าน“ผช.ผบ.ทอ.” ยันซ้ำใช้กำลังทางอากาศแค่ป้องกันชายแดน เป้าหมาย“ลดทอน-ขีดความสามารถ” “โฆษก ทอ.” แฉหลักฐานเขมรใช้พื้นที่วัฒนธรรมตั้งกำลังทหาร-เปิดเอกสารเขมรสอนวางทุ่นระเบิด ลั่นยึดสิทธิป้องกันตัวตาม ก.ม.ระหว่างปท. รองโฆษก ทบ.ย้ำสถานการณ์ชายแดนไม่ตึงเครียด พร้อมใช้กำลังตามกติกาหากมีเหตุ ส่วนรมว.กลาโหมสั่ง คงกำลังทหารชายแดนไทย-เขมร อีก 1 ปี จนกว่าสถานการณ์คลี่คลายจริงๆ เร่งสร้างรั้วกันชายแดน-สถานที่ท่องเที่ยว ชง นายกฯ ของบแล้ว
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานแถลงปฏิบัติการของกองทัพอากาศต่อความตึงเครียดที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาต่อผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย 29 คน จาก 22 ประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อปฏิบัติการทางทหารของไทย โดยเฉพาะปฏิบัติการทางอากาศ รวมทั้งเป็นการสื่อสารถึงประชาคมโลกให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง
ผบ.ทอ.ยันไทยใช้กำลังเพื่อป้องอธิปไตย
โดยผบ.ทอ.กล่าวชี้แจงและยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารของกองทัพไทยเกิดขึ้นเนื่องจากการถูกละเมิดพื้นที่อธิปไตยบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นำไปสู่ปฏิบัติการทางอากาศเพื่อปกป้อง ลดความสูญเสียต่อประชาชนและพื้นที่อธิปไตยไทย ทั้งนี้ ขอย้ำว่าปฏิบัติการของกองทัพอากาศมีความเป็นมืออาชีพ และเป็นไปด้วยความยับยั้งชั่งใจอย่างสูง เป็นไปตามแนวทางการป้องกันตนเอง และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้งยังปฏิบัติการโดยเน้นโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารให้หมดศักยภาพ และปฏิบัติการด้วยความระมัดระวัง ใช้ความแม่นยำอย่างสูง เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่พลเรือนน้อยที่สุด ย้ำว่าพันธกิจในการคุ้มครองพลเรือน ถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพของกองทัพอากาศ ยืนยันว่า กองทัพอากาศยังคงดำรงความพร้อมปฏิบัติ หากเกิดความตึงเครียดใดๆ เพิ่มเติม
มุ่งทอนกำลังเขมร-เน้นเป้าทหาร
ด้าน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผช.ผบ.ทอ.) กล่าวถึงกรณีการใช้กำลังทางอากาศของทอ.ว่า ไม่ได้ใช้เกินจากการป้องกันชายแดน เป้าหมายคือ การลดทอนขีดความสามารถ โดยจะมีการเลือกเป้าหมายที่กองทัพบกเป็นผู้ริเริ่มส่งมาให้ เป็นการป้องกันเพียงชายแดนในลักษณะเตือน บอกและลดระดับ เมื่อเข้าถึงเป้าหมายแล้ว พบว่ามีประชาชนก็จะยกเว้น และยกเลิกการปฏิบัติการยืนยันว่าใช้แค่แนวชายแดนให้กัมพูชาหยุด
แฉเขมรใช้มรดกโลกวางทหาร-แอบวางบึ้ม
พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ (โฆษก ทอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ทอ.มีภาพกัมพูชามีเอกสารสอนวางทุ่นระเบิด ใช้พื้นที่วัฒนธรรมวางกำลังทหาร และไทยปฏิบัติการทางทหารกับเป้าหมายทางทหาร ปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 51 สิทธิป้องกันตัวเองเมื่อถูกโจมตี และทำด้วยความจำเป็น และมีการแยกแยะเป้าหมายการทหารและพลเรือนอย่างชัดเจน ที่เราโจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น หลีกเลี่ยงโจมตีที่ส่งผลกระทบพลเรือนและมั่นใจว่าผลสัมฤทธิ์ทางทหาร ต้องไม่มีผลกระทบชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ยังเปิดเผยภาพของกัมพูชาที่เป็นหลักฐานมีการใช้ประโยชน์ของมรดกโลกที่ตั้งทางทหารซึ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ทอ. ทำงานภายใต้ยุทธการจักรพงษ์ร่วมกับเหล่าทัพ ส่งข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์ และรักษาความปลอดภัยเคร่งครัดในส่วนระบบของกองทัพอากาศ และเปิดเผยภาพการใช้กำลังทางทหารที่ไม่กระทบพลเรือน นอกจากนี้ ยังมีภาพเฟคนิวส์กรณีใช้อาวุธเคมี การมีพฤติกรรมไม่ดีกับนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาและคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ว่าไทยเป็นผู้เริ่มก่อน แต่มีสิ่งที่ดีมีอยู่เรื่องเดียวคือ กัมพูชาทำหนังสือแสดงความเสียใจกลับมายังประเทศไทย หลังมีอาวุธปืนตกมาในประเทศไทย
ชายแดนไม่ตึงเครียด-กองทัพพร้อมถ้ามีเหตุ
ส่วน พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก (รอง โฆษก ทบ.)ให้สัมภาษณ์ประเด็นความขัดแย้ง กรณีปัจจุบันกองทัพไทยยังไม่สามารถยึดคืนพื้นที่ได้ครบ 100% จากนี้กองทัพจะดำเนินการอย่างไร ว่า ทุกส่วนที่เป็นแนวชายแดนกองทัพบกยังยึดมั่นตามกระบวนการและข้อตกลงเคร่งครัด ยืนยันการป้องกันชายแดนเรามีความพร้อมป้องกันอธิปไตยและปกป้องประชาชน ปัจจุบันสถานการณ์ไม่ตึงเครียด แต่หากมีเหตุการณ์ กองทัพและทุกภาคส่วนก็พร้อมดำเนินการตามกฎใช้กำลัง
ขณะที่ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผช.ผบ.ทอ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วม ไทย-กัมพูชา กล่าวเสริมว่า ในการควบคุมและสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่อธิปไตยไทย บริเวณชายแดนไทย- กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นจุดใด ก็มีความยากในการดำเนินการ และการดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมที่ระบุไว้ว่าจะไม่มีการใช้กำลังเกิดขึ้น หากไม่มีการยั่วยุเกิดขึ้น ซึ่งหากฝ่ายใดฝ่าฝืนกติกาที่ตกลงร่วมกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย จะส่งผลต่อภาพลักษณ์เชิงลบในเวทีระหว่างประเทศทันที
บิ๊กเล็กยันสถานการณ์ชายแดนยังคุมได้
เวลา 16.20 น. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหมแถลงหลังประชุมสภากลาโหมตอนหนึ่งถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ได้รับฟังสถานการณ์ปัจจุบัน ยืนยันอยู่ภายใต้การควบคุม มีระบบติดตาม ประเมินสถานการณ์ 24 ชั่วโมง และยืนยันไทยยึดมั่นถ้อยแถลงหยุดยิงและขอยืนยันเพื่อให้ประชาชนสบายใจว่ากองทัพพร้อมสูงสุด หากมีการรุกล้ำอธิปไตย ละเมิดผลประโยชน์ของชาติพร้อมที่จะปฏิบัติการ เพราะเรามีกฎการใช้กําลังที่ยึดถืออยู่แล้ว ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนเชื่อมั่นและติดตามสถานการณ์ผ่านหน่วยงานรัฐบาล และศูนย์ประสานงานข้อมูลข่าวสารไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ ยังชี้แจงในที่ประชุมว่าการปฏิบัติงานครั้งนี้เราแบ่งสนามรบเป็นสามมิติคือ สนามรบบริเวณชายแดนของ 3 เหล่าทัพ สนามรบที่สองก็คือ เวทีการต่างประเทศ และสนามรบที่สามคือ การตอบโต้ข้อมูลข่าวสาร
พล.อ.ณัฐพลยังกล่าวถึงการควบคุมสินค้ายุทธภัณฑ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เป็นการออกรายการเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งปัจจุบันเราใช้กฎหมายปี 2524 คือไม่ทันสมัยจึงปรับให้ออกมาลักษณะเดียวกันให้ครอบคลุมรายการสินค้าที่เป็นลักษณะยุทธภัณฑ์ที่จะใช้ในทางผิดกฎหมาย รวมถึงเรื่องสแกมเมอร์ให้ครอบคลุม นอกจากนี้ กําหนดตัวผู้อํานวยการควบคุมให้ทันสมัย เช่น ก่อนหน้านี้ มีจ.ปราจีนบุรี ปัจจุบันเพิ่มจ.สระแก้ว
และเมื่อวันที่ 8 มกราคม ตนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชายแดนในพื้นที่ช่องบก ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับรายงานในพื้นที่ว่า สถานการณ์อยู่ในการควบคุม คาดว่าไม่น่าเป็นปัญหา แต่เราก็ยังไม่ไว้วางใจ กองทัพยังเตรียมพร้อมปฏิบัติการทุกเวลา ยืนยันว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่ได้รับฟังจากทุกหน่วยรายงาน ท่าทีกําลังประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างปลอดภัย
สั่งคงกำลังทหารไว้1ปี-สร้างรั้วกั้นพรมแดน
“จากการลงพื้นที่ เน้นให้ใช้ความอดทนอดกลั้นไม่ได้ยิงตอบโต้ทันที ซึ่งจะทำให้สถานการณ์บานปลายประชาชนเดือดร้อน แต่เมื่อไหร่ถ้ามีครั้งที่ 2 คงไม่ใช่อุบัติเหตุ เรามีกฎการใช้กําลัง ขอให้มั่นใจ ไม่อยากลงรายละเอียด เพราะเป็นการยั่วยุ ถ้ากําลังพลบาดเจ็บสาหัส อาจต้องตอบโต้อย่างได้สัดส่วนและจําเป็น ซึ่งคงได้เห็นภาพครั้งที่แล้ว ว่าเป็นอย่างไร” พล.อ.ณัฐพล กล่าว
และว่า ช่วงที่ผ่านมาการยึดภูมิประเทศว่ายากแล้ว แต่การรักษายากกว่า ฉะนั้นต้องดำเนินการ ดังนี้ 1.คงกำลังไว้อย่างน้อย 1 ปี จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายจริงๆ แต่แนวชายแดนยาว 798 กิโลเมตร จะคงกำลังทั้งหมดคงไม่ได้ ดังนั้น พื้นที่ไหนถ้าต้องคงกำลังก็ต้องคงไว้ 2.บางพื้นที่ทำรั้วอิเล็กทรอนิกส์ มีกล้องซีซีทีวี 3.บางพื้นที่ทำรั้วถาวร 4.บางพื้นที่คุยกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะขอพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่หวงห้าม อาจให้ทหารผ่านศึกเข้าไปทำกิน เพราะทหารผ่านศึกยังมีจิตวิญญาณความเป็นทหารช่วยดูแลพื้นที่ 5.อาจทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ ได้แจ้งรัฐบาลและนายกฯแล้ว เนื่องจากต้องของบประมาณ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี