'ชัยวุฒิ'ซัดแรง! การเมืองยุคประโยชน์นิยม รัฐมนตรีหน้าเดิม'เคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ'

'ชัยวุฒิ'ซัดแรง! การเมืองยุคประโยชน์นิยม รัฐมนตรีหน้าเดิม'เคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ'

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.14 น.

'ชัยวุฒิ'ซัดแรง! การเมืองยุค'ประโยชน์นิยม' รัฐมนตรีหน้าเดิม'เคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ'ปลื้มชาวบ้านดีใจน้ำตาไหล จับมือขอบคุณ'เจษฎ์'ทำเพื่อชาติ 

18 มกราคม 2569 เมื่อเวลา08.00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ​และทีมบริหารพรรค ร่วมลงพื้นที่ตลาดรุ่งถาวร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ช่วยขอคะแนนเสียงให้กับ นายอดุลย์ ศรีภูมิสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.จันทบุรี เขต 3 เบอร์ 9

​บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยนางธนิกา พฤทธิพงศ์ แม่ค้าขายปอเปี๊ยะ กุ่ยช่าย ภายในตลาดรุ่งถาวร เผยความรู้สึกหลังได้เจอ นายเจษฎ์ตัวจริง หลังจากที่ติดตามมานาน รู้สึกปลื้มจนน้ำตาไหล ซึ่งตอนแรกวันนี้จะไม่มาขายเพราะเตรียมของขายไม่ทัน เนื่องจากตนเองเป็นผู้พิการ แต่มีความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ออกมาขาย จึงขออวยพรให้พรรคการเมือที่มีความรักชาติ รักแผ่นดิน ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งขอบคุณ นายเจษฎ์ ที่ทำเพื่อชาติ


'วันนี้ดีใจมาก ขอให้โชคดี ขอบคุณที่ทำเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน ดีใจมากจริง ๆ' โดยนางธนิกา ได้ปาดน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ ที่ได้เจอ รศ.ดร.เจษฎ์ ตัวจริง

ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าบางส่วนซึ่งเป็น FC ของ พี่โอ๋ นายชัยวุฒิ หัวหน้าพรรครักชาติ ได้เข้ามาพูดคุย ทักทาย พร้อมขอให้เต้นท่าเหมือนในคลิปให้ดูหน่อย

ทั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่การลงพื้นที่ของพรรคมีเพลงประจำพรรค 'รักชาติ 35' ซึ่งได้ปรับแต่งเนื้อร้อง และทำนองมาจาก เพลง 'เชฟบ๊ะ' ของคุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ และคุณฮาย อาภาพร เป็นผู้ขับร้องให้อีกด้วย ยิ่งทำให้บรรยากาศตลาดรุ่งถาวรช่วงเช้านี้คึกคักสนุกสนานไปกับเพลง และพ่อค้าแม่ค้า ร่วมถึงประชาชนส่วนใหญ่ ก็จำทีมพรรครักชาติได้จากคลิปไวรัลต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดีย 

โดยนายชัยวุฒิ ได้กล่าวถึงความล้มเหลวของนโยบายประชานิยม และพฤติกรรมของนักการเมืองในปัจจุบันว่า 'คนถามถึงนโยบายประชานิยมแบบเก่า ดิจิทัลวอลเล็ต เงินหมื่นยังไม่ได้เลย เงินคนละครึ่งพรรคก็ยังไม่ได้ อยากได้เงินกัน แต่วันนี้ประชานิยมไม่ต้องพูดถึงแล้ว'วันนี้ประชาชนกำลังถูกหลอกด้วยตัวเลข แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้รับผลประโยชน์จริง

ผมขอเรียกว่า ยุค 'ประโยชน์นิยม'ผสมพันธุ์ข้ามขั้ว คือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการเมืองไทย ปัจจุบันนักการเมืองทุกพรรคไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของ 'ประโยชน์นิยม'

'วันนี้นักการเมืองทุกพรรค เขาเป็นนโยบายประโยชน์นิยมแล้ว คือผสมพันธุ์ข้ามขั้วกันหมดแล้ว เพื่อจะหาประโยชน์จากการเป็นรัฐบาล'โดยจุดยืนของพรรครักชาติ ซึ่งเคยร่วมงานในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ลุงตู่) ยังมีอุดมการณ์มั่นคง ไม่เปลี่ยนขั้วไม่ย้ายฝั่งเหมือนนักการเมืองคนอื่น ๆ ที่เห็นตามหน้าสื่อ 

​นอกจากนั้นหัวหน้าพรรครักชาติ ยังได้วิเคราะห์ทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจ โดยเชื่อว่ามีการเจรจาตกลงผลประโยชน์ หรือ 'ดีล' กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเทศไทยจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เพราะโครงสร้างอำนาจถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเดิม ๆ ภายใต้บริบทของ 'ประโยชน์นิยม' ที่กำลังกัดกินการเมืองไทย

'นักการเมืองที่คุณเห็น ที่เป็นรัฐมนตรี ที่จะมาเป็นรัฐบาลกันเนี่ย ทั้งในอดีตและในอนาคต เขาผสมพันธุ์ข้ามขั้วกันหมดแล้ว และเขาดีลคุยกันหมดแล้ว รัฐมนตรีที่เคยเป็น ก็จะเคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ'

ขณะที่ นายเจษฎ์ สะท้อนความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อระบบการเมืองไทยในปัจจุบัน โดยระบุว่า การเข้ามาอยู่จุดนี้ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญและการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ ไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลรัฐประหาร

ปรากฏการณ์ที่นักการเมืองยอมละทิ้งจุดยืนเดิม เพื่อจับมือกันตั้งรัฐบาล โดยใช้คำว่า "ไม่เป็นไร ช่างหัวมัน" มาลบล้างความผิดในอดีต วันนี้บ้านเมืองไม่มีทางเปลี่ยน เพราะคนไทยและนักการเมืองยังยอมรับพฤติกรรมกลับกลอกได้ พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่เคยเป็นศัตรูกันทางความคิด แต่กลับมาจับมือกันได้หน้าตาเฉย
• คนที่เคยทำให้ไทยต้องรบกับเขมร วันนี้กลับบอกว่าไม่เป็นไร
• ​คนที่เคยจาบจ้วงลูบคม สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วันนี้สังคมและการเมืองกลับบอกว่าช่างหัวมัน
• ​คนที่เคยได้รับประโยชน์เกื้อกูลจากทหาร กลับมาด่าทหารเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ก็ยังบอกว่าไม่เป็นไร

​นายเจษฎ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความร่วมมือข้ามขั้วในสภา และการนำทรัพยากรของรัฐ มาใช้ประโยชน์ส่วนตน รวมถึงการที่พรรคการเมืองใหญ่ ๆ ยอม "เอาเทาล้มส้ม เอาส้มล้มเทา" หรือการนำสีเสื้อต่าง ๆ มาผสมปนเปกันเพื่ออำนาจ โดยไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองจริง ๆ

ส่วนกระแสวิจารณ์ที่ว่าการออกมาตั้งพรรคเองเป็นการ "เสียของ" และควรไปอยู่กับพรรคใหญ่ ขอถามกลับว่า "ไปอยู่กับคนตัวใหญ่ เดินตามใครครับ? ถ้าผู้ใหญ่เลว เด็กเดินตาม เด็กก็ชั่ว" สำหรับพรรครักชาติยืนยันจุดยืนความเป็นเอกเทศ ไม่ได้มีนายทุนหรือเจ้าของพรรคคอยเชิดหุ่น ไม่มี 'ทุนสีเทา' หนุนหลัง และพร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ด้วยความจริงใจ เพราะเชื่อว่าหากเดินตามพรรคใหญ่ที่ไม่มีคุณธรรม ตนเองก็จะกลายเป็นคนเลวไปด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top