วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569
อดีตบิ๊ก ศรภ.ฉายภาพซ้ำ อุ้มหายวันเฉลิม ภายใต้ร่มเงาของฮุนเซน

อดีตบิ๊ก ศรภ.ฉายภาพซ้ำ อุ้มหายวันเฉลิม ภายใต้ร่มเงาของฮุนเซน

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.20 น.

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สถานการณ์อุ้มหาย นายวันเฉลิม ภายใต้ร่มเงาของฮุนเซน

1.เมื่อกลับมาดูเรื่องเก่าๆ กันหน่อย เมื่อ 4 มิ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานว่า เจน สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาว ของวันเฉลิม อายุ 37 ปี ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่พักอาศัยอยู่ประเทศกัมพูชา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเฉลิม ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าคอนโด ที่กรุงพนมเปญ เมื่อเวลา 16.40 น. ขณะที่ เดินลงมาซื้อลูกชิ้นปิ้งหน้าคอนโด  สิตานัน ยังแจ้งว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามเข้าไปช่วย แต่กลุ่มคนที่มาอุ้มตัวมีอาวุธปืนด้วย (ก็น่าสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ไทยหน่วยไหนจะกล้าทำแบบนั้น แต่ฝั่ง 3 นิ้วโมเมว่าไทยเป็นคนทำทันที)


2.สื่อ NGO หลายแหล่ง ในไทย อ้างว่า นายวันเฉลิม หนีไปเพราะเกี่ยวข้องการละเมิดสถาบันฯ ( ในข้อเท็จจริงแล้ว คสช.ไม่ได้เอาผิดนายวันเฉลิมในฐานความผิด มาตรา 112 ) ความผิดมีแค่ ขัดคำสั่ง คสช.เนื่องจากไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง และความผิดฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 เท่านั้น โดยคดีความต่างๆ ใกล้สิ้นสุดแล้ว เป็นไปตามขั้นตอนปกติของศาลยุติธรรม โดยนายวันเฉลิมไม่ต้องขึ้นศาลทหารแต่อย่างใด

3.ในกรณีนี้ นายดอน รมว.กต.ในขณะนั้น ยังย้ำว่า ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมา 6 ปี มีโอกาสเห็น“รายชื่อ"ผู้มีปัญหาด้านความมั่นคง มาตลอด แต่นายดอนยืนยันว่าไม่เคยเห็นชื่อนายวันเฉลิมมาก่อน "เรื่องของคุณวันเฉลิมไม่ได้มีความสำคัญมากนักในมุมของการต่างประเทศก็ดี หรือความมั่นคงก็ดี ความหมายคือไม่น่าจะเป็นผู้ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง"

4.ความผิดแค่นี้ วันเฉลิม ควรเดินทางกลับไทยได้แล้ว แต่ที่ไม่กลับอาจเป็นเพราะ อ่านแต่สื่อฝ่าย ต่อต้านรัฐบาลมากเกินไป ซึ่งสื่อเหล่านี้พยายามยกยอให้ วันเฉลิม เป็นฮีโร่ เพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา ซึ่งก็มีผู้ที่คิดผิด จากคำยกยอแบบนี้มาแล้วหลายสิบคน เช่น นายภาสกร ญี่นาง นักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เขียนบทความ ในเรื่องนี้ โทษรัฐไทย ทันทีโดยไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ถึงกับ อ้างว่า

"บทความนี้จะลองพิจารณาศึกษาปรากฏการณ์อุ้มหาย ผ่านมุมมองทางอาชญาวิทยา เพื่อฉายให้เห็นภาพสังคมไทยที่กำลังป่วยไข้อย่างหนัก และความเป็นรัฐอาชญากรของรัฐไทยที่สามารถใช้ความรุนแรงกำจัดผู้เห็นต่างได้ โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมและกฎหมาย" (ไม่ได้คิดเลยว่า เรื่องเกิดในกัมพูชา ชัดๆ และ กัมพูชาไม่มีกฏหมายไดๆเหนือกว่าคำสั้งฮุนเซน)

5.ในช่วงที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ กำลังพลาดพลั้ง จากการโจมตีของ ม็อบ 3 นิ้ว ทำให้สถาบันฯพลอยฟ้าพลอยฝนโดนไปด้วย การก่อม็อบ ก่อกวนทางการเมืองเกิดขึ้นทุกสัปดาห์ “วันเฉลิม” ก็ถูกอุ้ม เพื่อหวังผลอะไรคงคาดเดากันได้ มันทำโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณธรรมแต่อย่างไร ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันแล้วว่า คนอุ้ม น่าจะเกี่ยวข้องกับ พี่ฮวด ( นาย เคลียง ฮวด ) คนใกล้ชิด ทั้งนักการเมืองฝั่งกัมพูชาและ ฝั่งไทย

อนึ่ง พี่สาวนายวันเฉลิมบอกว่า ระหว่างลี้ภัยที่กัมพูชา นายฮวด ทำหน้าที่ดูแลน้องชายรวมถึงผู้ลี้ภัยชาวไทยคนอื่น ๆ วันที่นายวันเฉลิมหายไป ปรากฏภาพวงจรปิดของรถสีขาวแล่นออกไป จากนั้น 1 นาทีต่อมา รถเอสยูวีสีดำที่คาดว่าเป็นคันที่อุ้มวันเฉลิม จึงแล่นออกไป พี่สาวนายวันเฉลิม อ้างว่า รถคันสีขาว เป็นรถคันเดียวกับที่นายฮวด ใช้ไปรับผู้ลี้ภัยที่ด่านปอยเปตเป็นประจำ หลักฐานใหม่ชี้ คดีวันเฉลิม "เคลียง ฮวด" ล่ามฮุนเซน น่าจะมีส่วนรู้เห็นการ อุ้มหาย

สิตานัน พี่สาวของวันเฉลิม ได้ยื่นหลักฐานใหม่ต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งชี้ว่า "เคลียง ฮวด" ล่ามคนสำคัญของสมเด็จฮุนเซน อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญหายวันเฉลิม

“หลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง คือ คลิปเสียงจากสำนักข่าว Al Jazeera ที่ระบุว่า นายเคลียง ฮวด มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปราบปรามผู้เห็นต่างจากรัฐบาลกัมพูชาในประเทศไทย และภาพถ่ายคู่ของวันเฉลิมกับ เคลียง ฮวด ขณะอยู่ในประเทศกัมพูชา นอกจากนี้ ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข ผู้ใกล้ชิดวันเฉลิม ยืนยันว่า เคลียง ฮวด เคยช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวไทยในกัมพูชาหลังรัฐประหาร 2557 รวมถึงวันเฉลิมด้วย“

นี่ก็ใกล้การเลือกตั้งแล้ว ทั้งแดง และ ส้มจะงัดอะไรมาแสดงอีก ก็ควรระวังกันให้ดีครับ อย่าเชื่ออะไรไปง่ายๆ แม้กระทั้งสัญญาแจกเงินสารพัด ในนโยบายของพรรคการเมืองที่แข่งขันกัน เสนอออกมา รวมทั้งข่าวปล่อยต่างๆ ด้วยครับ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top