วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บิ๊กดุลย์ แจงปม จีน ส่งรถถัง T59D ให้ กัมพูชา เป็นดีลเก่า ใช้ซ้อมรบ ยันการข่าวยังไม่พบนำมาชายแดน เตือน ฮุนเซน จะใช้กำลัง ก็ต้องคิดให้ดี ขอคนไทยเชื่อมั่นกองทัพพร้อมตลอดเวลา
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 10 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีทางการจีนได้ขอเข้าพบ หลังส่งรถถัง T59D ให้กัมพูชา จำนวน 39 คัน ว่า เมื่อวาน (9 มิ.ย.) ตนเดินทางไปกับนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศเวียดนาม ไปร่วมประชุม และพาผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และมีโอกาสได้พบรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเวียดนาม ซึ่งเป็นเรื่องปกติในโอกาสที่ตนได้รับตำแหน่งใหม่
เมื่อถามถึงกรณีที่จีนส่งมอบรถถังให้กับกัมพูชา ทางจีนอธิบายเรื่องนี้ให้กับฝ่ายไทยฟังอย่างไรบ้าง พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า จีนและกัมพูชามีการฝึกร่วมกันมานาน ตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นรถถังเก่าที่จีนได้รีโนเวทขึ้นมาใหม่ และไทยก็รับทราบมาว่าทางกัมพูชามียุทโธปกรณ์ใหม่ ซึ่งนำมาใช้ในการป้องกันประเทศ
เมื่อถามว่าการส่งมอบรถถังในครั้งนี้จะมีผลต่อการป้องกันชายแดนไทยหรือไม่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า คงต้องดูว่ากัมพูชานำมาไว้ที่ไหน ตอนนี้ทางการข่าวรับทราบว่ามีการนำเข้ามาที่ท่าเรือของกัมพูชาแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาที่ชายแดน และขณะนี้เรามี Joint Statement ในเรื่องของการนำยุทธโธปกรณ์ และกำลังพลเข้ามาพื้นที่ชายแดน
เมื่อถามว่าการส่งมอบครั้งนี้ถือเป็นดีลเก่าระหว่างจีนและกัมพูชาใช่หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า เป็นดีลเดิมแต่เราไม่ได้ประมาท เรารู้ว่าเป็นดีลเดิมในการฝึกร่วมกัน ที่มีการรับปากกันว่าจะมีการนำยุทโธปกรณ์บางส่วน ซึ่งก็คือรถถัง T59D
เมื่อถามว่าไทยจะมีการโต้แย้งหรือหารือจีนในประเด็นนี้หรือไม่ เพราะตามสัญญาจะมีการส่งมอบรถถังถึง 93 คัน พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ต้องดูว่ากัมพูชานำมาแล้ว เอามาไว้ในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ และทางจีนก็ยังบอกว่าจะมีการส่งมอบเรือให้กับกัมพูชาด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มา
เมื่อถามว่าจะมีการเดินทางหารือกับจีน ในประเด็นนี้หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า หลังจากนี้ตนน่าจะได้เดินทางไปพบในโอกาสที่รับหน้าที่ใหม่ ซึ่งจะต้องพบทุกประเทศที่เป็นพันธมิตรกับไทย สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปฝรั่งเศสมา และเวียดนาม รวมถึงรัสเซีย ที่จะเดินทางไปอีกรอบหนึ่ง
เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าทำไมกัมพูชาถึงมีอาวุธเข้ามาตอนนี้ พล.ท.อดุลย์ มองว่า ตอนที่มีการสู้รบกัน หากเราสังเกตดูหลังจากสู้รบกับไทยจบ เรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบในพื้นที่ เราทราบกันอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่กัมพูชาพยายามจะสร้างกระแสความรักชาติ ให้เกิดขึ้นในประเทศหรือการหาเสียงของเขาภายในประเทศ เราห้ามเขาพูด เขาทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้ามีผลคุกคามกับไทยในทางนโยบาย ซึ่งเราจะสังเกตว่านายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้เดินสายในลักษณะการทูตเชิงรุกกับทุกประเทศ ตั้งแต่ฝรั่งเศส เวียดนาม และขณะนี้กำลังเดินทางไปญี่ปุ่น มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เคยเกิดแบบนี้มาก่อน เป็นงานการทูตเชิงรุกที่ทำควบคู่กับงานด้านความมั่นคง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ตนก็มีหน้าที่ของเรื่องนโยบาย และในเรื่องของความพร้อม ขอให้เชื่อว่า กองทัพ กองกำลัง และหน่วยในพื้นที่ มีความพร้อม ส่วนการยั่วยุมันมีอยู่แล้ว กัมพูชาต้องการให้เราทำตามในสิ่งที่ต้องการ แต่เราก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ เดิมในการพูดคุยตาม Joint Statement ต้องยืนยันตามนี้ กัมพูชาอยากให้มีการพูดคุยในวง JBC และ GBC แต่หากกัมพูชาไม่ทำตาม Joint Statement เรายืนยันว่า ขอให้มั่นใจในศักยภาพกองทัพ ในตัวรัฐบาล และทุกหน่วย
เมื่อถามว่ามีการนำประเด็นดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่สมเด็จฮุนเซนประกาศทวงคืนดินแดนจากฝ่ายไทย พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่า สมเด็จฮุนเซนพูดจริงหรือไม่จริง ในเรื่องการทวงพื้นที่ ทั้งด้านการทูตและการใช้กำลัง แต่ถ้าใช้กำลังหากมีการคิดในเชิงนี้ เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรี ก็บอกแล้วว่าให้ท่านคิดดีๆ
เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจกับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนอย่างไร พล.ท.อดุลย์กล่าวย้ำว่า ตนก็บอกแล้วว่า ถ้าท่านจะใช้กำลังก็ให้ท่านคิดดีๆ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี