ประเด็นร้อน...ย้อนแย้ง เมื่อ'ด้อมส้ม' เอื้อมมือโหนสถาบัน

ประเด็นร้อน...ย้อนแย้ง เมื่อ'ด้อมส้ม' เอื้อมมือโหนสถาบัน

วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.35 น.

การเมืองที่แตะเรื่องสถาบัน ‘พรรคส้ม’ กำลังสื่อสารผิดจังหวะ
——

“เลือกตั้งครั้งนี้ให้สีส้ม ไม่เปลี่ยนใจ
รักในหลวง ร.9 เท่าชีวิตตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลง”


ข้อความสองบรรทัดนี้ปรากฏขึ้นและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียช่วงก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้หยุดอยู่แค่บัญชีเดียว หากแต่ถูกนำไปทำซ้ำ ใส่กราฟิกพื้นสีส้ม และเผยแพร่ต่ออย่างเป็นวงกว้างในหมู่ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนหรือพรรคส้ม จนกลายเป็นหนึ่งในเนื้อหาทางการเมืองที่ถูกพูดถึงมากในช่วงเวลาอันสั้น

การแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นสิทธิและเป็นความรู้สึกร่วมของคนไทยจำนวนมากอยู่แล้ว ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำแสดงความจงรักภักดี หากแต่อยู่ที่การนำถ้อยคำนั้นมาวางคู่กับการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองอย่างชัดเจนในช่วงเลือกตั้ง เมื่อถูกใช้ในบริบทเช่นนี้ ข้อความย่อมเปลี่ยนสถานะจากความรู้สึกส่วนบุคคล ไปเป็นการสื่อสารทางการเมืองโดยสมบูรณ์

ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หลักการพื้นฐานนี้หมายความว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะประมุขของชาติ และอยู่เหนือการแข่งขันทางการเมือง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วงชิงคะแนนเสียง

การพิทักษ์รักษา ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นหน้าที่ปกติของนักการเมืองทุกพรรคและประชาชนทุกคน ไม่ใช่เหตุผลพิเศษ และไม่ใช่เครื่องมือประกอบการตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง

เมื่อความรักต่อสถาบันถูกเชื่อมตรงกับการเลือกพรรคการเมือง ผลที่ตามมาคือการดึงสถาบันเข้ามาอยู่ในพื้นที่การเมืองโดยตรง ต่อให้เจตนาเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติก็คือการทำให้สถาบันเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความเข้มข้นขึ้นตามจังหวะการเลือกตั้ง

ประเด็นนี้ยิ่งถูกจับตามอง เมื่อพรรคส้มมีประวัติข้อครหาเกี่ยวกับท่าทีต่อสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง ข้อเท็จจริงที่ต้องกล่าวให้ตรงคือ การเสนอแก้ไขมาตรา 112 เคยถูกประกาศเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการในยุคพรรคก้าวไกล และเป็นหนึ่งในเหตุที่นำไปสู่การยุบพรรค อดีต สส.จำนวน 44 คนจากพรรคดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. จนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้เป็นกระบวนการตามกฎหมาย ไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ

แม้ในปัจจุบันพรรคส้มจะไม่มีการบรรจุนโยบายดังกล่าวไว้อย่างเป็นทางการอีกต่อไป แต่ความต่อเนื่องของบุคคล แกนนำ และฐานผู้สนับสนุน ทำให้สังคมจำนวนมากยังเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเข้าด้วยกัน เงื่อนไขนี้เองที่ทำให้ทุกการสื่อสารซึ่งแตะเรื่องสถาบันในช่วงเลือกตั้ง ถูกจับตามองเป็นพิเศษ และถูกประเมินทั้งในแง่เนื้อหาและความเหมาะสมของจังหวะเวลา

แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง กลับเห็นการหยิบประโยคยืนยันความรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ถี่ขึ้นอย่างชัดเจนในหมู่ผู้สนับสนุนพรรคส้ม พร้อมกับการส่งต่อและทำซ้ำในเวลาใกล้เคียงกัน จนกลายเป็นภาพการสื่อสารอีกแบบหนึ่งที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในจังหวะการเลือกตั้งเท่านั้น

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำ หากแต่อยู่ที่ “เวลา” และ “สถานการณ์” ที่ถ้อยคำเหล่านี้ถูกเลือกมาใช้ และถูกใช้ซ้ำในช่วงที่สังคมกำลังให้ความสนใจกับการแข่งขันทางการเมืองเป็นพิเศษ

ความย้อนแย้งจึงเกิดขึ้น เมื่อในอีกด้านหนึ่งมีการวิพากษ์ฝ่ายอื่นว่าดึงสถาบันมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่อีกด้านหนึ่งกลับปรากฏการสื่อสารในลักษณะเดียวกันจากฝั่งผู้สนับสนุนพรรคส้ม เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการอธิบายและการให้เหตุผลให้ดูแตกต่างออกไป

ยิ่งไปกว่านั้น พรรคส้มยังมีบุคคลและ สส. บางรายที่เคยแสดงพฤติกรรมดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือพาดพิงในหลวงรัชกาลที่ 9 ในลักษณะที่สังคมจำนวนมากรับไม่ได้ รวมถึงการกล่าวถึงสภาพร่างกาย เหตุการณ์เหล่านี้ยังอยู่ในความทรงจำของผู้คน และไม่เคยได้รับการอธิบายหรือจัดการอย่างจริงจัง

การนำข้อความแสดงความรักต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประกอบการสื่อสารทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง จึงไม่ช่วยคลี่คลายข้อครหาเดิม หากแต่กลับย้ำให้คำถามเดิมถูกหยิบกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

การเมืองที่มีความรับผิดชอบ ไม่ควรนำสถาบันซึ่งควรอยู่เหนือความขัดแย้ง มาใช้เป็นองค์ประกอบในการแข่งขัน ไม่ว่าจะในรูปแบบใด การรักษาสถานะของสถาบันให้อยู่พ้นจากการเมือง ไม่ได้ทำเพื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ทำเพื่อเสถียรภาพของสังคมโดยรวม

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ควรเป็นพื้นที่ถกเถียงด้านนโยบาย การบริหารประเทศ และทิศทางอนาคต มากกว่าการใช้สัญลักษณ์ทางความรู้สึกมาเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการเมือง การดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง มีแต่จะเพิ่มแรงปะทะในสังคม โดยไม่สร้างประโยชน์ระยะยาวให้ใคร

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ใครรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มากกว่ากัน แต่อยู่ที่ใครเข้าใจบทบาทของสถาบันมากพอจะรู้ว่า เรื่องใดควรถูกหยุดไว้ และควรถูกเว้นระยะออกจากเกมการเมือง โดยเฉพาะในห้วงเวลาของการแข่งขันเลือกตั้ง

การเคารพสถาบัน ไม่ได้วัดจากถ้อยคำหรือภาพที่ถูกแชร์ในช่วงหาเสียง แต่วัดจากการรู้ว่าเรื่องใดควรถูกกันออกจากเกมการเมือง และเรื่องใดควรถูกปล่อยให้อยู่ในที่ที่เหมาะสมที่สุด.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top