กกต.เตรียมพร้อม1ก.พ. เลือกตั้งล่วงหน้า ยอดขอใช้สิทธิ์2.4ล้านคน จับตา42จว.แข่งขันกันดุ สอบ6ไอ้โม่งถอนเงินสด

กกต.เตรียมพร้อม1ก.พ. เลือกตั้งล่วงหน้า ยอดขอใช้สิทธิ์2.4ล้านคน จับตา42จว.แข่งขันกันดุ สอบ6ไอ้โม่งถอนเงินสด

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กกต.เตรียมพร้อม1ก.พ.
เลือกตั้งล่วงหน้า
ยอดขอใช้สิทธิ์2.4ล้านคน
จับตา42จว.แข่งขันกันดุ
สอบ6ไอ้โม่งถอนเงินสด

กกต.ประกาศความพร้อมเลือกตั้งล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์นี้ กําชับผู้มีสิทธิ์กว่า 2.4 ล้านคน ต้องเลือกตั้งตามวันที่ลงทะเบียนเปลี่ยนวันไม่ได้ “แสวง” สั่งจับตาพื้นที่ 42 จังหวัด แข่งขันหาเสียงดุ เจอแล้ว ลูกค้าธ.พาณิชย์ 6 ราย เบิกเงิน 250 ล้านบาท หลังธปท.ส่งข้อมูลให้ อาจเป็นเรื่องธุรกิจ ต้องให้ความป็นธรรม ชี้สืบไม่ยากโยงการเมืองหรือไม่

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่าผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าแบ่งเป็นการใช้สิทธิในเขต 8,610 คน นอกเขต 2,261,384 คน ผู้พิการทุพลภาพ 1,666 คน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 138,810 คน


โดยได้จัดหน่วยเลือกตั้งกลางรองรับอย่างเพียงพอ ทั้งในเขต 521 แห่ง นอกเขต 524 แห่ง ผู้พิการ 22 แห่ง และนอกราชอาณาจักร 95 แห่ง ใน 64 ประเทศ กกต.ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารจัดการการใช้สิทธิโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนจํานวนมากอาทิเขตบางกะปิและเขตจตุจักร พร้อมปรับปรุงสถานที่ให้สามารถรองรับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รองเลขาธิการ กกต.ย้ำว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะเป็นการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. เท่านั้น ส่วนการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่จะจัดขึ้นพร้อมการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ในวันดังกล่าวได้ หากได้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้แล้ว

ย้ำแจ้งเหตุจำเป็นหากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์

สําหรับบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า หลังปิดหีบเวลา17.00น.บัตรในเขตจะส่งให้ กกต.เขตเก็บรักษา ส่วนบัตรนอกเขตและบัตรจากต่างประเทศจะนําส่งผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทย ซึ่งคาดว่าจะถึงประเทศไทยครบถ้วนภายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เพื่อรอการนับคะแนนพร้อมกันหลังปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

“หากประชาชนไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ ให้แจ้งเหตุจําเป็นต่อนายทะเบียนอําเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote ของ กกต. หรือช่องทางของสํานักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ภายใน 7 วันก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้ถูกจํากัดสิทธิทางการเมือง”

ทั้งนี้ หากประชาชนพบความไม่ถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระบวนการเลือกตั้ง สามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยเลือกตั้ง กกต.เขต หรือสายด่วน 1444 ได้ทันที

‘แสวง’ตรวจหน่วยเลือกตั้งกลาง

เวลา 10.00น. ที่สำนักงานเขตบางกะปิ กทม.นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งลงพื้นที่สังเกตการณ์การส่งมอบบัตรเลือกและวัสดุอุปกรณ์ ณ สถานที่เลือกตั้งกลางในเขต และนอกเขตเลือกตั้ง ณ สำนักงานเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยในวันนี้ มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือกปน.ทุกหน่วยเดินทางมาตรวจรับบัตรเลือกตั้งหีบบัตรเลือกตั้ง คูหา และลงชื่อในบัตรเลือกตั้ง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะเริ่มระหว่างเวลา 08.00-15.00 นซึ่งเขตบางกะปิ มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจำนวน 58,728 คน โดยมี 86 ชุดหน่วยเลือกตั้ง รองรับประชาชนมาลงคะแนนออกเสียง

ทั้งนี้ ในระหว่างการตรวจเยี่ยมความพร้อมของกปน.นายแสวง ได้สวมใส่เสื้อที่พิมพ์ลักษณะบัตรดีและบัตรเสียด้วย โดยได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่กปน.

บางกะปิคนลงทะเบียน5.8หมื่น

นายแสวง ให้สัมภาษณ์ว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 424 หน่วยอยู่ระหว่างการรับมอบวัสดุอุปกรณ์สำหรับการเลือกตั้งที่จะใช้เลือกตั้งล่วงหน้าในวันพรุ่งนี้ ซึ่งภาพรวมน่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยวันนี้มาดูการรับมอบอุปกรณ์เลือกตั้งที่เขตบางกะปิเนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด ประมาณ 58,000 คน โดยเขตได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกทั้งด้านการจราจร ที่จอดรถ ส่วนการลงคะแนนคิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาเนื่องจากได้มีการซักซ้อมขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว

มั่นใจเลือกล่วงหน้าจะเรียบร้อย

นายแสวงกล่าวว่า มีความมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทุกจังหวัด แต่เฉพาะในพื้นที่กทม.จะมีความพิเศษ เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ขณะที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการอ่านระเบียบก็สามารถเกิดความเข้าใจแต่กกต.ก็ได้มีการจัดทำคู่มือการทำหน้าที่สำหรับกรรมการประจำหน่วยเพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง

“การเลือกตั้งล่วงหน้าในวันพรุ่งนี้ก็จะมีความแตกต่างจากการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพราะสถานที่เลือกตั้งกลางจะเป็นการนำคนทั้ง 77 จังหวัด มาอยู่ในที่เดียวกัน เชื่อว่าจากการซักซ้อมเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้รับทราบล่วงหน้า น่าจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย”

กาบัตรแล้วเร่งส่งทั้ง400เขต

พร้อมกันนี้ก็ได้กำชับผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าในวันพรุ่งนี้ผู้มีสิทธ์เลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเป็นบัตรแบบแบ่งเขตสีเขียว และแบบบัญชีรายชื่อสีชมพู รวมถึงซองใส่บัตรเลือกตั้งซึ่งจะนำเจตจำนงของประชาชนทุกคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไปยังเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขตได้ โดยในซองใส่บัตรเลือกตั้งนั้นที่ด้านหน้าซองประชาชนไม่ต้องเขียนเองเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะเป็นผู้กรอกรายละเอียดจังหวัดเขตเลือกตั้ง และรหัสเขตเลือกตั้ง 4 หลัก เมื่อประชาชนได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบพร้อมซอง ก็ให้ลงคะแนน พับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบส่งลงในซองยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบว่าผู้มีสิทธิ์ที่เลือกตั้งได้หย่อนบัตรครบทั้ง 2 ใบหรือไม่ ซึ่งจะมีรูอยู่ทั้ง 2 ด้านของซองใส่บัตรเลือกตั้ง เมื่อบัตรครบก็จะปิดซองพร้อมเซ็นชื่อกำกับไว้ด้านหลังจากนั้นก็จะส่งคืนให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อนำไปหย่อนลงในหีบบัตรด้วยตัวเอง

สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเป็นจำนวนมากกกต.ก็จะเลือกสถานที่อำนวยความสะดวกให้อย่างดีที่สุดรวมถึงการเดินทางสะดวกและได้มีการออกแบบการลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสะดวกและใช้เวลาน้อยที่สุด บางสถานที่ก็อาจจะเกิดปัญหาจราจรบ้างเนื่องจากมีคนจำนวนมากมารวมกันซึ่งกกต.ก็จะพยายามดำเนินการให้ดีที่สุด

พร้อมติดป้ายสีแยกตามทั้ง 4 ภูมิภาค

จากนั้นได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่สังเกต การณ์จัดสถานที่เลือกตั้งกลางในเขตและนอกเขตเลือกตั้ง ณ โครงการตะวันนาบางกะปิ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครซึ่งทางสำนักงานเขตทางสำนักงานเขตบางกะปิได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยเตรียมเจ้าหน้าที่เทศกิจรวมถึงป้ายประชาสัมพันธ์บอกเส้นทางมายังสถานที่ออกเสียงเลือกตั้งกลาง เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้ามาในพื้นที่เลือกตั้งกลาง โดยจะมีป้ายประชาสัมพันธ์หน่วยเลือกตั้ง ตามภูมิภาค 4 ภูมิภาค โดยแต่ละภูมิภาคจะมีสีกำกับ โดยภาคเหนือ จะใช้สีเขียว ส่วนกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกจะใช้สีชมพู ส่วนภาคอีสานน้ำตาล และภาคใต้สีม่วง โดยจะมีธงสีแต่ละภูมิภาคนำทางเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้งแต่ละภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีจุดประชาสัมพันธ์ 3 จุดในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ได้มีการจัดเตรียมทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข พร้อมรถพยาบาลฉุกเฉิน ในการดูแลผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งหากเกิดการเจ็บป่วย

กกต.จับตา42จว.แข่งขันหาเสียงดุ

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เปิดเผยถึงคำร้องเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงว่า กกต.ได้มีมาตรการแบ่งพื้นที่ โดยมี 35 จังหวัด ที่การแข่งขันเป็นปกติ แต่อีก 42 จังหวัด มีการแข่งขันกันรุนแรงในแต่ละเขต จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยมีการใช้ตำรวจครึ่งประเทศมาเป็นชุดป้องกัน ป้องปรามเคลื่อนที่เร็ว เพื่อตรวจสอบในพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง รวมถึงยังมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง และศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล(ศส.ปชต.) คอยแจ้งเบาะแส โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องจับตาเข้มงวด

เลขาธิการ กกต.ยอมรับว่าข่าวการซื้อเสียงมีมาตลอด แต่ในส่วนของการป้องกันก็ได้มีมาตรการทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายตำรวจรวมถึงรวมถึงกกต.เอง หากอยากจะเตรียมเงินไว้ซื้อเสียง สามารถทำได้ แต่อย่าแจก โดยธรรมชาติของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง น่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป แต่ทุกวันนี้ยังไม่ได้มีรายงานที่เป็นรูปธรรม ที่มีรายงานมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องอื่น ซึ่งในสัปดาห์สุดท้ายของการเลือกตั้งก็คาดว่าอาจจะมีรายงานในเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียงนี้เข้ามา แต่เราก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้

เจอแล้ว 6 รายเบิกเงิน 250 ล้าน

ส่วนความคืบหน้าการรายงานข้อมูลการเบิกเงินสด 250 ล้านบาท จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น นายแสวง บอกว่าเมื่อวานนี้ (30 ม.ค.)ช่วงเย็นธปท.ได้ส่งข้อมูลมาให้แล้วซึ่งเป็นข้อมูลของลูกค้าในสาขาธนาคารพาณิชย์และส่วนตัวบอกได้เพียงว่ามีลูกค้า 6 รายที่เบิกถอนเงินผิดปกติ จึงได้ส่งต่อให้งานด้านสืบสวนไปดูเรื่องความสัมพันธ์ว่ามีเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองอย่างไร ตลอดจนเบิกเงินมาทำอะไรซึ่งการเบิกเงินครั้งนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย แต่หากเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนใด ตรวจสอบได้ไม่ยาก โดยวันที่ 2 ก.พ.นี้จะมีการเสนอเรื่องนี้ให้กับกกต.ได้รับทราบ

ส่วนเงินก้อนดังกล่าวจะเข้าข่ายหรือมีความสูงเสี่ยงจะนำไปใช้ซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือไม่นั้น นายแสวงบอกว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้แต่ไม่ว่าเงินจะมีจำนวนมากขนาดไหน หากหาความสัมพันธ์ไม่ได้ ก็อาจจะเป็นเรื่องของการนำไปใช้ทำธุรกิจก็ได้ ซึ่งเราก็ได้ทำงานร่วมกับ ปปง.ด้วยโดยจะดูเรื่องที่มาของเงิน

‘ยศชนัน’หาเสียงเชียงราย-พะเยา

วันเดียวกัน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย นำทีมลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.เชียงราย และพะเยาที่โรงเรียนปล้องวิทยาคม อ.เทิง จ.เชียงราย ช่วยผู้สมัคร สส. เชียงราย นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เขต 5 เบอร์ 1นายสง่า พรมเมือง เขต 7 เบอร์ 8 มีประชาชนมารอต้อนรับมอบพวงมาลัยดอกไม้และมาลัยจากชาวอ.เทิงให้กำลังใจ

โดยนายยศชนันปราศรัยอ้อนขอคะแนนเสียงในฐานะคนเมือง พร้อมชูวิสัยทัศน์นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยตามแนวชายแดนเชื่อมโยงการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ โดยจัดการระบบให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องและอาสาสมัครทุกคน รวมถึงแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งทั้งระบบ

ประกาศล้างบางธุรกิจสีเทา

จากนั้นคณะเดินทางไปปราศรัย ที่ตลาดนัดบ้านหม้อหลังโรงพยาบาลเชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส. พะเยา นายเกษียร ศรีจันทร์ เขต 2 เบอร์ 3 นายวิชัย ไชยมงคล เขต 1 เบอร์ 5 นายอำนาจ วิชัย เขต 3 เบอร์ 3 บรรยากาศคึกคักประชาชนแห่ฟังปราศรัยเนืองแน่นนับหมื่นคน

นายยศชนัน กล่าวปราศรัยด้วยความอัดอั้นตันใจถึงประเด็นที่ชาวพะเยาถูกด้อยค่าว่า “วันนี้มีเรื่องที่ทำให้ตนรู้สึกเจ็บปวดแทนพี่น้องชาวพะเยาที่สุด คือการที่มีคนพยายามสร้างภาพจำและกล่าวหาว่าพื้นที่นี้เป็นเมืองของสแกมเมอร์ เรื่องนี้คือการรังแกและทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของพี่น้องประชาชน ผมยืนยันว่าจะลบคำสบประมาทนี้ด้วยการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย สร้างงานสร้างอาชีพที่สุจริต มั่นคง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าคนพะเยามีศักยภาพ ไม่ใช่เมืองสีเทาอย่างที่ถูกกล่าวหา”

เพื่อไทยลั่นไม่กลัวซื้อเสียงพะเยา

ช่วงหนึ่งนายจุลพันธ์ได้แนะนำ นายวิชัย ไชยมงคล ผู้สมัครสส.พะเยา เขต 1 เบอร์ 5 ว่า เคยทำงานในสำนักงานปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะกับจังหวัดพะเยาที่จะมาดูแลประชาชน และจัดการกลุ่มธุรกิจสีเทาและยาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่ การันตีด้วยผลงานการปราบยาเสพติดตั้งแต่สมัยอดีตนายกฯดร.ทักษิณ ยังมีอีกหลายนโยบายที่พรรคเพื่อไทยจะพาประชาชนเดินไปข้างหน้าอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็นล้างหนี้ประชาชน, ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%, คนไทยไร้จน ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งให้กับคนไทยทั้งประเทศ

นายจุลพันธ์ยังประกาศว่าพรรคเพื่อไทยไม่กลัวการซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่จังหวัดพะเยาในครั้งนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะเอาชนะการเลือกตั้งได้จากนโบบาย จากผู้สมัคร สส.ที่มีคุณภาพ และศ.ดร.ยศชนัน ว่าที่ผู้นำประเทศที่จะเดินหน้าด้วยนโยบายที่ทำได้

‘เต้น’เดือดซัด‘หนู’วิ่งราวชาติ

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นปราศรัยอย่างดุเดือดโจมตีรัฐบาลปัจจุบันว่าเป็น “รัฐบาลพิลึกที่สุด” หลังเกิดปรากฏการณ์หนูกินส้มแล้วยังต้มส้มซ้ำด้วยการยุบสภา ไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญตามสัญญา และตอบโต้การปราศรัยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่พาดพิงอดีตผู้นำพรรคเพื่อไทยว่า “พรรคสีน้ำเงิน ใช้วิธีการหาเสียงแบบ“วิ่งราวชาติ”แล้วบอกว่า รักชาติอยู่พรรคเดียว ตนไม่เห็นด้วยกับการชี้หน้าด่าคนอื่นว่า ไม่รักชาติ ผมบอกท่านกี่ครั้งแล้วว่า คนไทยต้องอยู่ฝ่ายเดียวกัน อย่าผลักไสคนอื่นไปเป็นคนชาติอื่น การหาเสียงแบบนี้ คือ การหวังผลการเมืองแต่สร้างความแตกแยก ผมยังไม่เคยเอาเรื่องผู้นำอีกประเทศที่เคยทำนายว่าไทยจะเปลี่ยน นายกฯใน 3 เดือน แล้วก็เกิดขึ้นจริงจนกลายเป็น“รัฐบาลหนู”มาโจมตีเลย

นายณัฐวุฒิ ทิ้งท้ายเรื่องคดีความว่า“บอกให้ระวังโดนฟ้อง ผมจะกลัวทำไม ในเมื่อมีคดีรออยู่เพียบแต่ยืนยันว่า เพื่อไทยไม่เคยตอกลิ่มความขัดแย้งและศ.ดร.ยศชนันจะเป็นผู้นำที่พาคนไทยก้าวข้ามความขัดแย้งนี้”พร้อมชูนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน”โดยนำเงินภาษีที่เก็บได้เพิ่มมาเป็นรางวัลจูงใจประชาชนในการสร้างฐานข้อมูล ไม่ใช่การแจกเงินหน้ามืด

‘อนุทิน’ลุยหาเสียงสมุทรปราการ

เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่หาเสียงอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครสส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย 8 เขต ได้แก่เขต 1 น.ส.แพรวพรรณ พุกพิบูลย์ เขต 2 นายนกเขา ท้วมกลัด เขต 3 นางอภัสนันท์ ภัคนราธนเศรษฐ์ เขต 4 น.ส.พิมพ์พรรณ พึ่งบุญ เขต 5 นางยุคลฉัตร หลำวรรณะ เขต 6 นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เขต 7 น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ เขต 8 นายวิบูลย์ชัยขาวทองบริสุทธิ์

เมื่อนายอนุทินเดินทางถึงวัดบางน้ำผึ้งใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการเพื่อช่วยนายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ผู้สมัครสส. สมุทรปราการเขต 6 หาเสียง ได้เข้าสักการะท้าวเวสสุวรรณ โดยพระครูปัญญาธีรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดบางน้ำผึ้งใน มอบพระพุทธรูปจำลอง“หลวงพ่อใหญ่”ให้นายอนุทินด้วย

ตะโกนเชียร์‘ขอให้เป็นนายกฯต่อ’

จากนั้นนายอนุทินเดินภายในตลาด มีประชาชนขอถ่ายภาพเซลฟี่ จับมือมอบพวงมาลัย และดอกกุหลาบให้พร้อมตะโกนว่า“รักนายกอนุทิน รักพรรคภูมิใจไทย รอคนละครึ่งพลัสอยู่”ซึ่งนายอนุทินตอบกลับว่า“ได้แน่นอน”และมีชาวบ้านบอกอีกว่า“ถ้านายกอนุทินได้เป็นนายกฯอีก พวกเราสบายแน่นอน”ทั้งนี้ ระหว่างเดินภายในตลาด มีประชาชนยืนรอ ถ่ายภาพร่วมกับนายอนุทิน มีคุณตาอายุ 97 มากับญาติ บอกว่าเป็นแฟนคลับอยากมาเจอ นายกฯชอบหมายเลข 37 โดยนายอนุทินตอบว่าขอให้สุภาพแข็งแรง ช่วงหนึ่งแม่ค้าร้านตะลิงปลิง ถามนายอนุทินว่า เหนื่อยหรือไม่ซึ่งนายอนุทิน ตอบกลับว่าไม่เหนื่อย แต่ง่วงนิดหน่อย เพราะนอนน้อย แม่ค้าจึงหยิบตะลิงปลิงให้กิน โดยบอกว่า“กินจะได้ตื่นเลย”

จากนั้นนายอนุทินแวะซื้อร้านขายช้อนโดยแม่ค้ากล่าวว่าจะเก็บเงินที่นายอนุทินซื้อไว้เป็นขวัญถุง พร้อมฝากเรื่องถนนพระราม 2 โดยนายอนุทินกล่าวว่าฝากเบอร์ 37 ด้วย นอกจากนี้ แม่ค้าร้านขายกระเป๋า ยังได้มอบย่ามผ้าชาวเขาให้ด้วย ก่อนที่นายอนุทินแวะป้อนนมปลาคราฟโดยประชาชนบอกว่า“รบชนะเขมรอยู่แล้ว ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งระหว่างเดินในตลาด มีพ่อค้าร้านขายของ ตะโกนบอกนายอนุทิน ขอให้ได้เป็นนายกฯต่อ ซึ่งนายอนุทิน บอกว่ากาเบอร์ 37 จะมาทุกวันเลย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าภายในตลาดรุมถ่ายภาพ และตื่นเต้นที่ได้พบกับนายกฯ

หนูชูปักธงกทม.ย้ำจุดยืนป้องม.112

เวลา 13.00 น. ที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินีซึ่งมองกันว่าเป็นการปราศรัยที่ดุเดือดว่าก็เป็นการปราศรัยปกติ ในจุดที่เป็นเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยที่จะปักธงให้ได้ จากนี้คงต้องเดินทางไปอีกหลายจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพฯ เมื่อถามว่าในพื้นที่หัวเมืองใหญ่ที่เป็นฐานเสียงของพรรคประชาชนในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะมีกลยุทธ์ อย่างไรบ้างนายอนุทินกล่าวว่า“ออร์แกนิกนี่แหละ เดินขอเสียงพี่น้องประชาชนรับฟังปัญหาของเขาว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร”

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าแคมเปญ“น้ำเงินทั้งแผ่นดิน”จะช่วยให้คว้าชัยได้ นายอนุทินกล่าวว่าผู้สมัครทุกคนของพรรคภูมิใจไทยก็ทุ่มเท ขยันเดินทางหาประชาชน เมื่อถามว่า การปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ดูเหมือนโจมตีไปที่พรรคที่คิดจะแก้มาตรา 112 นายอนุทินกล่าวว่า”ไม่ได้โจมตี” เมื่อถามว่าการจับมือจะยากหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นปัญหาและไม่เกี่ยวกับเรื่องจับมือ ทุกวันนี้ต่างคนก็ต่างฝ่ายอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ

จวก’เต้น’ชอบสร้างวาทกรรม

เมื่อถามว่ากรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาระบุว่า วิ่งราวชาติพร้อมบอกว่า ไม่ได้ฟังแดดดี้ แต่ฟังครูใหญ่ นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “นั่นคือวาทกรรม แต่ว่าชวนคนเผาบ้าน เผาเมืองนี่มันชัดเจนแล้ว บอกว่าผมรับผิดชอบ
เองๆ ถ้ารับผิดชอบเองป่านนี้ก็คงไม่ได้ไปอยู่บนเวทีแล้ว”

เมื่อถามว่านายณัฐวุฒิพยายามเหน็บว่านายอนุทิน ฟังแต่ครูใหญ่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่แสดงให้เห็นว่าเป็นคนวงนอกจริงๆไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย คนมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะเที่ยวไปฟังคนโน้นคนนี้ได้อย่างไร

การันตี’ศุภจี-เอกนิติ’มือสะอาด

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าทีมเศรษฐกิจที่พรรคภูมิใจไทยเอามาช่วยหาเสียงอาจจะมีคนไปดิสเครดิตหรือถูกโจมตีในภายหลังนายอนุทินกล่าวว่า โอ้ย มือสะอาดทุกคน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เขาไปที่ไหนก็ไปสร้างแต่คุณงามความดี คนที่คอยจะไปหาสิ่งมาโจมตี แสดงว่า ตัวเองสิ้นท่าหมดรูปแล้ว ตนคิดว่าควรเอาเวลานี้ไปทำความดี ไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อสังคม ขึ้นเวทีไปก็ต้องพูดแต่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่สร้างวาทกรรมเป็นตลกหน้าม่านแบบนี้ไม่ได้

โวโพลภท.โค้งสุดท้ายนำลิ่วตลอด

เมื่อถามว่า เป็นเพราะว่าไปแตะของดวงใจที่เป็นแดดดี้ของเขาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าโอ้ย พวกนี้เขาก็ต้องทำใจวัฒนธรรมแต่ละพรรคไม่เหมือนกันเขาชอบคิดว่าพรรคอื่นจะเป็นเหมือนพรรคนี้แต่พวกตนไม่มีเวลาไปทำแบบนั้น เพราะตนไม่จำเป็นต้องไปทำ หรือไปเอาใจใคร เพื่อให้ตัวเองได้พื้นที่ ที่คิดว่าจะมีโอกาสได้รับแต่งตั้ง ดำรงตำแหน่งอะไร นั่นคือวัฒนธรรมของพวกเขา แต่วัฒนธรรมของพวกตนคนละอย่างกัน พวกตนทำงาน ไม่มีตำแหน่งก็ทำงานได้เยอะแยะไปหมด

เมื่อถามว่าตอนนี้โค้งสุดท้ายแล้วคะแนนของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนดูเหมือนจะสูสีกันจะต้องมีการเร่งในช่วงปลายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนว่าไม่สูสีนะเพราะโพลของผมนำตลอด ซึ่งมีการประเมินจากหลายที่ เมื่อถามว่า ถ้าดีดลูกคิดกันจริงๆ ประเมินไว้ที่เท่าไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตกข่าวเหรอจ๊ะ ข่าวน้อยหรอ วีคเอนด์ ไปถามพรรคอื่นบ้าง

‘สุชาติ’ชี้ชลบุรีเชื่อปชช.ตัดสินใจแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสของประชาชนในจังหวัดชลบุรีช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งมีการประเมินอย่างไรหรือไม่ว่าการเลือกตั้งทุกจังหวัด ทุกคนทุกเขต ต้องมีการประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง จากการพูดคุยกับแกนนำและมวลชนที่เรามีรวมถึงโหวตเตอร์ต่างๆ เชื่อมั่นว่าประชาชนในจังหวัดชลบุรีมีข้อเปรียบเทียบโดยเฉพาะในช่วง ปี’54 ปี’62 และปี’66 ถ้าพรรคอื่นมาเป็นประชาชนจะเห็นว่าการจับต้อง หรือการพบเจอบรรยากาศมันต่างกัน เพราะประชาชนในจ.ชลบุรียังมีบริบทการเป็นพี่เป็นน้องเป็นครอบครัว สิ่งโชคดีอย่างหนึ่งของชาวชลบุรี คือ เรายังมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวและจับต้องได้คือท้องถิ่นซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมาด้วยกันกับตนทั้งหมด ก็สามารถรับเรื่องแทนสส.ได้

“การตัดสินใจของประชาชนในสัปดาห์สุดท้าย ส่วนตัวคิดว่าประชาชนได้ตัดสินใจหมดแล้วว่าจะเลือกใคร ตนอยากให้สื่อมวลชนได้ดูหลังการเลือกตั้งวันที่8 ก.พ.ว่าจะเป็นอย่างที่ตนพูดหรือไม่และตนเชื่อมั่นว่าประชาชนต้องการสส.ที่มีหน้าที่และรับผิดชอบด้วย”นายสุชาติ กล่าว

ลั่นภท.กวาด10เขตชลบุรีไม่แบ่งใคร

เมื่อถามว่าในจังหวัดชลบุรี10เขตจะเหมาทั้งหมด ไม่แบ่งให้พรรคประชาชนเลยใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่าไม่แบ่งให้เลยซักที่หนึ่ง พรรคภูมิใจไทยทำงานกันเป็นทีม ซึ่งภาพรวมใหญ่ของชลบุรีเวลารวมตัวกันแล้ว ชาวชลบุรีจะมีความสุขที่เห็นเราสามัคคีกัน จะได้ทำงานให้ชาวชลบุรีเดินหน้าต่อไป

เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคภูมิใจไทย จะต้องรณรงค์หาเสียงให้ชาวชลบุรีเลือกแบบยุทธศาสตร์ หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีภาคตะวันออกจบหมดแล้ว พรรคเอาสรรพกำลังไปตรงอื่นได้เลย ไม่ว่าจะเป็น นายอนุทินชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค หรือผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคซึ่งเป็นทีมเศรษฐกิจไปในจุดที่เขามีความต้องการก่อนเลย

‘อภิสิทธิ์’แท็กทีมลุยตลาดยิ่งเจริญ

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคลงพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 9 (บางเขน-จตุจักร-หลักสี่)ที่ตลาดยิ่งเจริญ เพื่อช่วยน.ส.วิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร สส. หาเสียง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักมีประชาชนเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูปฝากให้ช่วยดูแลผู้สูงอายุรวมถึงเรื่องของการศึกษาไทย ที่ประชาชนหลายคนให้ความสนใจในเรื่องของการศึกษาบุฟเฟ่ต์เรียนฟรี

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงภาพรวมในกรุงเทพฯว่าจากการลงพื้นที่ได้รับการตอบรับที่ดีจึงต้องทำงานให้หนักขึ้นและลงพื้นที่นำเสนอนโยบายให้มากขึ้นในช่วงโค้งสุดท้าย นอกจากนี้น.ส.วิเวียนยังระบุว่า พร้อมสู้ในโค้งสุดท้ายไม่หวั่นต่อโพลใดๆ เชื่อมั่นว่าคนไทยต้องการคนทำงานเป็น ไม่ยอมแพ้ต่อการซื้อเสียง

‘ชวน’ลงตรังช่วย‘อู๊ด ธโนภาส’

ที่ตลาดเทศบาลนครตรัง (ตลาดเก่า) จ.ตรัง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ นำนายธโนภาส สินไชย หรืออู๊ด ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 1 เบอร์ 6ของพรรคเดินเท้าพบปะประชาชนขอคะแนนเสียงแบบออร์แกนิกจากพี่น้องประชาชนที่มาจ่ายตลาดยามเช้า หลายคนเข้ามาทักทายบอกว่า เลือกแน่นอนไม่ลืม เพราะเป็น“พรรคสมบัติพ่อเฒ่า”ซึ่งเป็นวลีฮิตในการพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ที่ภาคใต้ ที่หลายคนเลือกพรรคประชาธิปัตย์กันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าและฝากฝังกันมารุ่นต่อรุ่น(พ่อเฒ่าภาษาใต้หมายความว่า ตา/ปู่)

งัดศักดิ์ศรีชาวใต้ สู้ซื้อเสียงหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวนได้เดินหาเสียงด้วยไมโครโฟนกับลำโพงเล็กๆ ประชาสัมพันธ์ผลงานที่ผ่านมาและสิ่งที่จะทำต่อไปในอนาคตเพื่อชาวตรัง อีกทั้งยังรณรงค์ ปลุกศักดิ์ศรีชาวใต้ หลังข่าวแพร่สะพัดถึงการจ่ายเงินซื้อเสียงอย่างหนักของบางพรรคในพื้นที่ภาคใต้

ทั้งนี้ ที่จ.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดปราศรัยใหญ่ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.30 หน้าศาลากลางหลังเก่า นำโดย นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายจูรี นุ่มแก้วและผู้สมัคร สส. ทั้ง 4 เขต จ.ตรัง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top