‘มงคลกิตติ์’งานเข้า กกต.ติงนโยบายขัดกฎหมาย หาเสียงไม่มีทางเป็นไปได้ แจงถอนชื่อ28ผู้สมัครสส. ไม่ส่งผลกระทบ‘เลือกตั้ง’

‘มงคลกิตติ์’งานเข้า กกต.ติงนโยบายขัดกฎหมาย หาเสียงไม่มีทางเป็นไปได้ แจงถอนชื่อ28ผู้สมัครสส. ไม่ส่งผลกระทบ‘เลือกตั้ง’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘มงคลกิตติ์’งานเข้า
กกต.ติงนโยบายขัดกฎหมาย
หาเสียงไม่มีทางเป็นไปได้
แจงถอนชื่อ28ผู้สมัครสส.
ไม่ส่งผลกระทบ‘เลือกตั้ง’
ทั้งหมดอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์

“แสวง”เผยมติกกต.สั่งถอนชื่อ 28 ผู้สมัครสส. ชี้ไม่กระทบเลือกตั้ง ชี้เป็นบัญชีรายชื่อ สามารถเลื่อนลำดับคนอื่นในบัญชีขึ้นแทนได้ มั่นใจเลือกตั้ง8 กุมภาพันธ์ ไม่ซ้ำรอยเลือกตั้ง ล่วงหน้า สั่งเข้ม ผอ.กกต.จังหวัด เตรียมพร้อมรับ “เลือกตั้ง-ประชามติ” ย้ำทุกหน่วยต้องติดประกาศรายชื่อผู้สมัคร ให้ชัด ยกเหตุเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่อง ทำภาพลักษณ์สนง.เสียหาย แจงปมเรียก“ซีเค เจิง” ให้ข้อมูลซื้อเสียง ย้ำตรวจสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค ชี้เรื่องซื้อเสียงมีคำร้องไม่ถึง 10% ยันเดินหน้าสอบเบิกเงินสด 250 ล้าน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ว่ากกต. มีความพร้อมเต็มที่และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบการจัดการ ซึ่งการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จะมีความคล่องตัวกว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากในแต่ละหน่วยเลือกตั้งจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เฉลี่ยเพียง 500 คน กระจายไปกว่า 100,000 หน่วยทั่วประเทศ และไม่มีขั้นตอนการนำบัตรใส่ซองจ่าหน้าซองเหมือนการเลือกตั้งล่วงหน้า จึงมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาความแออัดหรือความผิดพลาดในลักษณะเดิม


นายแสวงกล่าวถึงประเด็นที่พรรคประชาชนและสังคมตั้งคำถามถึงความผิดพลาดในการจ่าหน้าซองและรหัสเขตเลือกตั้งว่า เดิม กกต. ออกแบบไว้ให้ระบุเพียงชื่อจังหวัดและเขตเลือกตั้งก็สามารถจัดส่งได้ถูกต้องอยู่แล้ว แต่ทางไปรษณีย์ไทยซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการขนส่งได้เสนอให้เพิ่มรหัสเขตเลือกตั้งเพื่อความคุ้นเคยในการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิคที่ไม่ได้แจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม จากรายงานบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยทั่วประเทศ ยังไม่พบซองบัตรเลือกตั้งที่กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนทั้ง 3 รายการ (จังหวัด-เขต-รหัส) และยันยันว่าขอเพียงมีข้อมูลจังหวัดและเขตที่ชัดเจน บัตรจะถูกส่งถึงที่หมายเพื่อนำไปนับคะแนนแน่นอน ส่วนกรณีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครหายที่จังหวัดชลบุรีได้รับรายงานว่ามีเพียงจุดเดียวและได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบันทึกเหตุการณ์ทุกหน่วยอย่างละเอียด พร้อมกำชับให้ ผอ.กกต.จังหวัด ตรวจเช็คประกาศรายชื่อหน้าหน่วยให้ครบถ้วนก่อนเปิดหีบ หากชำรุดจากภัยธรรมชาติให้เร่งแก้ไขทันที

นายแสวง กล่าวถึงการที่กกต.มีมติส่งศาลฎีกาถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส.ที่ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ว่า ผู้ที่ถูก กกต.เสนอให้ถอนชื่อจากการเป็นผู้สมัคร เนื่องจากเป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบและให้ความเป็นธรรม ให้เขาได้ชี้แจง ทำให้เวลาเนิ่นนานมาและกกต.เพิ่งมามีมติ แต่ผู้สมัคร สส.ทั้งหมดนี้ เป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ มีอยู่หลายพรรคคละกันไปซึ่งถ้าหากศาลตัดสินไม่ทันในวันที่ 8 ก.พ.ก็ไม่ได้กระทบเหมือนแบบแบ่งเขต เพราะสามารถเลื่อนลำดับผู้ที่อยู่ในบัญชีขึ้นมาแทนได้อยู่แล้ว

เตือนหาเสียงหลุดโลกอาจผิดก.ม.

นายแสวง กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ได้หาเสียงต่อสาธารณชนโดยชูนโยบายเปลี่ยนโลกและหลายประเด็นที่มีลักษณะเพ้อเจ้อ ไม่อยู่กับความจริง ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์เช่นจูราสสิค พาร์คไดโนเสาร์มีชีวิต เที่ยวอาบอบนวดคนละครึ่ง รวมถึงการซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฯลฯ ว่านโยบายดังกล่าวพรรคทางเลือกใหม่ส่งมาให้กกต.ตรวจสอบ หลังวันที่ 19 ม.ค. 2569โดยรวมอยู่ใน 32 นโยบายซึ่งคณะกรรมการ กกต. และคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายใช้จ่ายเงิน ได้พิจารณาแล้วเห็นว่านโยบายบางอย่างของพรรคที่มีการหาเสียงต่อสาธารณะอาจจะผิดกฎหมาย หรือเป็นไปไม่ได้จึงมีหนังสือถึงพรรคต้นสังกัดคือพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมกับให้สำนักงาน กกต.ไปตรวจสอบว่านโยบายใดบ้าง เป็นการกระทำผิดกฎหมาย

แจงเรียก‘ซีเค เจิง’ให้ข้อมูลซื้อเสียง

นายแสวงกล่าวกรณีกกต.เรียกนายซีเค เจิง ซีอีโอและผู้บริหารของแพลตฟอร์ม Fastwork มาให้ข้อมูล เกี่ยวกับข้อความที่บอกว่ามีการซื้อเสียงว่า ต้องอธิบายในหลักการก่อน ใครที่ให้ข้อมูลถึงความผิดพลาดของกกต.หรือใครที่ให้ข้อมูลถึงการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เราเรียกมาสอบสวนทั้งหมด ทุกเหตุการณ์จะเรียกมาสอบเพื่อให้ได้ข้อมูลมาบริหารจัดการเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม หรือไม่ใส่ร้ายกัน ย้ำตรวจสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค

“ตอนนี้มีคนส่งข้อความมาระบุว่ามีพรรคการเมืองซื้อเสียง พรรคการเมืองจะซื้อเสียงไม่ได้ ต้องมาดูว่าพรรคการเมืองซื้อเสียงจริงหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาเหมือนกัน ถึงจะไม่ระบุพรรคเรามีหน้าที่ตรวจสอบ และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเรียกมาสอบสวน”นายแสวง ย้ำ

ชี้เรื่องซื้อเสียงมีคำร้องไม่ถึง10%

เมื่อถามว่าการเรียกคนที่โพสต์ข้อความ เป็นการป้องปราม ความคึกคะนองบนโลกโซเชียลหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า วันนี้มีคำร้องเข้ามา 90 เรื่อง มีการร้องในเรื่องของการโพสต์ใส่ร้าย กว่า 80% แต่ซื้อเสียงไม่ถึง 10% ซึ่งช่วง 3-4 วันนี้ ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งเป็นช่วงเฝ้าระวัง

ส่วนความคืบหน้าคดีบุกค้นบ้านหัวคะแนนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นตอนนี้กกต.สุราษฎร์ธานี ได้เข้าไปทำงานเชิงรุกเพื่อดูว่ามีการจัดเตรียมอะไรหรือไม่ แต่เบื้องต้นตั้งสำนวนเป็นความปรากฏ ซึ่งต้องรอดูว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร

เดินหน้าสอบเบิกเงินสด250ล้าน

ส่วนเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ส่งข้อมูลการเบิกเงิน 250 ล้านบาท มาให้นั้น เลขาธิการ กกต.กล่าวว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบมูลเหตุซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าเขาทำธุรกิจอย่างอื่น ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ก็ต้องตรวจสอบว่ามีเหตุที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบก่อน ก่อนที่จะไปกล่าวหาใครและต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย

ส่งไลน์กำชับดูแลเลือกตั้งให้เรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงค่ำวันที่3 ก.พ. นายแสวงได้ส่งข้อความทางไลน์กลุ่มไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำชับให้ดูแลกระบวนการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภายหลังเกิดข้อบกพร่องในเรื่องของการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครสส.หน้าหน่วยเลือกตั้งในการเลือกตั้งล่วงหน้าซึ่งทำให้เกิดความเสียหายกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงาน กกต.รวมถึงกระทบสิทธิ์ของประชาชนและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุช้ำขึ้นอีก ในการเลือกตั้งทั่วไป จึงขอให้มีการตรวจสอบทุกหน่วยความเรียบร้อยโดยเฉพาะการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครสส.ทุกคนในหน่วยเลือกตั้งทุกเขต เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้รายงานกลับมาที่ด้านบริหารงานเลือกตั้งโดยจะให้ด้านบริหารงานเลือกตั้งทำหนังสือสั่งเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ โดยสำนักงานจะแถลงความพร้อมการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ในวันที่ 7 ก.พ.

สั่งผอ.กกต.จว.รับลต.-ประชามติ8ก.พ.

“ท่านผอ.ครับด้วยมีข้อบกพร่องในการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครสส.หน้าหน่วยเลือกตั้งในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569 ทำให้เกิดความเสียหายกระทบต่อภาพลักษณ์ของ สนง.และอาจกระทบต่อสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วยก็ได้เพื่อป้องกันมิให้เกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นอีกในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ในวันจัดหน่วยเลือกตั้ง ให้ตรวจสอบว่าในทุกหน่วยเลือกตั้งได้มีการติดรายชื่อผู้สมัครทุกคนในเขตเลือกตั้งนั้น เรียบร้อยแล้วและให้รายงานและยืนยันมาพร้อมกับการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ภายในวันและเวลาที่ด้านบริหารเลือกตั้ง(ดบล.) กำหนด ทั้งนี้ จะให้ดบล.มีหนังสือสั่งการไปอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ แล้ว สนง.แถลงข่าวความพร้อมเย็น วันที่ 7 ก.พ. 2569 จะแถลงเรื่องนี้ว่าได้มีการติดรายชื่อผู้สมัครทุกคนของทุกหน่วยในเขตเลือกตั้งเรียบร้อยก่อนวันเลือกตั้งแล้ว” เลขาธิการกกต.

‘สมชัย’เตือน2เรื่องเสี่ยงเลือกตั้งโมฆะ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่าความกังวลใจเกี่ยวกับวันการเลือกตั้งจริง 8 ก.พ.2569มีสิ่งที่เป็นไปได้ 2 เรื่อง อาจนำไปสู่การร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะซึ่ง กกต.สามารถป้องกันแก้ไขได้ 1.คำร้องว่า การเลือกตั้งของประชาชน ไม่เป็นความลับเนื่องจากคิวของการออกเสียงประชามติ(คิวรับบัตรสีเหลือง)อยู่ในหน่วยเลือกตั้ง หากผู้คนมีจำนวนมาก วุ่นวาย อยู่ใกล้คูหาลงคะแนน อาจทำให้การจัดการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดว่าการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ 2.คำร้องว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม ด้วยเหตุการณ์ตั้งหีบบัตรเลือกตั้งในจุดที่ไม่สามารถเห็นชัดเจนจากภายนอก อาจเกิดการทุจริตในการเลือกตั้งจากการกระทำของคณะกรรมการประจำหน่วยได้ อาจเป็นเหตุให้มีผู้ร้องว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 224(2) ที่กกต.ไม่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

นายสมชัย ได้เสนอทางแก้1.ให้เข้าคิวรอบเดียวและแจกบัตร 3 ใบเพื่อไม่ต้องมีคิวที่สองในหน่วยเลือกตั้งลดการแออัด วุ่นวายในหน่วย และความเสี่ยงประเด็นเลือกตั้งไม่เป็นความลับ 2.ให้นำหีบบัตรทั้ง 3 ใบ กลับมาวางไว้กลางหน่วยเลือกตั้ง และ หันหน้าออกให้ประชาชน เห็นได้ชัดเจน เพื่อความโปร่งใส ตัดโอกาสในการร้องว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เตือนครั้งที่ 1,000 ครับ

‘เรืองไกร’ร้องศาลสั่งระงับทำประชามติ8ก.พ.

วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครสส.กทม.พรรคพลังประชารัฐเปิดเผยว่าตนได้ยื่นฟ้องกกต.ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนการทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ และสั่งให้ กกต.ส่งเรื่องการจัดทำประชามติคืนให้รัฐสภาเพื่อแก้ไขมติให้ถูกต้องตรงกับคำบังคับในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 โดยผ่านทางคณะรัฐมนตรี รวมทั้งมีคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา โดยมีคำสั่งให้ กกต.ระงับการจัดทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไว้ทั้งหมดทั่วประเทศ

โดยคำฟ้องระบุเหตุผลว่าจากที่ได้ตรวจดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เกี่ยวกับการจะแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เห็นว่ารัฐสภาจะต้องลงมติเห็นชอบในการตั้งคำถามประชามติโดยใช้คำว่า “เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”แต่มติของรัฐสภาตามหนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด่วนที่สุดที่สผ 0014/13808 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เรื่องการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พบว่าในหนังสือดังกล่าวระบุว่า “โดยที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้ส่งญัตติด่วนทั้ง 5 ฉบับ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วยไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยใช้ประเด็นคำถามตามญัตติด่วนของรองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นผู้เสนอในประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”จึงเห็นได้ชัดว่ามติของรัฐสภาใช้คำว่า“เห็นด้วย” ไม่ได้ใช้คำว่า “เห็นชอบ”จึงไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและไม่มีการแก้มติดังกล่าวแต่อย่างใด

ดังนั้น คำถามประชามติของผู้ถูกร้อง จึงไม่ใช่คำถามตามมติของรัฐสภา ซึ่งการที่กกต.แจ้งให้ตนไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติจึงไม่ใช่คำสั่งทางปกครองของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่งหรือการกระทำอื่นใดเนื่องจากกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้นตามความ ในมาตรา 9 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 ตนจึงเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องมาจากการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำของกกต.จึงขอให้ศาลมีคำสั่งตามที่ขอ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top