บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ถึงรหัสหลังบัตรประชาชน 2มาตรฐานพรรคส้ม

บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ถึงรหัสหลังบัตรประชาชน 2มาตรฐานพรรคส้ม

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.21 น.

15 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาชนหรือพรรคส้มกำลังถูกจับตาอีกครั้ง เมื่อในระบบสมัครสมาชิกพรรค มีการให้ผู้สมัครกรอกทั้งเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัส Laser ID 12 หลักที่อยู่ด้านหลังบัตรประจำตัวประชาชน เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นทันที เพราะรหัสหลังบัตรไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป แต่เป็นข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนในระบบของรัฐและสถาบันการเงิน

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน พรรคส้มเคยตั้งคำถามเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยกังวลว่าระบบอาจกระทบหลักการลงคะแนนลับ ภาพของพรรคจึงผูกอยู่กับการปกป้องความลับของผู้ใช้สิทธิ เมื่อมาถึงกรณีการเก็บรหัสหลังบัตรประชาชนของสมาชิกจำนวนมาก สังคมจึงเริ่มเปรียบเทียบสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน


Laser ID คือรหัส 12 หลักที่อยู่หลังบัตรประชาชน ใช้เวลาทำธุรกรรมออนไลน์กับหน่วยงานรัฐหรือธนาคาร เมื่อนำไปใช้คู่กับเลขบัตร 13 หลักด้านหน้า ระบบสามารถตรวจสอบตัวบุคคลได้อย่างแม่นยำ จึงถือเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวตนโดยตรงและต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

กฎหมายที่ถูกพูดถึงทันทีคือ PDPA หรือ Personal Data Protection Act ซึ่งหมายถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หลักสำคัญของกฎหมายนี้คือ การเก็บและใช้ข้อมูลต้องมีเหตุผลที่ชัด และต้องไม่เกินความจำเป็นต่อวัตถุประสงค์นั้น

พรรคส้มชี้แจงว่า การขอรหัสหลังบัตรมีเหตุผลตามกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อยืนยันสัญชาติของผู้สมัครและผู้บริจาคเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่เมื่อย้อนดูประกาศเกี่ยวกับเอกสารสมัครสมาชิก กลับพบว่าระบุเพียงสำเนาบัตรประชาชนและเอกสารพื้นฐานอื่น

คำถามจึงเกิดขึ้นว่า การขอ Laser ID เป็นข้อบังคับที่กฎหมายเขียนไว้ชัดหรือไม่ หากกฎหมายไม่ได้ระบุโดยตรง การเก็บข้อมูลระดับนี้ถือว่าเกินความจำเป็นหรือเปล่า และมีทางเลือกอื่นที่ใช้ยืนยันตัวตนได้โดยไม่ต้องเก็บรหัสหลังบัตรหรือไม่

คำว่า Personal Data หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน ส่วน Data Privacy คือสิทธิของแต่ละคนในการควบคุมว่าข้อมูลของตนจะถูกใช้เพื่ออะไร PDPA กำหนดให้ผู้เก็บข้อมูลต้องอธิบายได้ว่า เก็บไปทำไม และป้องกันข้อมูลอย่างไร

เมื่อพรรคส้มมีสมาชิกกว่าหนึ่งแสนคน ฐานข้อมูลที่รวบรวมไว้จึงมีขนาดใหญ่ ยิ่งมีข้อมูลยืนยันตัวตนมากเท่าใด ความคาดหวังเรื่องการปกป้องข้อมูลก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ เรื่องความยินยอม หากการสมัครสมาชิกต้องกรอกรหัสหลังบัตรประชาชนจึงจะดำเนินการได้ ความยินยอมในลักษณะนี้เป็นทางเลือกจริงหรือไม่ PDPA ระบุว่าความยินยอมต้องเกิดจากความสมัครใจ และเจ้าของข้อมูลต้องเข้าใจว่าจะถูกนำไปใช้ในขอบเขตใด

เมื่อพรรคส้มเคยแสดงจุดยืนเข้มข้นต่อความลับของการลงคะแนนเลือกตั้ง การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกจึงถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะสองเรื่องนี้ต่างเกี่ยวข้องกับสิทธิพื้นฐานของประชาชน

หากมีผู้ร้องเรียนว่า การขอรหัสหลังบัตรไม่มีฐานกฎหมายชัดเจน และต่อมามีการวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องจะเดินไปทางไหน จะเป็นเพียงประเด็นภายในองค์กร หรือจะถูกขยายไปสู่คำถามเรื่องสถานะของพรรค

ในทางการเมืองไทย การยุบพรรคเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง หากมีการร้องเรียนและพบการกระทำที่ถูกมองว่าขัดต่อกฎหมายในสาระสำคัญ คำถามเรื่องความเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรคย่อมถูกหยิบขึ้นมาพูด แม้วันนี้ยังไม่มีคำตอบใด ๆ ชัดเจน

กรณีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนสมัครสมาชิก แต่สะท้อนภาพกว้างของการเมืองในยุคข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนกลายเป็นสิ่งที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพราะเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นโดยตรง

ภาพที่เห็นชัดคือ ด้านหนึ่งพรรคส้มตั้งคำถามเรื่องความลับของบัตรเลือกตั้ง อีกด้านหนึ่งพรรคส้มเก็บข้อมูลยืนยันตัวตนของสมาชิกจำนวนมาก สังคมจึงนำสองภาพมาเทียบกัน และตั้งคำถามเรื่องมาตรฐาน

เรื่องนี้อาจจบลงด้วยคำชี้แจงและการปรับปรุงขั้นตอนให้เหมาะสม หรืออาจถูกนำไปสู่การตรวจสอบในอนาคต หากมีผู้เห็นว่าการกระทำเข้าข่ายผิดกฎหมาย เส้นทางของประเด็นนี้จะไปไกลเพียงใด ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและการตีความตามกฎหมาย

อย่างน้อยที่สุด ประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งและรหัสหลังบัตรประชาชน ได้ทำให้คำถามเรื่องสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลในสนามการเมืองถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง และพรรคส้มเองก็ถูกคาดหวังให้ชี้แจงให้ชัด ว่าหลักการที่ใช้ตรวจสอบผู้อื่น จะถูกใช้กับตัวเองในระดับเดียวกันเพียงใด.

#ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top