กกต.อ่วมหนักถูกถล่มไ่ล่บี้ พิสูจน์‘บาร์โค้ด’ ให้ศาลได้ชี้ขาด‘ลับ-ไม่ลับ’

กกต.อ่วมหนักถูกถล่มไ่ล่บี้ พิสูจน์‘บาร์โค้ด’ ให้ศาลได้ชี้ขาด‘ลับ-ไม่ลับ’

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กกต.อ่วมหนักถูกถล่มไ่ล่บี้

พิสูจน์‘บาร์โค้ด’

ให้ศาลได้ชี้ขาด‘ลับ-ไม่ลับ’

ถ้ายังปล่อยคาราคาซัง

เลือกตั้งใหม่ซื้อเสียงอื้อ

กกต.ท่องคาถาโปร่งใส

 

“ปริญญา” แนะกกต.พิสูจน์เลย บาร์โค้ดทำลายหลักการเลือกตั้งโดยลับไหม จะได้รู้ “วิษณุ” หรือ “บวรศักดิ์” ใครพูดถูก ด้าน “จาตุรนต์ ฉายแสง” ขย่มซ้ำปมร้อนบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ชี้ขัดหลักการลงคะแนนลับอย่างร้ายแรง เสนอให้ศาลฟันธงให้จบ ฝ่าย กกต. ท่องคาถาสุจริต-เที่ยงธรรม-ถูก ก.ม.

จากกรณี นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายกรณีการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ตอนหนึ่งว่า “คำว่าลับในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่ระบุว่า การเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน แต่มันหมายความว่า ต้องเป็นความลับตลอดเวลา คือ เป็นความลับไปกับโลกนี้เลย” ขณะที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ เห็นต่างว่า “มาตรา 85 ที่บัญญัติให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยโดยตรงและลับ กูรูบางคนไปไกลเข้าทำนอง เหาะเกินลงกา ว่า ลับหมายถึงลับทั้งโลก ไม่ให้มีใครรู้เลยทั้งโลก” นั้น


เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก [ วิธีการพิสูจน์ว่า บาร์โค้ดทำลายหลักการเลือกตั้งโดยลับแล้วหรือยัง: กกต. จัดเลือกตั้งสาธิตให้พิสูจน์กันเลย ] โดยมีเนื้อหาดังนี้

อาจารย์บวรศักดิ์พูดถูกในเรื่องที่ว่าหลายประเทศก็มีบาร์โค้ดที่ย้อนไปถึงต้นขั้วได้ แต่ประเด็นสำคัญคือ ประเทศที่เคยใช้ก็ยกเลิกกันไปหลายประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ สวีเดน เพราะสุ่มเสี่ยงว่า จะเกิดปัญหาต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับ

ส่วนประเทศที่ยังใช้บาร์โค้ดที่เป็นลำดับเลข (serial number) ที่สามารถย้อนไปดูได้ว่า ผู้เลือกตั้งเลือกใคร เช่น อังกฤษ และสิงคโปร์ นั้น กฎหมายเลือกตั้งของเขาเขียนรองรับไว้ และกำหนดให้เก็บบัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วบัตรเลือกตั้งแยกกันอย่างเด็ดขาด โดยจะปิดผนึกอย่างแข็งแรง ไม่มีใครเปิดได้นอกจากมีคำสั่งศาลเท่านั้น จึงยังพอรักษาหลักการเลือกตั้งโดยลับไว้ได้ครับ

จี้กกต.พิสูจน์ให้ชัดไปเลย

แต่ของประเทศไทย พรป. เลือกตั้ง ส.ส. กำหนดไว้แต่เพียงว่าให้บัตรเลือกตั้งเป็นไปตามที่ กกต. กำหนด (มาตรา 85) ไม่ได้เขียนรองรับให้ กกต. ทำบัตรเลือกตั้งแบบมีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดที่เป็นลำดับเลขแบบนี้ได้ แล้วในระเบียบเลือกตั้ง ส.ส. ที่ กกต. ออกเอง ก็กำหนดไว้แต่เพียงให้มี “รหัส” หรือ “เครื่องหมาย” เพื่อ “ป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง” เท่านั้น (ข้อ 129 วรรคสอง) ไม่ได้ให้ทำบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดซีเรียลนัมเบอร์แบบนี้ครับ

ที่สำคัญคือ ในระเบียบเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดให้เก็บบัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วไว้ด้วยกันที่สถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งของแต่ละเขต (ระเบียบเลือกตั้งข้อ 184) คือต่อให้แยกหีบกัน ก็เก็บไว้ที่เดียวกัน โดยไม่มีการปิดผนึกแน่นหนาแบบอังกฤษและสิงคโปร์ เพราะหีบบัตรรัดสายรัดบ้างไม่รัดสายรัดบ้าง หลายหีบกระทั่งปิดเทปยังไม่ปิด แม้จะปรากฏหลักฐานชัดเจน กกต. ก็มิได้ว่าอะไร ไม่ต้องพูดถึงว่าสถานที่เก็บมีความรัดกุมแค่ไหน แล้วถ้าคนใน กกต. จะไปเปิดหีบแสกนดูจะป้องกันอย่างไร กกต. ไม่มีมาตรการพวกนี้ออกมาให้ประชาชนมั่นใจแม้แต่น้อยครับ

อย่าให้ชาวบ้านสงสัย

แล้วในเรื่องที่ว่าบาร์โค้ดแสกนย้อนไปต้นขั้วได้หรือไม่นั้นจริงๆ จบแล้วครับ เพราะพิสูจน์กันแล้วแสกนไปถึงต้นขั้วได้จริง ตอนนี้ กกต. เหลือเรื่องเดียวที่ยังพอปกป้องหลักการเลือกตั้งโดยลับไว้ได้ และยืนยันมาโดยตลอดคือ ถึงแม้จะแสกนไปถึงต้นขั้วได้จริง แต่ไม่มีทางรู้ได้ว่าใครเลือก

ผมเสนอว่า ให้ กกต. จัดการเลือกตั้งสาธิตพิสูจน์กันไปเลยครับ โดยใช้บัตรเลือกตั้งที่เหลือ ให้คนที่บอกว่ามีวิธีการรู้ได้ว่าใครเลือกใครแม้จะไม่มีต้นขั้ว ให้พิสูจน์กันเลยว่าต่อให้แสกนได้ ก็ไม่รู้ว่าใครเลือก

อาจารย์บวรศักดิ์ หรืออาจารย์วิษณุ ใครพูดถูก ใครพูดผิด ใครเหาะเกินลงกา บาร์โค้ดทำลายหลักการเลือกตั้งโดยลับไปแล้วหรือยัง พิสูจน์กันให้สิ้นสงสัยกันไปเลยครับ!

จาตุรนต์ตามซ้ำกกต.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีที่ความผิดปกติในการพิมพ์ “บาร์โค้ด” ลงบนบัตรเลือกตั้งว่า หลายฝ่ายเห็นตรงกันแล้วว่าการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใคร การเลือกตั้งจึงไม่เป็นไปโดยลับ ดังนั้น เรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่เป็นรายหน่วยหรือรายเขตหรือจะเลือกตั้งใหม่หมดก็ตาม จำเป็นต้องหาทางให้ศาลที่มีอำนาจได้วินิจฉัยให้เป็นที่ยุติเสียก่อนหรือไม่ว่า การใส่บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง หากเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ จะทำอีกไม่ได้ หากปล่อยให้ กกต.จัดการเลือกตั้งโดยมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งได้อีก การใช้อำนาจ อิทธิพลและการซื้อเสียงก็จะยิ่งมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นไปอีก เพราะทุกฝ่ายรู้แล้วว่าเมื่อเลือกตั้งเสร็จ จะมีคนสืบรู้ได้ว่าใครเลือก

“เพนกวิน”ชี้เอาผิดกกต.

นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักกิจกรรมทางการเมืองโพสต์ แถลงการณ์กลุ่มเพื่อนไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสันA Statement from the Thai Studies Friends at UW-Madisonระบุว่า กลุ่มเพื่อนไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ขอประณามพฤติการณ์ส่อทุจริตการเลือกตั้งจากกรณีการจัดทำบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบ่งบัญชีรายชื่อ และเรียกร้องให้ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งจากกรณีดังกล่าว

สืบเนื่องจากที่ได้ปรากฏว่าในกระบวนการจัดทำบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีการแทรกแถบรหัสแม่เหล็ก (Barcode) ซึ่งสามารถใช้ยืนยันข้อมูลตัวตนของผู้ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแต่ละบัตรได้ กลุ่มเพื่อนไทยคดีศึกษาเห็นว่าการจัดทำบัตรเลือกตั้งในลักษณะดังกล่าวขัดต่อหลักการลงคะแนนเสียงโดยลับ (Secret Ballot) อย่างร้ายแรง

เลือกตั้งต้องมีมาตรฐาน

หลักการดังกล่าวนอกจากจะได้รับการรับรองอย่างชัดแจ้งโดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งแล้ว ยังถือเป็นหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยซึ่งประชาคมนานาชาติต่างให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือว่าประเทศต่าง ๆ ซึ่งมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยต่างมีมาตรการคุ้มครองมิให้ผู้อื่นผู้ใดสามารถล่วงรู้ว่าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งแต่ละคนได้ลงคะแนนเสียงอย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้สิทธิสามารถลงคะแนนตามวิจารณญาณของตนได้อย่างเสรีโดยปราศจากแรงกดดันภายนอก ทั้งเป็นการป้องกันมิให้เกิดการขู่เข็ญบังคับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนไปทางใดทางหนึ่ง รวมถึงเป็นการป้องกันมิให้เกิดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งการลงคะแนนเสียง

ดังนั้น ประเทศประชาธิปไตยส่วนมากจึงยึดถือหลักการลงคะแนนเสียงโดยลับอย่างเคร่งครัด คือจะต้องจัดการลงคะแนนลับให้ไม่สามารถมีผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลได้ว่าผู้ใช้สิทธิแต่ละคนลงคะแนนเสียงอย่างไร ไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีการใด ๆ จนแม้กระทั่งรัฐและผู้จัดการเลือกตั้งก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้

เมื่อปรากฏว่าแถบรหัสแม่เหล็กบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อสามารถใช้เชื่อมโยงแสดงข้อมูลตัวตนของผู้ลงคะแนนเสียงบนบัตรดังกล่าวได้นั้น ไม่ว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้งจะได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อผู้ใดหรือไม่ ก็ย่อมต้องถือว่าเป็นการละเมิดหลักการลงคะแนนเสียงโดยลัยอย่างชัดแจ้ง

ประนามบัตรเลือกตั้งทำละเมิด

กลุ่มเพื่อนไทยคดีศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ในฐานะกลุ่มนักศึกษานานาชาติระดับบัณฑิตผู้สนใจศึกษาด้านไทยคดีและห่วงใยต่อสถานการณ์ในประเทศไทย จึงขอประณามการจัดทำบัตรเลือกตั้งอันละเมิดหลักการลงคะแนนโดยลับที่เกิดขึ้น และขอให้ดำเนินการทางกฎหมาย ทั้งต่อการเลือกตั้งและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการจัดทำบัตรเลือกตั้งดังกล่าว เพื่อเป็นการรักษาความมั่นคงการปกครองระบอบประชาธิปไตยและเป็นการพิทักษ์สิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐานของประชาชนไทย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยและสิทธิพลเมืองในประเทศไทยจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน

กกต.อัด”มาร์ค”อย่ามั่ว

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ออกเสียงชี้แจงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความเห็นว่าบัตรออกเสียงประชามติไม่ปลอดภัย ยืนยันว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมาตรการป้องกันและเป็นไปตามกฎหมาย

โดยระบุว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ ได้ให้ความเห็นว่า”บัตรประชามติ ไม่ปลอดภัย”นั้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอชี้แจงว่า ความเห็นดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ในบัตรออกเสียงประชามติมีการกำหนดรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเป็นกรณีพิเศษ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรออกเสียงประชามติ และมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นไปตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 ข้อ 68 วรรคสาม กำหนดให้ “คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรออกเสียงโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรออกเสียง” และที่สำคัญบัตรออกเสียงประชามติ เป็นหัวใจสำคัญที่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ใช้ในการลงคะแนนโดยตรงและลับ เพื่อเป็นไปตามเจตจำนงของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอยืนยันว่า หน้าที่ของเรา คือ ทำให้การออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งครั้งนี้ “สุจริต เที่ยงธรรม และเป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top