วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือ UNESCO ค้านกัมพูชา จี้ตรวจสอบ หวั่น ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทับซ้อนไทย
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ก.พ.นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรครักชาติ นำทีมพรรครักชาติ เข้ายื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO และผู้แทนรัฐสมาชิก เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้าน รวมถึงเรียกร้องให้ตรวจสอบการยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศกัมพูชา ซึ่งมีความพยายามนำเสนอวัฒนธรรมที่มีรากฐานชัดเจนจากประเทศไทย เพื่อให้เป็นของประเทศตนเอง ซึ่งเป็นการยื่น 2 ภาษา ประกอบด้วยภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาษาทางการของ UNESCO
นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว (โฟล์ค) รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าวถึงจุดประสงค์ของการมายื่นหนังสือว่า ที่ผ่านมาประเทศกัมพูชา มีการเคลมและแอบอ้าง ไม่ว่าจะเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม รวมทั้งการแต่งกาย ที่มีความคล้ายคลึงต่อชาติของบ้านเรา จึงอยากเรียกร้อง ไปยังองค์กร UNESCO ให้มีการตรวจสอบอย่างรัดกุมมากขึ้น เพื่อไม่ให้ประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศเรา เกิดความสับสนในเวทีระดับนานาชาติ

"เราขอเรียกร้องให้ตรวจสอบการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของประเทศกัมพูชา ว่ามีการทับซ้อนเกี่ยวกับเรื่องบางเรื่อง ที่มีความคล้ายคลึงกันหรือไม่ ซึ่งเรื่องของมรดกทางชาติ ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนในอดีตเท่านั้น แต่มันคือเรื่องของศักดิ์ศรีของคนไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศนี้ ดังนั้นเราจะไม่ทนต่อพฤติกรรมละเมิดสิทธิทางวัฒนธรรมของกัมพูชาอีกต่อไป และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษา สมบัติชาติให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป" นายฐิติพัฒณ์ กล่าว
ด้านนายชัยพร จิรวินิจนันท์ (อ็อม) โฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาฝรั่งเศส ระบุว่า "Nous respectons nos amis, mais l'histoire de la Thaïlande doit être claire et fondée sur des preuves." (พวกเราเคารพเพื่อนบ้านของเรานะครับ แต่ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต้องมีความชัดเจนและตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานครับ) "On espère que la communauté internationale comprend qu'il s'agit d'équité et de protéger l'identité de nos citoyens." (เราหวังว่าประชาคมระหว่างประเทศจะเข้าใจ ว่านี่คือเรื่องของความยุติธรรมและการปกป้องอัตลักษณ์ของประชาชนชาวไทยครับ)
ขณะที่นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ (ลูกกอล์ฟ) เลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ปิดท้าย ระบุว่า กัมพูชาได้พยายามกล่าวอ้างในหลาย ๆ สิ่งที่เป็นของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมของเรา เทศกาลต่าง ๆ แฟชั่นเสื้อผ้า ไปจนถึง เรื่องเล่าพื้นบ้าน และดนตรี"" We cannot stand on the defensive side anymore, but we have to play offensive."(เราไม่สามารถยืนอยู่ในฝั่งตั้งรับได้อีกต่อไปแล้ว แต่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุก)"That’s why we’re trying to ask UNESCO to help us out in this matter."(นั่นคือสาเหตุที่พวกเราพยายามขอให้ UNESCO ช่วยเหลือเราในเรื่องนี้ครับ) นายฐิติพันธุ์ กล่าว

ทั้งนี้ ใจความสำคัญของหนังสือระบุว่า ตามที่กัมพูชาเตรียมเสนอขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงานดั้งเดิม ซึ่งมีการใช้เครื่องแต่งกายและงานประณีตศิลป์ที่มีลักษณะซ้อนทับกับวัฒนธรรมไทยนั้น ทางพรรครักชาติเห็นว่าอาจสร้างความสับสนต่อชาวโลกในเรื่อง "ที่มาทางประวัติศาสตร์" และ "อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ” ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมของไทยได้จดทะเบียนเป็นมรดกชาติไว้แล้วนั้น เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงงานฝีมือและการสืบทอดที่ชัดเจน พรรครักชาติจึงมองว่าการปล่อยให้มีการขึ้นทะเบียน โดยขาดการระบุบริบทที่ถูกต้อง ถือเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีทางวัฒนธรรมของไทย ดังนั้น พรรครักชาติ จึงขอเรียกร้องให้ UNESCO ไม่ตกเป็นเครื่องมือในการเคลมวัฒนธรรมของกัมพูชา และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประเทศไทย พรรครักชาติได้เสนอ ให้ดำเนินการ 3 มาตรการ ดังนี้
1.ยกระดับการตรวจสอบทางวิชาการ : ขอให้ UNESCO ใช้กลไกตรวจสอบหลักฐานประวัติศาสตร์อย่างเข้มงวด ในกรณีที่วัฒนธรรมมีความคาบเกี่ยวกันระหว่างพรมแดน
2.เปิดการเจรจาระหว่างประเทศ : สนับสนุนให้เกิดการพูดคุยอย่างเปิดเผยระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อให้การนำเสนอวัฒนธรรมสะท้อนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อย่างครบถ้วน
3.ชูอัตลักษณ์ที่แตกต่าง : ขอให้ประชาคมโลกให้ความสำคัญกับความแตกต่างของอัตลักษณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่เหมาเข่งรวมเป็นวัฒนธรรมเดียวกันจนทำลายรากเหง้าดั้งเดิมของประเทศใดประเทศหนึ่ง
ทั้งนี้ศิลปิน นักประวัติศาสตร์ นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานด้านวัฒนธรรมของไทย พร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการหารือเหล่านี้ มรดกของประเทศไทยสะท้อนถึงฝีมือช่าง สัญลักษณ์ และความต่อเนื่องที่สืบทอดมานานหลายศตวรรษ และเรามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันสิ่งนี้ให้คนทั่วโลกได้รับรู้ด้วยจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือ มรดกทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่บรรจุไว้ซึ่งความทรงจำ อัตลักษณ์ และศักดิ์ศรี ดังนั้นเราจึงขอความเข้าใจจากประชาคมระหว่างประเทศเพื่อให้แน่ใจว่า ประเพณีทางวัฒนธรรมของประเทศไทยจะได้รับการยอมรับอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี