วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและเริ่มมีสัญญาณขาดแคลนในบางช่วงเวลา ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย หากเป็นแรงกระแทกระดับโลกที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายประเทศ โดยมีต้นตอจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อระบบพลังงานโดยตรง
จุดสำคัญอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันหลักของโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความรุนแรง เมื่อการขนส่งสะดุด อุปทานในตลาดโลกลดลงทันที และราคาน้ำมันจึงขยับขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาค
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมัน ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ราคาหน้าปั๊มจึงขยับตามต้นทุนโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพการต่อคิวเติมน้ำมันที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่จึงมีเหตุรองรับ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นลอย ๆ
อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวม ระบบสำรองน้ำมันและการบริหารจัดการยังคงทำงานได้ตามปกติ สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นขาดแคลนทั้งระบบตามที่มีการพูดถึงในบางกระแส
สิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับปัญหาพลังงาน คือการขยายภาพของสถานการณ์ผ่านข้อมูลข่าวสารที่ไหลเร็วและขาดการกลั่นกรอง ภาพการต่อคิวหรือข่าวการขาดแคลนในบางจุด ถูกนำไปขยายจนกลายเป็นภาพแทนของทั้งประเทศ
ข้อมูลบางส่วนถูกนำเสนอโดยตัดบริบท บางส่วนเป็นภาพเก่าหรือภาพจากต่างประเทศ แต่เมื่อถูกแชร์ซ้ำหลายครั้ง ก็กลายเป็นความเชื่อในวงกว้าง และสร้างบรรยากาศที่กดดันมากกว่าความเป็นจริง
ลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงโควิด-19 เมื่อข้อมูลจริงปะปนกับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน จนสังคมเต็มไปด้วยความกังวลเกินระดับของสถานการณ์ในหลายช่วงเวลา
เมื่อความรู้สึกนำหน้าข้อเท็จจริง พฤติกรรมของผู้คนก็เปลี่ยนไป การเร่งเติม การกักสำรอง และการส่งต่อข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมดูรุนแรงขึ้นไปอีก
อีกด้านที่เห็นชัด คือการที่วิกฤตน้ำมันถูกฝ่ายการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลนำมาใช้โจมตีโดยตรง สถานการณ์ที่เป็นผลจากสงครามและตลาดพลังงานโลก ถูกบิดให้กลายเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลในประเทศ
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
มีการพูดในทำนองว่า รับเงินมาในช่วงเลือกตั้ง แต่วันนี้กลับต้องมาจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น เพื่อโยงให้เห็นว่าการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชนในวันนั้น คือสาเหตุของความเดือดร้อนในวันนี้
การเอาสองเรื่องนี้มาผูกเข้าด้วยกันแล้วชี้ว่าเป็นความผิดของรัฐบาล จึงเป็นการบิดตรรกะเพื่อสร้างอารมณ์ทางการเมือง ไม่ใช่การอธิบายข้อเท็จจริง เพราะราคาน้ำมันขึ้นจากปัจจัยภายนอก ขณะที่ประเด็นเรื่องซื้อเสียงถูกหยิบมาเชื่อมโยงให้ดูเกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นคนละเรื่อง
ข้อเท็จจริงคือ ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน ก็ต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันในลักษณะเดียวกัน ไม่มีใครสามารถกำหนดราคาน้ำมันโลกได้ตามต้องการ
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นการโหนวิกฤตน้ำมันเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล และยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้หนักขึ้น ทั้งในระดับความรู้สึกของสังคมและการรับมือของประเทศ มากกว่าการช่วยคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นจริง
ประเทศไทยใช้กลไกหลายด้านในการชะลอผลกระทบจากราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การปรับภาษี หรือมาตรการดูแลค่าครองชีพ ซึ่งถูกใช้ต่อเนื่องมาหลายยุคหลายรัฐบาล

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก เอไอ
กลไกเหล่านี้ช่วยลดแรงกระแทกได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถต้านทิศทางของตลาดโลกได้ทั้งหมด เพราะต้นทุนหลักยังคงผูกอยู่กับราคาพลังงานในระดับสากล
สถานการณ์ปัจจุบันจึงมีสองชั้นซ้อนกัน ชั้นแรกคือวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจริงและกระทบทั้งโลก อีกชั้นคือบรรยากาศในประเทศที่ถูกขยายผ่านข้อมูลและการเมือง จนทำให้ความรู้สึกของผู้คนรุนแรงกว่าสถานการณ์จริงในบางช่วง
ในช่วงเวลาที่แรงกดดันเพิ่มขึ้น การยึดข้อเท็จจริงและประเมินสถานการณ์ตามข้อมูลที่ครบถ้วน จึงมีความสำคัญมากกว่าการไหลไปตามกระแส เพราะวิกฤตพลังงานต้องอาศัยความเข้าใจที่ตรงกับความเป็นจริง จึงจะรับมือได้อย่างมีสติ.
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี