วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
รัฐมนตรีไม่ใช่ที่ทดลองงาน
นายกฯกร้าว
ฝีมือไม่เข้าเป้าถูกปรับออก
วางKPIประเมินผล
ถือเคล็ดรมต.35คน
‘ศุภจี’จวกยับไร้สาระ
ขุดคุ้ยวุฒิการศึกษา
“อนุทิน”ชี้เก้าอี้รัฐมนตรี ไม่ใช่ที่ทดลองงาน ตั้งเคพีไอประเมินผลงาน ไม่เข้าเป้าขอทรงสิทธิ์พิจารณาปรับปรุง ปัดตอบเหตุ“สุชาติ”ไม่ได้นั่งรองนายกฯ นัด“เชน-หนิม” กินข้าว 2 เม.ย. ที่ทำเนียบฯถกการทำงานร่วมกัน ไม่หวั่นฝ่ายค้าน ใช้เวทีแถลงนโยบายต่อสภา ซ้อมซักฟอก ยกคำวิจารณ์เป็นมงคล พร้อมรับฟัง-ไม่ดื้อ ขออย่าแบ่งแยกฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน เพราะเป็นตัวแทนที่ปชช.เลือกมา
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงเบื้องหลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 ที่ 3 มืออาชีพ ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรองนายกฯ รมว.การต่างประเทศ,นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ไม่มีรัฐมนตรีช่วยและนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพราะเหตุใด นายอนุทิน ยิ้มก่อนจะตอบว่า ทำงานนี้ ก็มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
‘หนู’ย้ำรมต.3แม่ครัวมีฝีมือทุกคน
เมื่อถามว่า กรณีไม่ให้รัฐมนตรี3 แม่ครัว (มืออาชีพ) ทำงานอย่างเต็มที่และไม่ให้การเมืองมาแทรกแซงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเมืองไม่เคยแทรกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสามแม่ครัวหรือสามพ่อครัว ซึ่งคำดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่สื่อมวลชนบัญญัติขึ้น เราทำงานกันในนามคณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรี แต่ละท่านมีอิสระสำหรับการทำงาน ตนได้คัดเลือกคณะรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารถ มาทำหน้าที่ ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มอบนโยบายและให้การสนับสนุนภารกิจที่รัฐมนตรีต้องการทำ หากเป็นประโยชน์กับส่วนรวมบ้านเมืองกับประชาชน ตนก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งตนทำมาโดยตลอด เป็นเพราะต้องการให้เจ้ากระทรวงทำงานอย่างมีวันสต๊อป
ถ้าทำงานไม่เข้าเป้ามีสิทธิ์ถูกเปลี่ยน
เมื่อถามว่า เดิมนั้นพรรคภูมิใจไทยไม่เคยปรับเปลี่ยนคนในคณะรัฐมนตรี แต่รัฐบาลครั้งนี้จะมีการวัดเคพีไอรัฐมนตรีรายบุคคลหรือไม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เข้ามาทำหน้าที่ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อพรรคใหญ่ขึ้นทุกคนก็ต้องแข่งกัน และต้องประเมินการทำงาน เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ที่ทดลองงาน คณะรัฐมนตรีไม่ใช่ที่ตอบแทนของใคร เราตอบแทนบุญคุณของพี่น้องประชาชนเท่านั้น การตัดสินใจวางคนในตำแหน่งต่างๆ ทุกคนต้องพิสูจน์การทำงานของตนเอง หากทำงานไม่เข้าเป้า ทำไม่ได้ ทำไม่สำเร็จ ตนก็จะทรงสิทธิ์ไว้พิจารณาปรับปรุง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เผยตั้งรมต.แค่ 35 คนเพราะถือเคล็ด
เมื่อถามว่า มีเงื่อนไขเวลาในการปรับคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องถามคนที่รู้จักผมดี
เมื่อถามว่า เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงตั้งคณะรัฐมนตรีเพียง 35 คนเท่านั้น นายอนุทินกล่าวว่า ถือเคล็ด เมื่อถามย้ำว่า ถือเคล็ดหมายความว่าอย่างไรนายอนุทินบอก ก็อย่าให้ล้น เมื่อถามว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่ เช่น รอใครมานั่ง หรือดึงฝ่ายค้านมาร่วมรัฐบาลนายอนุทินกล่าวว่า ของบางอย่าง ขอให้เก็บไว้ที่ตัวเอง
เมื่อถามว่า รอใครเกษียณเพื่อมารับตำแหน่งหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะกระทบกับการทำงานของรัฐบาลหนู 2 เมื่อถามถึงการทานอาหารอีสานร่วมกันกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ว่า มีการมอบคำแนะนำอะไรหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า เมื่อวานไปกินลาบ ไม่ได้มีคำแนะนำอะไร
นัดกินข้าวกับ‘เพื่อไทย’2 เมษายน
เมื่อถามว่า การร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย (พท.) มีข้อตกลงหรือทำเอ็มโอยูในการล็อกเก้าอี้รัฐมนตรีไว้หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี เราเชื่อใจเชื่อถือกัน โดยวันที่ 2 เมษายน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะมาร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยสาเหตุที่จะร่วมรับประทานอาหารครั้งนี้เพื่อพูดคุยหารือถึงการทำงานที่นายยศชนัน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีจะต้องมากำกับดูแลกระทรวงในโควตาของพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่า นายยศชนันจะได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “รวมด้วยสิครับ”
นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะมุ่งแก้เรื่องใดให้กับประชาชนเป็นอันดับแรก ว่า การเตรียมร่างแถลงของรัฐบาลในขณะนี้ เหลืออีกเพียงนิดหน่อย โดยคาดว่าจะส่งให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาได้ในต้นสัปดาห์ ส่วนระยะเวลาในการประชุมขึ้นอยู่กับวิปที่จะต้องไปตกลงกัน
ยกเลิกMOU44มีอยู่ในนโยบายรบ.
ผู้สื่อข่าวถามว่า การยกเลิกMOU 44 จะอยู่ในคำแถลงนโยบายหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยู่ในคำแถลงของนโยบายต่อรัฐสภา ส่วน MOU43 ยังต้องพิจารณาอยู่ และตนก็พูดว่ายกเลิกแค่ MOU 44 เท่านั้น ส่วนจะกังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะใช้เวทีแถลงนโยบายเป็นการซ้อมซักฟอก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนผ่านตรงนี้มาหลายครั้งแล้ว และถือว่าไม่ว่าจะเป็นการซักฟอกหรือการวิพากษ์วิจารณ์ การเสนอความเห็นการแนะแนวทาง เป็นมงคลกับตนทั้งนั้น เพราะในคำวิพากษ์วิจารณ์ก็จะมีคำแนะนำที่ดีๆ ซึ่งก็ไม่ได้มีใครสงวนสิทธิ์ที่จะให้ตนนำไปใช้ พร้อมย้ำว่า ตนรับฟังและไม่ดื้อ
อย่ามองฝ่ายค้านเตะตัดขาวันแถลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องมีทีมองครักษ์ในการป้องกันฝ่ายค้านมุ่งเน้นโจมตีรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องตรงไป ตรงมา เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคลอยู่แล้วที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และมองว่า พวกเขาทำเพื่อประชาชน อย่าไปมองว่าเขาเป็นใคร เป็นนาย ก. หรือนาย ข. แต่พวกเขาคือผู้แทนของประชาชน เขาจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็เป็นคนที่ประชาชนเลือกเขามา ต้องมองประชาชนทั้ง75 ล้านคน เป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เฉพาะคนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยมา ที่จะดูแลเท่านั้น แบบนี้ก็ไม่ใช่
เมื่อถามย้ำว่า ไม่กังวลว่าจะมีเกมตัดขาในสภาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สิ่งที่ตนกังวลอยู่ คือ ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่จะให้มันจบหมดสิ้นไปโดยเร็ว
ขอให้ขรก.ทำงานเพื่อประชาชน
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวสารเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปีพุทธศักราช 2569 ว่า ในนามของรัฐบาล ในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน วันที่ 1 เมษายน ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดี ตลอดจนกำลังใจมายังข้าราชการพลเรือน พร้อมทั้งขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2568
“การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความอยู่ดีมีสุขของพี่น้องประชาชน ตลอดจนการสร้างความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมือง เป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ข้าราชการ” เพราะข้าราชการ คือผู้เป็นที่พึ่งของประชาชน ข้าราชการทุกคนจึงต้องตระหนักถึงคุณค่าและเกียรติภูมิของคำว่าข้าราชการ โดยดำรงตนให้เป็นผู้ที่ได้รับความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน” ข้าราชการทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนนโยบายของรัฐไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ข้าราชการจึงต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้มีความพร้อม ทั้งความรู้ ความสามารถ ควบคู่กับการมีคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ
รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น เป็นรางวัลที่ยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการผู้มีความประพฤติดี และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งเป็นการสร้างขวัญและเพิ่มพูนกำลังใจแก่ข้าราชการผู้มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อุตสาหะ เสียสละ และอุทิศตนในการปฏิบัติราชการให้เกิดความเรียบร้อยและบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ข้าราชการพลเรือนทุกท่าน ธำรงรักษาคุณงามความดีที่ได้กระทำไว้ ให้ปรากฏเป็นเกียรติยศอันสง่างามแก่ตนเอง ครอบครัว และองค์กรสืบไป
กินข้าวกับ‘เนวิน’หลังโปรดเกล้าฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 31 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางไปรับประทานอาหารอีสานที่ร้านมลอีสาน ย่านดุสิต ซึ่งเป็นร้านประจำ แต่ครั้งนี้มีแขกพิเศษร่วมโต๊ะด้วยคือ นายเนวิน ชิดชอบ
ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า นายอนุทินมีสีหน้ายิ้มแย้ม ทักทายกับคนในร้าน
‘ประเสริฐ’เข้าศธ.โอกาศครบ 134 ปี
เวลา 07.40 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาเป็นประธานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 134 ปี ที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ.พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรหลัก ข้าราชการ และบุคลากรทางศึกษา เข้าร่วมงาน
จากนั้น เวลา 07.09 น. ประธานพิธีและคณะไปสักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ สักการะพระภูมิเจ้าที่ สักการะพระพุทธรูปหน้าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สักการะศาลปู่เจียม บวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.6) จากนั้น ประธานพิธีร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีบังสุกุลอุทิศส่วนกุศล แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมีพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ภายในพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย ต่อจากนั้นประธานพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และบุคลากร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 135 รูป บริเวณหน้าอาคารราชวัลลภ เป็นอันเสร็จพิธี
รอรบ.แถลงนโยบายก่อนมอบงาน
นายประเสริฐกล่าวว่า วันนี้ไม่ถือว่าเป็นการเข้าศธ.อย่างเป็นทางการ แต่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 134 ปี กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความอบอุ่น โดยมีปลัด ศธ.และเลขาธิการฯ ผู้บริหาร ศธ.มาต้อนรับอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอบอุ่นมาก วันนี้ยังไม่ได้มอบนโยบายอย่างเป็นทางการ รอให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน หลังจากนั้นก็จะมาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มตัว ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงสำคัญเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศเลย เพราะเป็นการสร้างบุคคลที่มีคุณภาพให้กับประเทศ พรรคเพื่อไทยเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ก็ให้ความสำคัญต่อกระทรวงศึกษาธิการ
‘ศุภจี’ชี้ไร้สาระจบมหา’ลัยห้องแถว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA ออกมาเปิดข้อมูลว่า มหาวิทยาลัยที่ นางศุภจี เรียนจบเป็นมหาวิทยาลัยห้องแถวใน LA ที่ปิดตัวไปตั้งแต่ปี 1991 ว่า ไม่ใช่หรอก คนที่จบจากมหาวิทยาลัยแบบนี้มีมากมายในประเทศไทยก็มีและผลิตบุคลากรจำนวนมาก ยืนยันว่าเรียนจริงๆ จบจริงๆ ส่วนเรียนจบมาแล้วมหาวิทยาลัยเขาปิดหรือไม่ปิด ไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ช่วงที่เรียนก็มีอยู่จริง เราก็ทำงานมาขนาดนี้ในบริษัทต่างๆ และมีผลงานมากมาย ไม่ได้คิดว่า เป็นประเด็นอะไร ก่อนยกมือปัด พร้อมส่ายหน้าและกล่าวว่า ไร้สาระมาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี