วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
'ชัชชาติ'ลาออกผู้ว่าฯกทม.
ชิงเก้าอี้สมัย2
“ชัชชาติ” จ่อยื่นใบลาออกผู้ว่าฯกทม.18-19 พฤษภาคม บินเยี่ยม “ลูกชาย”ก่อนเปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯกทม. อีกครั้ง 28 พฤษภาคม ด้าน ปชป.เคาะแล้วส่ง “อนุชา บูรพชัยศรี” ลงชิงเก้าอี้ ขณะที่ เลขาธิการกกต.ยัน จัดเลือกตั้งเรียบร้อยที่สุด เปิดรายชื่อตั้งประธานกมธ.35คณะลงตัว‘ภูมิใจไทย-ประชาชน-เพื่อไทย’ไม่พลิกโผ ขณะที่‘กล้าธรรม’ส่ง‘บุญยิ่ง’นั่งปธ.กมธ.กิจการสภาฯ ด้าน‘ประชาธิปัตย์’ส่ง‘พิทักษ์เดช’คุมกรรมาธิการฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลาว่าการกทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวความคืบหน้าการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งตามกำหนดการแจ้งว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เป็นผู้แถลง แต่ถึงเวลากลับเปลี่ยนเป็นนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. เป็นผู้แถลงแทน ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดวันนี้ผู้ว่าฯชัชชาติ จึงไม่มาแถลงเองเกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวเพื่อประกาศลาออกก่อนครบวาระหรือไม่ นายวิศณุ ตอบว่า ท่านผู้ว่าฯมีภารกิจหลายอย่าง
‘ชัชชาติ’จ่อลาออก-ลงแข่งชิงใหม่
เมื่อถามอีกกรณีหาก นายชัชชาติ ได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง จะยังคงมาเป็นทีมบริหารเหมือนเดิมหรือไม่ นายวิศณุ ตอบว่า ยังไม่รู้ รอดูทางผู้ว่าฯชัชชาติประกาศก่อนว่าจะลงสมัครอีกครั้งหรือไม่ ส่วนยังมีนโยบายอื่นที่จะต้องทำหรือไม่นั้น นายวิศณุ ตอบว่า ตอนนี้ก็ทำนโยบายที่มีอยู่ก่อน
รายงานข่าวแจ้งว่า นายชัชชาติ เตรียมยื่นหนังสือลาออกไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย จากนั้นจะใช้เวลาพักผ่อนและเดินทางไปหาบุตรชายที่ประเทศอเมริกา เพื่อแสดงความยินดีที่บุตรชายจบการศึกษาปริญญาตรี ก่อนจะเดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พร้อมทั้งเปิดตัวทีมรองผู้ว่าฯพร้อมทีมงาน ในวันที่ 28พ.ค.ในวันเดียวกัน
ปลัดกทม.นั่งรักษาการแทนชั่วคราว
ส่วนบรรยากาศที่กทม.พบว่า ห้องทำงานของรองผู้ว่าฯกทม. คณะที่ปรึกษาที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. เลขานุการผู้ว่าฯกทม. เริ่มเก็บของกันแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อนายชัชชาติ ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.จะส่งผลให้ทีมผู้บริหาร กทม.ฝ่ายการเมืองทั้งหมดสิ้นสภาพตามไปด้วย โดยในระหว่างการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จนกระทั่งได้ผู้ว่าฯ กทม.และทีมบริหารชุดใหม่ ปลัด กทม.ในฐานะฝ่ายข้าราชการประจำสูงสุด จะทำหน้าที่บริหารราชการ
ยอมรับจ่อยื่นลาออก18-19พ.ค.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งว่า ขณะนี้ยังไม่ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.แต่จัดเตรียมหนังสือลาออกไว้ เพื่อยื่นต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย วันที่ 18-19 พ.ค.นี้ จากนั้นจะบินไปอเมริกา เพื่อแสดงความยินดีบุตรชายรับปริญญาและวันที่ 28 พ.ค.จะมาสมัครผู้ว่าฯ กทม.พร้อมเปิดตัวทีมงาน รวมทั้งแถลงผลงานตลอดรยะเวลา 4ปีที่ผ่านมา ตลอดจนนโยบายที่จะเดินหน้าต่อไปในวันเดียวกัน
ลาออกแล้ว-เคาะเลือกตั้ง28มิ.ย.นี้
ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม.เปิดเผยภายหลังการยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้ว่า กทม.ของนายชัชชาติ ที่ยื่นต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ขั้นตอนนี้กระทรวงมหาดไทยจะแจ้งมายังกรุงเทพมหานครและกรุงเทพมหานครก็จะแจ้งมายังสำนักงานกกต.กทม.ให้รับทราบตามขั้นตอนซึ่งกกตกทม.จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60วัน โดยอยู่ในกรอบเวลาสามารถจัดพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้ คาดว่าจะมีการส่งเรื่องมาถึงกกต.กทม.ในวันจันทร์ที่ 18พฤษภาคม 2559โดยปลัดกทม.จะทำหน้าที่รักษาราชการแทนจนกว่าจะมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ตั้งเข้ามาทำหน้าที่
มีรายงานว่า นายชัชชาติ ได้ยื่นหนังสือลาออกก่อนที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่า กทม.ในวันที่ 21พฤษภาคม2569โดย กกต.ได้เห็นชอบแผนให้จัดการเลือกตั้ง 28มิถุนายน2569 ซึ่งจะเป็นการเลือกพร้อมกับนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา
ปชป.เคาะส่ง’อนุชา’ชิงผู้ว่าฯกทม.
รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจชัดเจนแล้วว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร แทน นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ที่จะหมดวาระ โดยพรรคประชาธิปัตย์ จะส่ง นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ 2สมัย โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเวลา 14.00น.วันเสาร์ที่ 16พฤษภาคมนี้
สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุชา ไม่ใช่คนใหม่ในชายคารั้วบ้านสีฟ้า เพราะนี่คือบ้านหลังที่ให้กำเนิด นายอนุชาในทางการเมืองทั้งนี้ นายอนุชา เป็น สส.กรุงเทพฯพรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย คือปี 2550 และ 2554 ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2562 ไม่ได้รับการเลือกตั้ง และในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ขยับเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)แทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ลาออกไปทำหน้าที่รัฐมนตรี นายอนุชาจึงได้เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.เป็นสมัยที่3 นอกจากเป็นสส.3สมัยแล้วนายอนุชา เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ (ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ) โฆษกประจำสำนักนายกฯ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง สมัยที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อมา ในการเลือกตั้งปี2569 นายอนุชา ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่28ไม่ได้รับการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ นายอนุชา ยังมีศักดิ์เป็นลูกเขยของ ร้อยเอกกฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา อดีตผู้ว่าฯ กรุงเทพฯทำธุรกิจส่วนตัวเช่นบริษัท เมโทรเอ็นจิเนียริ่งแอนด์แมชีนเนอรี่ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักรายใหญ่ของประเทศไทย
กกต.ยันจัดเลือกตั้งเรียบร้อยที่สุด
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรครั้งที่1 ในประเด็นการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพ, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา (กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ) พร้อมกล่าวว่า ตามแผนจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ช่างอีกไม่นานชาวกรุงเทพฯและชาวพัทยาจะเอาไปใช้สิทธิ์เลือกผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่ เป็นสมาชิกสภากรุงเทพ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกเมืองพัทยานายกพัทยาและขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในการเลือกตั้งสส.ครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลพื้นฐานน่าจะเป็นกระบวนการการเลือกตั้งหรือข้อมูลเกี่ยวกับพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร เพื่อให้ประชาชนใช้ในการตัดสินใจร่วมกับสิ่งที่พรรคการเมืองหรือผู้สมัครได้ร่วมกันหาเสียงในเวลาเลือกตั้ง ถือว่าสื่อมวลชนได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและสำนักงานกกต.
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้ง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพ นายกเมืองพัทยา และสมาชิกในพัทยานั้นขอให้มั่นใจอย่างหนึ่งเรามีประสบการณ์เรารู้ความต้องการความรู้สึกของประชาชนแต่เราไม่สามารถทำตามใจประชาชนได้แน่นอน แต่สิ่งที่เราต้องทำคือทำให้ดีที่สุดครั้งนี้สิ่งที่เราจะทำให้ประชาชนสบายใจคือการการเลือกตั้งที่น่าจะเรียบร้อยที่สุด
เปิดรายชื่อประธานกมธ.ทั้ง35คณะ
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อสส. นั่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะไปเมื่อวันที่ 14พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยวันที่ 15พฤษภาคม2569 มีการประชุม กมธ.แต่ละคณะเพื่อคัดเลือกบุคคลนั่งตำแหน่งต่างๆ ในกมธ.แต่ละคณะทั้ง 35คณะมีสรุปดังนี้ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน,นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร,นพ.วาโย อัศวรุ่วเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานกมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ,นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ.กีฬา ,นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ. แก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ
‘รัชนก’นั่งประธานกมธ.งบประมาณ
นายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.การเกษตรและสหกรณ์,นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การคมนาคม ,นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ,นายอรรถพล ไตรศรี สส.พังงา พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน,นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง เป็นประธาน กมธ.การต่างประเทศ,นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การตำรวจ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ,นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การทหาร ,พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ.การท่องเที่ยว
‘พิทักษ์เดช’ผงาดปธ.กมธ.ฟอกเงิน
น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานกมธ.การปกครอง ,นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานกมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ,นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานกมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด,นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและสาธารณภัย นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีษะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.),นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.พลังงาน ,น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
‘อลงกต’ประธานกมธ.การสื่อสาร
นายวีระยุทธกาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ ,นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา,นายจิรวัฒน์ศิริพานิชย์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.การศึกษา,นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ สส.ศรีษะเกษ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.การแรงงาน น.ส.รัชนก สุขประเสริฐ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.การสวัสดิการสังคม,นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ,นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.การสาธารณสุข นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก พรรคกล้าธรรม เป็นประธาน กมธ.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ,นายอลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม,นายศุภโชค ศรีสุขจร สส.นครปฐม พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ.การอุตสาหกรรม
ถกร่วมเคลียร์กม.ค้างท่อ34ฉบับ
เวลา09.20น.ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นนชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า มีร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของสภาฯ และ วุฒิสภา ซึ่งครม.ร้องขอต่อสภาฯ จำนวน 34 ฉบับ
‘เท้ง’ซัดรัฐบาลไม่จริงใจแก้ไขรธน.
โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายตั้งคำถามถึงเหตุผลที่รัฐบาลเลือกพิจารณายืนยันหรือไม่ยืนยันต่อร่างกฎหมายว่า โดยเฉพาะร่างกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดินที่คืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกรัฐประกาศนโยบายทวงคืนผืนป่า ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ร่างกฎหมายธรรมนูญศาลทหาร และ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตนขอตั้งคำถามว่า อำนาจพิจารณากฎหมายอยู่ที่กฎหมายหรืออยู่ที่รัฐสภา โดยรัฐบาลสามารถคิดแทนได้เองหรือว่าร่างกฎหมายที่เสนอมาอาจไม่ผ่าน จึงปัดตกดีกว่า หรือควรให้รัฐสภาได้ถกเถียงและตกลงว่าฉบับใดควรได้ไปต่อหรือไม่
“รัฐบาลใช้วิธีการปัดตกร่างกฎหมาย ด้วยเหตุผลเดียวกับการปัดตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าส่งกลับมาแล้วอาจไม่ผ่าน ผมขอตั้งคำถามว่า 34 ฉบับที่ ครม.ส่งกลับมานั้นจะได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภา หรือ ฉบับต่างๆ พูดคุยหลังบ้านว่าผ่านแน่นอน ทั้งนี้ผมอยากฟังคำตอบจากรัฐบาลให้ความเห็นทางการเมืองและฐานะผู้กำหนดนโยบายมีหลักเกณฑ์ยืนยันหรือไม่ยืนยัน หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจของรัฐบาล ทั้งการปฏิรูปกองทัพ เรื่องแรงงานที่เกี่ยวกับกลุ่มทุนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาลหรือไม่ หรือกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ถูกตั้งคำถามว่าเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการ รวมถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่กติกาสูงสุดเป็นฐานอำนาจให้กับรัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
สว.นันทนาอัด’ภท.สักแต่พูดพลัส’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ สส.พรรคประชาชน ได้ลุกตั้งคำถามเช่นกันถึงเหตุผลที่รัฐบาลปัดตกกฎหมายของพรรคฝ่ายค้านหลายฉบับ ส่วนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เช่น น.ส.นันทนานันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ตั้งคำถามต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลไม่ทำตามสัญญา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ไม่ยอมแก้ไข เพราะมีการออกแบบให้กินรวบประเทศ ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระ เป็นสีเดียวกัน
หากจะเบี้ยวแก้รัฐธรรมนูญควรเปลี่ยนคำขวัญของพรรคให้เป็นพรรคสักแต่พูดพลัส
‘อภิสิทธิ์’เมินทิ้งกม.ภาคประชาชน
เวลา10.15น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายว่า ความพยายามแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดโอกาสให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ดำเนินการมาเกือบ 10 ปี แต่มีอันเป็นไปทุกครั้ง จนกระทั่งเกิดความหวังเมื่อปลายสภาชุดที่แล้ว ที่มีการไปตกลงกันระหว่าง 2 พรรคการเมืองใหญ่ หรือ MOA ผมไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง แต่การที่ไม่เดินหน้าตามนั้น เดิมอาจจะเป็นเรื่องระหว่างพรรคการเมืองด้วยกันแต่เมื่อมีการไปจัดทำประชามติ แล้วเสียงเห็นชอบของประชาชนจำนวนมหาศาลยืนยันมา ก็คิดว่ารัฐบาลน่าจะแสดงความเคารพเจตนารมณ์ ต่อประชามติที่รัฐบาลเป็นคนไปขอให้มีการจัดทำขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
กลับสู่วังวนสังคมขัดแย้งอีกครั้ง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ทราบดีว่าถ้ารัฐบาลยืนยัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านทันที ต้องมาตั้งต้นเรื่องการตั้งกรรมาธิการกันใหม่ แต่น่าเสียดายเพราะถ้ารัฐบาลยืนยันคิดว่าสภาก็จะย้อนกลับไปดูการพิจารณาที่ค้างอยู่ และพบว่าประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่สุดคือเรื่องหมวด 1 หมวด 2 ในสภาชุดที่แล้วสามารถเดินหน้า เหมือนการประนีประนอมกันได้แล้ว แต่วันนี้รัฐบาลเลือกที่จะให้กระบวนการนี้ต้องไปตั้งต้นใหม่ ซึ่งผมเชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในประเด็นที่เป็นความละเอียดอ่อนและไม่ควรต้องมาเป็นประเด็นความขัดแย้งของสังคม ซึ่งการตัดสินใจไม่ยืนยัน ผมจึงมองว่าเป็นการไม่เคารพข้อตกลงที่เคยทำไว้ ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และมีแต่จะนำให้ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับเข้ามาอยู่ในวังวนของความขัดแย้งซึ่งไม่ควรจะเป็นความขัดแย้งที่รัฐบาลจะส่งเสริมในสังคมนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
“กลายเป็นว่ากฎหมายที่ประชาชนลงประชามติอยากให้เดินหน้ากฎหมายที่ภาคประชาชนเสนอกฎหมายที่คนเดือดร้อนจริงๆ คือประชาชนล้วนๆ รัฐบาลกลับตัดสินใจไม่เดินหน้า ควรต้องไปตั้งต้นกันใหม่หมด เช่นเดียวกับกฎหมายเกี่ยวข้องกับผู้ใช้แรงงานทั้ง 2ฉบับ รัฐบาลตัดสินใจไม่ไปต่อ บรรดากฎหมายที่รัฐบาลยืนยันไปหลายฉบับก็มีปัญหาอยู่เหมือนกัน จะมาอ้างเพียงแค่ว่ายังมีความเห็นที่แตกต่างแล้วไม่ยืนยันคงไม่ใช่หลักเกณฑ์ที่แท้จริง การที่รัฐบาล ตัดสินใจไม่ยืนยันกฎหมายคุ้มครองแรงงานย่อมแสดงให้เห็นว่า การใส่ใจปัญหาของผู้ที่เป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจกลับถูกมองข้าม”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เย้ยกฎหมาย’อสม.’ยังไม่เห็นด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฉบับสุดท้ายที่อยากทวงถามคือกฎหมายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ หรือ อสม. ไม่น่าเชื่อทำไมช่วงเลือกตั้งทุกคนรัก อสม.หมดเลย แต่เลือกตั้งเสร็จ นโยบายรัฐบาลก็ไม่เขียนถึง กฎหมายซึ่งเคยผลักดันไป จนจะทำให้มีการยกระดับสถานะ หรือปรับปรุงสวัสดิการก็กลับถูกทิ้งอีกทั้ง ๆ ที่ อสม. คือกลุ่มคนที่ทั่วโลกมองเป็นแบบอย่าง ทำไมจึงต้องกลับไปตั้งต้นใหม่ เป็นเรื่องที่วัดกันว่าทิศทางแนวคิดทัศนคติของรัฐบาล ในการทำงานด้านนิติบัญญัติที่มีความสัมพันธ์กับตัวแทนของประชาชนและภาคประชาชนคืออะไรขอบคุณสำหรับกฎหมายทุกฉบับที่รัฐบาลเสนอยืนยันให้ไปต่อ และพร้อมที่จะให้การสนับสนุน แต่เสียดายและอยากให้ทางรัฐบาลกลับไปทบทวนแนวคิด ว่าแม้ท่านจะมีอำนาจบริหารแต่ท่านมาจากที่นี่ และที่นี่มาจากประชาชน อะไรที่ประชาชนแสดงเจตนารมณ์แล้ว ให้โอกาสเขาได้ทำสิ่งเหล่านี้และขอให้คิดถึงกลุ่มคนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ถูกมองข้ามอยู่ตลอดเวลา จะถือได้ว่าเราได้ทำหน้าที่ของการเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง
‘ไอติม’บี้ปัดตกร่างแก้รธน.เพราะอะไร
นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลไม่เลือกยืนยันร่างแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ตนฟังเหตุผลที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมถึงบรรดาแกนนำพรรคภูมิใจไทยแล้วฟังไม่ขึ้น จนล่าสุดนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ บอกว่าจะขยับเรื่องดังกล่าวในวันที่ 19 พ.ค. นี้ ซึ่งตนจับตาว่าจะมีเนื้อหาที่กินรวบหรือไม่ อย่างไรก็ดี ตนมองว่ารัฐบาลไม่จริงใจต่อการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะนายกฯ รัฐบาล เครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้เกิดระบอบตั๋วสีน้ำเงิน และเป็นปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน
สงสัยพรรคของตัวเองได้ประโยชน์
“เป็นเพราะนายกฯได้ประโยชน์จากกติกาให้ที่มาของสว.ไม่ได้มาจากประชาชน ทำให้มีการฮั้วสว. ได้ประโยชน์จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ต่อให้จัดเลือกตั้งแย่ แต่ยังอยู่ได้ ได้ประโยชน์จาก ป.ป.ช. ที่ต่อให้นายกฯมีคดีก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมี ปปช.ปกป้อง รวมถึงกรณีที่ ครม.ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมตกไป ผมเห็นว่าหากรัฐบาลไม่สามารถพิสูจน์ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย พร้อมทำตามคำสั่งประชาชน ทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่า หากรัฐบาลไม่ฟังคำสั่งประชาชน แล้วรัฐบาลฟังคำสั่งใคร” นายพริษฐ์ กล่าว
‘ภราดร’ยัน19พ.ค.ภท.หารือแก้รธน.
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับสถาบันนิติบัญญัติ จึงเป็นที่มาของการยืนยันกฎหมายทั้ง34ฉบับ หากสังเกตให้ดีกฎหมายทั้ง34ฉบับ ผ่านมติครม.เพื่อยืนยันกฎหมาย2ครั้ง ครั้งแรกยืนยันที่31ฉบับวันที่5พ.ค. และครั้งล่าสุดยืนยันกฎหมายอีก3ฉบับเมื่อวันที่12พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุผลที่ทำแบบนี้เพื่อเว้นช่วงเวลา1สัปดาห์จากที่มีมติ ครม.ครั้งแรก ก่อนที่จะครบกำหนด60วันตามรัฐธรรมนูญมาตรา147ในวันที่12พ.ค. ให้กับผู้ที่ประสงค์อยากจะยืนยันร่างกฎหมายของตัวเองต่อครม. เราพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ผ่านกระบวนการคิด รับฟังรอบด้าน
นายภราดร ยังชี้แจงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาล และพรรคภูมิใจไทย มีความจริงใจและมีเจตจำนงชัดเจนต่อการแก้รัฐธรรมนูญโดยเปิดช่องให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และตนได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่า วันที่ 19 พ.ค. จะหารือในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย หากไม่มีเหตุขัดข้องจะให้สส.ทั้ง 190คนยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง
611เสียงไฟเขียวยืนยัน34ร่างกฎหมาย
เวลา15.40น.ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ จำนวน34ฉบับ ทั้งนี้ หลังจากสมาชิกรัฐสภา อภิปรายเสร็จสิ้นและ นายภราดร ชี้แจงต่อที่ประชุมอีกครั้งแล้ว จึงได้ลงมติ โดยที่ประชุมได้ใช้วิธีการลงมติครั้งเดียว ว่าจะเห็นชอบร่างกฎหมายที่ ครม. ร้องขอต่อรัฐสภา ทั้ง 34ฉบับ หรือไม่ มติของที่ประชุม เห็นชอบ 611 เสียง ไม่เห็นชอบ 3เสียง จากนั้น นายโสภณ ได้สั่งปิดประชุมทันทีในเวลา16.20น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐสภา ลงมติเห็นชอบแล้ว ร่างกฎหมายทั้ง 34 ฉบับจะกลับไปสู่ขั้นตอนที่ค้างอยู่ ยกเว้นหากเป็นร่างกฎหมายที่อยู่ในขั้นตอนกมธ.ของสภาฯ ทางสภาฯ ต้องตั้งกมธ.ชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณา ขณะที่วาระกมธ.ของสว.นั้น จะให้วิปวุฒิสภาพิจารณาว่าปรับเปลี่ยนกมธ.หรือให้ชุดเดิม ทำงานต่อ สำหรับขั้นตอนของร่างกฎหมายที่ค้างอยู่นั้น แบ่งเป็น โดย 1.ร่างกฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และส่งคือสภาฯ 1ฉบับ 2.อยู่ในชั้นกมธ.วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้วรอเข้าวาระพิจารณา 4 ฉบับ 3.อยู่ในชั้น กมธ.ของวุฒิสภา 3ฉบับ 4.รอการพิจารณาของวุฒิสภาวาระที่หนึ่ง จำนวน 5 ฉบับ5.อยู่ในส่วนที่กมธ.สภาฯ พิจารณาเสร็จแล้วรอพิจารณาวาระสอง จำนวน 5 ฉบับ 6.อยู่ระหว่างพิจารณาของ กมธ.สภาฯ จำนวน 1ฉบับ และ7.รอพิจารณาวาระที่หนึ่ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี