วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สมช.ไฟเขียว
กลาโหมประกาศควบคุม
สินค้าชายแดนพม่า-เขมร
“ฉัตรชัย”เผยมติที่ประชุมสมช.เคาะส่งออก“น้ำมันเครื่องบิน”ให้“เวียดนาม- ฟิลิปปินส์”หลังไทยมีน้ำมันเกินสต๊อกชี้ถ้ามีเหตุจำเป็นขาดแคลนในประเทศสามารถระงับได้พร้อมสั่งกระทรวงมหาดไทยต่อเวลา 1 ปี ขยายขึ้นทะเบียน“คนไร้สัญชาติ”ด้านกระทรวงกลาโหม ออกประกาศ ควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน
เมื่อเวลา 15.07น.วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ , นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ , พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม , นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงกลาโหม และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมด้วย
จากนั้นเวลา 16.20 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางออกจากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติก่อนเวลา โดยให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมต่อ ต่อมา เวลา16.40 น.นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)กล่าวภายหลังการประชุม สมช.ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณามาตรการในการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีมติระงับการส่งออกน้ำมันไปนอกราชอาณาจักร ยกเว้นเมียนมาและลาว ซึ่งวันนี้ที่ประชุมได้รับข้อพิจารณาจากกระทรวงพลังงานว่า ขณะนี้มี 2 ประเทศที่ขอประเทศไทยช่วยส่งออกน้ำมัน คือ ประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ ที่มีความสัมพันธ์อันดี และมีการร้องขอมาเป็นน้ำมันเจ็ตเอวัน (Jet A-1) ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องบิน และได้มีการพิจารณากับกระทรวงพลังงานแล้วเห็นว่า การส่งออกน้ำมันดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อการใช้น้ำมันในประเทศของเรา เพราะเป็นน้ำมันเครื่องบิน ไม่ใช่น้ำมันอื่นๆ และเป็นการดีด้วยซ้ำที่จะช่วยลดสต๊อกที่เกินสต๊อกอยู่ในขณะนี้ จะทำให้พวกเราสามารถดำเนินการเรื่องน้ำมันได้ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตามการดำเนินการเรื่องนี้อยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงพลังงาน ถ้าถึงจุดหนึ่งขาดแคลนขึ้นมากระทรวงพลังงาน โดยอธิบดีพลังงานก็จะต้องรีบรายงาน และมีอำนาจในการระงับการส่งออกได้ ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้น้ำมัน
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ 2 ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางหลักเกณฑ์การให้สถานะการแก้ไขปัญหาสัญชาติของบุคคล กับบุคคลที่อพยพมาประเทศไทยอย่างยาวนาน เป็นมติตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.67 ซึ่งให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยรับคำร้องในการพิจารณากำหนดสถานะให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นบุคคลไร้ชนชาติ และรัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีระยะเวลารับคำร้องตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.68- 30 มิ.ย.69 ยอดจำนวนทั้งหมดของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีปัญหาการไร้สัญชาติจำนวน 480,000 คน กระทรวงมหาดไทยสามารถดำเนินการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาตามวงรอบประมาณกว่า 100,000 คน ซึ่งที่ประชุม สมช. เห็นชอบให้มีการขยายการรับคำร้อง เพื่อกำหนดสถานะตามหลักเกณฑ์เดิมไปอีก 1 ปี เริ่มตั้งแต่ 30 มิ.ย.69- 30 มิ.ย.70 เพื่อให้กลุ่มที่ได้ทำทะเบียนไว้เดิม ได้ยื่นคำร้องซึ่งกระบวนการจะจบที่อำเภอ และอนุมติโดยนายอำเภอ ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามหากพบว่ากลุ่มคนที่ไม่มารายงานตัว หรือหายไปจากระบบ ได้มีมติให้กรมการปกครองตรวจสอบทางทะเบียนและปรับตัวเลขในทะเบียนที่ถูกต้องทางกฎหมาย ถ้ายังไม่มีการรายงานตัวก็จะมีมาตรการที่เหมาะสม ซึ่งเข้าใจบางส่วนมีการหายไปตามทะเบียน เช่น เสียชีวิต ซึ่งกระทรวงมหาดไทยต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกำหนด
นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า เรื่องที่ 3 ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้ามติ สมช.ในการออกมาตรการควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน ซึ่งเดิมสมช.เคยมีมติระงับการส่งออกสินค้า ได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมให้ดำเนินการออกเป็นกฎหมาย เป็นพระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามแนวการควบคุมสินค้าตามแนวชายแดนซึ่งเราใช้กฎหมายฉบับนี้ในการควบคุมสินค้า
“โดยกระทรวงกลาโหมได้มีประกาศออกมาแล้วล่าสุดกระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการแล้วโดยได้มีการจัดทำประกาศผ่านความเห็นชอบ ครม.ไปแล้ว ล่าสุดรมว.กลาโหมได้ลงนามในประกาศ ซึ่งมีรายละเอียดต่างๆในการกำหนดมาตรการในการควบคุมพื้นที่ทางด้านเมียนมา และกัมพูชา ตามบริเวณจังหวัดตามแนวชายแดน โดยกำหนดประเภทสินค้าจำนวนต่างๆในการควบคุมการส่งออกบริเวณแนวชายแดนนอกเหนือจากที่เคยกำหนดไว้เดิมตามความจำเป็น”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี