วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ไทยช่วยไทยพลัสคึกคัก
การันตีไม่ล่ม
รัฐบาลยันเคยทำมาแล้ว
ชาวบ้านแห่อัปเดตแอป
“ภราดร” เชื่อลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” แอปฯ “เป๋าตัง” ไม่ล่ม ชี้ธนาคารกรุงไทยเคยทำแล้วหลายครั้ง ส่วนในต่างจังหวัดวุ่นวายตั้งแต่เช้า ประชาชนเข้าคิวแน่นธนาคารกรุงไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาการใช้แอปฯเตรียมตัวลงทะเบียนรับสิทธิ์วันจันทร์นี้ ขณะที่ สกสค.-กรมการค้าภายใน” Kick Off “ไทยช่วยไทย : เสมาช่วยผู้ปกครองลดค่าครองชีพ” หนุนรัฐบาลลดภาระครอบครัวไทย
เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยการเตรียมความพร้อมลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ว่า บัตรคนละครึ่งเดิม(ไทยช่วยไทย พลัส) เป็นการลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย ซึ่งกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบ ครั้งที่ผ่านมาการลงทะเบียนเป็นไปด้วยดี และเชื่อว่าธนาคารกรุงไทย เคยผ่านการลงทะเบียนในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง ดังนั้นการลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ก็น่าจะราบรื่น ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียน วันที่ 25-29 พฤษภาคม ย้ำว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ส่วนการเชื่อมโยงระบบดิจิทัลของภาครัฐ จะมีการผลักดันเรื่องของประวัติอาชญากรรม เข้าไปเป็นวาระเร่งด่วนในการประชุมวันนี้ หรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลพยายามเดินหน้าปราบปรามเรื่องนี้อยู่แล้ว นายภราดร กล่าวว่า การประชุมในวันนี้อาจจะไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดเนื้อหาสาระ แต่รัฐบาลมีการผลักดันอยู่ตลอด โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งนายกรัฐมนตรีเคยได้เน้นย้ำ เรื่องของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานต่าง ๆ ขณะนี้หลายหน่วยงานเริ่มที่จะดำเนินการแล้ว และจะนำข้อมูลไปให้ภาครัฐนำไปใช้ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการในกระบวนการ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ว่าได้มีประชาชนจากหลายอำเภอเดินทางมาใช้บริการกันอย่างหนาแน่น หลังใกล้ถึงวันเปิดลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค. 69 ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง จำกัดจำนวน 30 ล้านสิทธิ
โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาในช่วงเช้าต่างประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันตัวตนไม่ผ่าน ระบบสแกนใบหน้าใช้งานไม่ได้ เบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ไม่ตรงกับชื่อผู้ใช้งาน รวมถึงโทรศัพท์มือถือบางรุ่นที่ไม่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชัน ทำให้บรรยากาศภายในธนาคารค่อนข้างวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งคัดแยกประเภทปัญหาของผู้มาใช้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกและลดความล่าช้า ทั้งยังต้องรองรับประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการด้านธุรกรรมทางการเงินตามปกติควบคู่กันไป
ทั้งนี้ พบว่ามีประชาชนบางรายเดินทางมาจากพื้นที่อำเภอบ้านไร่ ซึ่งมีระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ไขปัญหาแอป “เป๋าตัง” ของตนเอง โดยหวังว่าจะสามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้สำเร็จ เนื่องจากมองว่าโครงการนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้เป็นอย่างมากในช่วงเศรษฐกิจปัจจุบัน
ส่วนที่ จ.จังหวัดชัยภูมิ ได้มีชาวบ้านจำนวนมากจาก 3 อำเภอ ที่ยังไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ไม่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่ง หรือเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน ได้เดินทางมายังธนาคารกรุงไทย สาขาภูเขียว โดยนำโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่หรือซิมการ์ดเบอร์ใหม่ ทั้งที่ลงและยังไม่ลงแอปเป๋าตังลายคนมีแอปเป๋าตั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดตเวอร์ชัน มาให้เจ้าหน้าที่ธนาคารฯช่วยลงแอปเป๋าตั้ง และช่วยอัปเดตแอป เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส
บริเวณพื้นที่ของธนาคารทั้งด้านข้างในและบริเวณบันไดทางขึ้นธนาคารกรุงไทย สาขาภูเขียว ชาวบ้านทั้งชายและหญิง นั่งรอคิวเพื่อเข้าไปใช้บริการในธนาคารฯ
ชาวบ้านต่างบอกว่านำโทรศัพท์เครื่องใหม่มาให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยลงแอปเป๋าตั้งให้ หากลงทะเบียนรับสิทธิไม่ได้วันจันทร์ที่ 25 พ.ค.นี้ คงเดินทางมาให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยลงทะเบียนให้อีก และคงดีใจหากได้สิทธิในโครงการ เงินที่ได้รับจะนำไปจับจ่ายใช้ซื้อของกินประจำวัน นอกจากนี้ ชาวบ้านยังอยากให้ปรับระบบให้ลงทะเบียนได้ง่ายขึ้น หวั่นว่าเมื่อถึงเวลาหน้าจอจะหมุนติ้ว เหมือนครั้งที่ผ่าน ๆ มา ทำให้คนยากจนที่ควรมีสิทธิร่วมโครงการ พลาดโอกาส
คุณตาสมควร อายุ 76 ปี ที่ให้รถรับจ้างพามาจาก อ.บ้านแท่น ระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร เพราะที่อำเภอบ้านแท่น ไม่มีธนาคารกรุงไทย โดยคุณตาเป็นอีกคนหนึ่งที่นำโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ มาให้เจ้าหน้าที่ลงแอปเป๋าตังให้
วันเดียวกัน ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. พร้อมด้วย นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมเป็นประธานเปิด “โครงการลดภาระผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนในภาวะวิกฤต (ไทยช่วยไทย : เสมาช่วยผู้ปกครองลดค่าครองชีพ)” ณ โรงเรียนพรตพิทยพยัต เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
สำหรับโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่ง “ลดรายจ่าย เพิ่มโอกาส และดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน” โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำกับการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพในมิติสังคมและการศึกษา ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานด้านการศึกษาร่วมขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อบรรเทาภาระของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียนและสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้ประสานผู้ประกอบการและร้านค้านำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน มาจำหน่ายในราคาประหยัด อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาล สบู่ ยาสีฟัน แชมพู ผงซักฟอก และของใช้ในครัวเรือน ขณะที่ สกสค. ได้นำสินค้าจากองค์การค้า ของ สกสค. เช่น อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน มาร่วมจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองโดยตรง
ดร.พีระพันธ์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สกสค. และกรมการค้าภายใน ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งต่อความช่วยเหลือของรัฐบาลสู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ สกสค. จะเดินหน้าสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การศึกษาเดินหน้าได้โดยไม่เพิ่มภาระให้กับผู้ปกครอง
สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย : เสมาช่วยผู้ปกครองลดค่าครองชีพ” ได้เริ่ม Kick Off พร้อมกันทั่วประเทศจำนวน 18 แห่ง ได้แก่ สกสค. กรุงเทพมหานคร ลำปาง กาญจนบุรี ตราด ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี ขอนแก่น มหาสารคาม และจังหวัดเลย และจะดำเนินการต่อเนื่องจนถึงเดือนสิงหาคม 2569 โดยมอบหมายให้ สกสค. จังหวัด ประสานความร่วมมือกับร้านค้าในพื้นที่ รวม 478 แห่ง ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด สู่พื้นที่ห่างไกลและชายขอบกว่า 1,000 จุด ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 138 จุดทั่วประเทศ สามารถช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่า 158,000 คน สะท้อนความตั้งใจของรัฐบาลในการดูแลประชาชนทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง ภายใต้แนวคิด “ไทยช่วยไทย คนไทยไม่ทิ้งกัน”
จึงขอเชิญชวนผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนร่วมเลือกซื้อสินค้า “ไทยช่วยไทย” ได้ ณ จุดจำหน่ายสินค้ากว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ เพจ : สกสค. และ www.otep.go.th
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี