533.jpg
เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดฝ่ายเดียว

เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดฝ่ายเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.56 น.

เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดอยู่ฝ่ายเดียว

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า " อย่าให้ ”ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน” ยึดคำว่าประชาธิปไตยไปผูกขาดอยู่ฝ่ายเดียว


ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อำนาจบริหารเป็นของคณะรัฐมนตรีก็จริง แต่พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขของรัฐ ไม่ใช่สัญลักษณ์ว่างเปล่า และถูกตัดขาดจากพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน
ถึงแม้ว่า หลักรัฐธรรมนูญวางสถานะพระมหากษัตริย์ไว้เหนือความขัดแย้งทางการเมือง แต่พระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ ดังนั้นตามรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในโครงสร้างรัฐธรรมนูญอย่างไร มาหาคำตอบกัน

คำว่า “เป็นกลางทางการเมือง” ไม่ได้แปลว่า “ถูกตัดออกจากโครงสร้างรัฐ”

และ “อยู่เหนือการเมือง” ไม่ได้แปลว่า “เป็นเพียงสัญลักษณ์ว่างเปล่า”

ตามรัฐธรรมนูญไทย พระมหากษัตริย์มีสถานะเป็น ประมุขของรัฐ และอยู่ในโครงสร้างการใช้อำนาจอธิปไตย แต่ไม่ใช่ผู้บริหารราชการแผ่นดินแบบรัฐบาล

จุดสำคัญที่สุดอยู่ที่ รัฐธรรมนูญมาตรา 3 ระบุว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรา 10 กำหนดให้คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจที่ทรงปรึกษา และมาตรา 12 ห้ามองคมนตรีดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือแสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ

ดังนั้น พระมหากษัตริย์ไม่ได้ “ลงมาเล่นการเมือง” แต่ก็ไม่ได้ “หายไปจากระบบรัฐ” เช่นกัน

หัวใจของคำว่า “อยู่เหนือการเมือง”

ไม่ใช่แปลว่า “ไม่เกี่ยวกับบ้านเมือง”

แต่แปลว่า ไม่เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง ไม่หาเสียง ไม่แย่งอำนาจกับพรรคการเมือง และไม่ต้องถูกดึงลงมาเป็นผู้รับผิดชอบทางการเมืองแบบรัฐบาล

พระมหากษัตริย์ยังทรงมีพระราชกรณียกิจและบทบาทเชิงรัฐ

รัฐธรรมนูญไม่ได้วางพระมหากษัตริย์ไว้เป็นเพียงตราประทับหรือพิธีกรรมเท่านั้น แต่มีบทบาทหลายชั้น เช่น เป็นประมุขของรัฐ เป็นจอมทัพไทย ทรงสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์ พระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และทรงเลือกแต่งตั้งคณะองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ

คำว่า “เป็นกลางทางการเมือง” จึงไม่ได้หมายความว่า พระมหากษัตริย์ต้องถูกตัดขาดจากข้อมูลบ้านเมือง พระราชกรณียกิจ หรือความทุกข์ร้อนของประชาชน

แต่ในฐานะประมุขของรัฐ พระมหากษัตริย์ย่อมต้องทรงรับรู้ความเป็นไปของบ้านเมือง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจ การบรรเทาทุกข์ ความมั่นคงของรัฐ และความผาสุกของประชาชน

คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจที่ทรงปรึกษา ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลอีกชุดหนึ่ง

ดังนั้น องคมนตรีไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นอำนาจซ้อนรัฐบาล แต่เป็นกลไกถวายความเห็นแก่ประมุขของรัฐ เพื่อให้พระราชกรณียกิจดำเนินไปด้วยข้อมูล ประสบการณ์ และความต่อเนื่องของรัฐ

คำแนะนำ” ไม่ใช่ “ข้อสั่งการ”

นี่คือจุดที่ควรตีให้แตก เพราะวาทกรรมของฝ่ายวิจารณ์มักทำให้คนรู้สึกว่า แค่มีองคมนตรีอยู่ในห้อง เท่ากับฝ่ายบริหารถูกครอบงำทันที

กรณีภัยแล้ง น้ำท่วม บรรเทาทุกข์ โรงครัวพระราชทาน หรือการดูแลประชาชนยามวิกฤต เป็นพื้นที่ที่พระราชกรณียกิจของสถาบันกษัตริย์ไทยมีประวัติและบทบาทยาวนาน

พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง
แต่ไม่ได้อยู่นอกโครงสร้างรัฐ
คณะรัฐมนตรีบริหารประเทศ
แต่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ

ความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ได้แปลว่าต้องถูกตัดขาดจากข้อมูล ความทุกข์ร้อนของประชาชน และพระราชกรณียกิจเพื่อบ้านเมือง

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ระบอบที่เหลือแต่พรรคการเมืองกับรัฐบาล แต่คือระบอบที่จัดวางบทบาทของประชาชน รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และประมุขของรัฐให้อยู่ในที่ทางตามรัฐธรรมนูญ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พระมหากษัตริย์ทรงรับรู้เรื่องบ้านเมือง

ปัญหาอยู่ที่บางฝ่ายพยายามทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า การรับรู้ ความห่วงใย และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน คือการแทรกแซงการเมือง ทั้งที่รัฐธรรมนูญแยกไว้ชัดเจนแล้วว่า ใครเป็นประมุขของรัฐ และใครเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน

อย่าให้เขายึดคำว่า “ประชาธิปไตย” ไปใช้ฝ่ายเดียว

ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อำนาจบริหารเป็นของคณะรัฐมนตรีก็จริง แต่พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขของรัฐ ไม่ใช่สัญลักษณ์ว่างเปล่าที่ถูกตัดขาดจากข้อมูล ความต่อเนื่องของรัฐ และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top