วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดอยู่ฝ่ายเดียว
เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า " อย่าให้ ”ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน” ยึดคำว่าประชาธิปไตยไปผูกขาดอยู่ฝ่ายเดียว
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อำนาจบริหารเป็นของคณะรัฐมนตรีก็จริง แต่พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขของรัฐ ไม่ใช่สัญลักษณ์ว่างเปล่า และถูกตัดขาดจากพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน
ถึงแม้ว่า หลักรัฐธรรมนูญวางสถานะพระมหากษัตริย์ไว้เหนือความขัดแย้งทางการเมือง แต่พระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ ดังนั้นตามรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในโครงสร้างรัฐธรรมนูญอย่างไร มาหาคำตอบกัน
คำว่า “เป็นกลางทางการเมือง” ไม่ได้แปลว่า “ถูกตัดออกจากโครงสร้างรัฐ”
และ “อยู่เหนือการเมือง” ไม่ได้แปลว่า “เป็นเพียงสัญลักษณ์ว่างเปล่า”
ตามรัฐธรรมนูญไทย พระมหากษัตริย์มีสถานะเป็น ประมุขของรัฐ และอยู่ในโครงสร้างการใช้อำนาจอธิปไตย แต่ไม่ใช่ผู้บริหารราชการแผ่นดินแบบรัฐบาล
จุดสำคัญที่สุดอยู่ที่ รัฐธรรมนูญมาตรา 3 ระบุว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรา 10 กำหนดให้คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจที่ทรงปรึกษา และมาตรา 12 ห้ามองคมนตรีดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือแสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ
ดังนั้น พระมหากษัตริย์ไม่ได้ “ลงมาเล่นการเมือง” แต่ก็ไม่ได้ “หายไปจากระบบรัฐ” เช่นกัน
หัวใจของคำว่า “อยู่เหนือการเมือง”
ไม่ใช่แปลว่า “ไม่เกี่ยวกับบ้านเมือง”
แต่แปลว่า ไม่เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง ไม่หาเสียง ไม่แย่งอำนาจกับพรรคการเมือง และไม่ต้องถูกดึงลงมาเป็นผู้รับผิดชอบทางการเมืองแบบรัฐบาล
พระมหากษัตริย์ยังทรงมีพระราชกรณียกิจและบทบาทเชิงรัฐ
รัฐธรรมนูญไม่ได้วางพระมหากษัตริย์ไว้เป็นเพียงตราประทับหรือพิธีกรรมเท่านั้น แต่มีบทบาทหลายชั้น เช่น เป็นประมุขของรัฐ เป็นจอมทัพไทย ทรงสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์ พระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และทรงเลือกแต่งตั้งคณะองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ
คำว่า “เป็นกลางทางการเมือง” จึงไม่ได้หมายความว่า พระมหากษัตริย์ต้องถูกตัดขาดจากข้อมูลบ้านเมือง พระราชกรณียกิจ หรือความทุกข์ร้อนของประชาชน
แต่ในฐานะประมุขของรัฐ พระมหากษัตริย์ย่อมต้องทรงรับรู้ความเป็นไปของบ้านเมือง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจ การบรรเทาทุกข์ ความมั่นคงของรัฐ และความผาสุกของประชาชน
คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจที่ทรงปรึกษา ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลอีกชุดหนึ่ง
ดังนั้น องคมนตรีไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นอำนาจซ้อนรัฐบาล แต่เป็นกลไกถวายความเห็นแก่ประมุขของรัฐ เพื่อให้พระราชกรณียกิจดำเนินไปด้วยข้อมูล ประสบการณ์ และความต่อเนื่องของรัฐ
คำแนะนำ” ไม่ใช่ “ข้อสั่งการ”
นี่คือจุดที่ควรตีให้แตก เพราะวาทกรรมของฝ่ายวิจารณ์มักทำให้คนรู้สึกว่า แค่มีองคมนตรีอยู่ในห้อง เท่ากับฝ่ายบริหารถูกครอบงำทันที
กรณีภัยแล้ง น้ำท่วม บรรเทาทุกข์ โรงครัวพระราชทาน หรือการดูแลประชาชนยามวิกฤต เป็นพื้นที่ที่พระราชกรณียกิจของสถาบันกษัตริย์ไทยมีประวัติและบทบาทยาวนาน
พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง
แต่ไม่ได้อยู่นอกโครงสร้างรัฐ
คณะรัฐมนตรีบริหารประเทศ
แต่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ
ความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ได้แปลว่าต้องถูกตัดขาดจากข้อมูล ความทุกข์ร้อนของประชาชน และพระราชกรณียกิจเพื่อบ้านเมือง
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ระบอบที่เหลือแต่พรรคการเมืองกับรัฐบาล แต่คือระบอบที่จัดวางบทบาทของประชาชน รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และประมุขของรัฐให้อยู่ในที่ทางตามรัฐธรรมนูญ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พระมหากษัตริย์ทรงรับรู้เรื่องบ้านเมือง
ปัญหาอยู่ที่บางฝ่ายพยายามทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า การรับรู้ ความห่วงใย และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน คือการแทรกแซงการเมือง ทั้งที่รัฐธรรมนูญแยกไว้ชัดเจนแล้วว่า ใครเป็นประมุขของรัฐ และใครเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน
อย่าให้เขายึดคำว่า “ประชาธิปไตย” ไปใช้ฝ่ายเดียว
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อำนาจบริหารเป็นของคณะรัฐมนตรีก็จริง แต่พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขของรัฐ ไม่ใช่สัญลักษณ์ว่างเปล่าที่ถูกตัดขาดจากข้อมูล ความต่อเนื่องของรัฐ และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี