533.jpg
อวยธนาธรมีน้ำใจ ซื้อบ้านพักปรีดี รักษาพื้นที่ความทรงจำ

อวยธนาธรมีน้ำใจ ซื้อบ้านพักปรีดี รักษาพื้นที่ความทรงจำ

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.24 น.

26 พฤษภาคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า [บ้านเกิด Atatürk กับบ้านตาย ปรีดี พนมยงค์]

เมื่อสักครู่ ผมได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ Atatürk


ทึ่ Thessaloniki ประเทศกรีซ

ท่านที่สนใจประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศต่างๆ อาจตั้งคำถามขึ้นว่า Mustafa Kemal Atatürk ผู้นำการปฏิวัติตุรกี เปลี่ยนตุรกีให้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เป็นผู้นำก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี แล้วไฉนกลับมีพิพิธภัณฑ์ Atatürk อยู่ที่กรีซ

Mustafa Kemal Atatürk เกิดที่ Thessaloniki ในสมัยยังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออตโตมัน ในสมัยนั้น เรียกชื่อว่า Salonika จนกระทั่งถึงสงครามบอลข่านในปี 1912 เมืองนี้ตกมาเป็นของกรีซ และเรียกชื่อว่า Thessaloniki ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เมื่อเป็นดินแดนของกรีซแล้ว ทำไมจึงมีพิพิธภัณฑ์รำลึกถึง “บิดาผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี” ได้?

ตามประวัติของบ้านหลังนี้ ที่ปรากฏในแผ่นป้ายอธิบายในพิพิธภัณฑ์ บรรยายไว้ว่า บ้านหลังนี้ เปลี่ยนเจ้าของไปมา จนมาถึงพ่อของ Atatürk

Atatürk เกิดที่นี่ในปี 1881 ต่อมาพ่อของเขาตาย ในปี 1886 แม่ของเขาได้ปล่อยบ้านหลังนี้ให้คนเช่า และย้ายไปอยู่บ้านหลังเล็กๆเพื่อลดค่าใช้จ่าย และย้ายกลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง

Atatürk ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เรียนหนังสือโรงเรียนสามัญ และโรงเรียนเตรียมทหารที่นี่ จนกระทั่งปี 1912 เมืองนี้ตกเป็นของกรีซ ครอบครัวของเขาจึงย้ายไปอยู่ที่อิสตันบูล

บ้านหลังนี้ ตกไปอยู่กับคนกรีซ จนกระทั่งครบรอบ 10 ปีสาธารณรัฐตุรกี เมืองเทซซาโลนิกี ได้ติดตั้งป้ายหินอ่อน เขียนข้อความในภาษากรีก เติร์ก และฝรั่งเศสว่า “อตาเติร์กเกิดที่บ้านหลังนี้“

ในปี 1937 เทศบาลเมืองเทซซาโลนิกี ได้ซื้อบ้านหลังนี้และยกให้กับรัฐบาลตุรกี เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีต่อกัน รัฐบาลตุรกี ได้จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นสถานกงสุลตุรกีประจำเมืองเทซซาโลนิกี และอีกส่วนหนึ่งเป็นพืพิธภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม การสร้างพิพิธภัณฑ์ก็สะดุดหยุดลงไปหลายช่วง ด้วยเหตุจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และความขัดแย้งกันของสองประเทศ

พิพิธภัณฑ์เปิดให้ชมได้ในปี 1953 ครบรอบ 15 ปีการจากไปของอตาเติร์ก

มีการบูรณะซ่อมแซมใหม่อีกหลายครั้งในปี 1966 1985 1990 1999 2012 และล่าสุด 2024/2025

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวตุรกีที่มาเยือนกรีซหรือเทซซาโลนิกี ต่างก็มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ถ่ายรูป รำลึกถึง

เมื่อสักครู่ที่ผมเข้าเยี่ยมชม ก็มีแต่คนตุรกีเข้าชมพร้อมกันจำนวนมาก

กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกรีซที่คนตุรกีต้องมา

เมื่อผมเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Atatürk ก็ชวนคิดไปถึงบ้านที่เมือง Antony ประเทศฝรั่งเศส ที่อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ พำนักอาศัยกับครอบครัว จนวาระสุดท้ายของชีวิต

บทบาทในประวัติศาสตร์การเมือง และสถานะของ อตาเติร์ก และปรีดี ไม่ต่างกัน

เป็นผู้นำการอภิวัฒน์ เปลี่ยนระบอบการปกครอง เป็นรัฐบุรุษ บุคคลสำคัญของชาติ

แต่บ้านที่ปรีดีพักอาศัยจนวาระสุดท้ายของชีวิต กลับไม่เคยมีนักการเมือง ส.ส. รัฐมนตรี หรือข้าราชการของประเทศไทย ผลักดันให้มีการซื้อคืนเพื่อสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ หรืออย่างน้อย ก็เจรจาความกับเทศบาลเมือง Antony เพื่อขอติดป้ายรำลึกว่า ปรีดีเคยอยู่ที่นี่

ไม่มึเลย

อย่าว่าแต่ให้มีเลย

คน Antony คนฝรั่งเศส หรือ นักการเมืองท้องถิ่นเมือง Antony ยังไม่รู้มาก่อนด้วยซ้ำ (ผมทราบเรื่องนี้ เพราะ เมื่อคราวธนาธรมาทำนิติกรรมซื้อขาย เราได้ขอนัดพบกับเทศมนตรี เขาก็พึ่งทราบเรื่องราวจากที่เราเล่าให้ฟัง)

ช่างตรงกันข้ามกับกรณีของอตาเติร์กอย่างยิ่ง นี่ขนาดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกรีซกับประเทศตุรกีมีหลายช่วงหลายตอนที่อยู่ในสถานะปฏิปักษ์ ขัดแย้งกัน แต่เขายังผลักดันรักษาพื้นที่ความทรงจำไว้ได้

เราต้องรอจนกระทั่ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตัดสินใจใช้เงินส่วนตัว 1.6 ล้านยูโร ซื้อบ้านที่ Antony ไว้ และยกให้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์รำลึกถึงปรีดี พนมยงค์ (ธนาธรยังคงต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกมากสำหรับการบูรณะซ่อมแซมและทำเป็นพิพิธภัณฑ์)

หากธนาธรไม่ซื้อไว้ บ้านหลังนี้ ก็จะถูกขายต่อไปให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เตรียมทุบทิ้ง และสร้างเป็นคอนโดที่อยู่อาศัยต่อไป

น้ำใจของธนาธรครั้งนี้ ทำให้ประเทศไทยของเรายังรักษาพื้นที่ความทรงจำของปรีดี พนมยงค์ เอาไว้ได้

เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ด้วยน้ำมือของรัฐบาลของราชอาณาจักรไทย

แต่เกิดขึ้นได้ เพราะ เจตจำนงของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

อีกไม่ช้าไม่นาน ประชาชนคนไทย ที่มาฝรั่งเศส คงได้มีโอกาสเข้าชมบ้านหลังนี้ครับ

บ้าน เลขที่ 27 Avenue Raymond Aron และเมือง Antony ก็จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยมาเยี่ยมเยือนกัน เหมือนกับคนตุรกีที่มาเยือนบ้าน เลขที่ 17 ถนน Apostolou Pavlou และเมือง Thessaloniki

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top