538.jpg
‘สว.พันธุ์ใหม่’ เตรียมหารือ ‘ปชน.-ปชป.-พท.’ ขอเสียงหนุนร่างแก้ไข 'ม.256' ผุด 2 องค์กรทำ รธน.ใหม่

‘สว.พันธุ์ใหม่’ เตรียมหารือ ‘ปชน.-ปชป.-พท.’ ขอเสียงหนุนร่างแก้ไข 'ม.256' ผุด 2 องค์กรทำ รธน.ใหม่

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.04 น.

‘พันธุ์ใหม่’ จ่อดีลคุย ‘พรรคส้ม-ปชป.-พท.’ ขอเสียงหนุน ‘ร่างแก้ไขรธน.ม.256’ ผุด ’2 องค์กร‘ ทำรัฐธรรมนูญใหม่ วางหลักการให้ ปชช. มีส่วนร่วมทุกกระบวนการ - ถ่ายทอดสดการประชุม-ตัดอำนาจ ‘รัฐสภา’ โหวตเห็นชอบ ด้าน ‘เทวฤทธิ์’ เผยภาคปชช. เตรียมล่า5 หมื่นชื่อ เสนอแก้ไขม.256 เรียกร้อง ‘โสภณ‘ ให้รอด้วย

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา10.30น. ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาขิกวุฒิสภา(สว.)กลุ่มพันธุ์ใหม่ แถลงว่า ตนพร้อมกลุ่มสว. อาทิ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย นายประภาส ปิ่นตบแต่ง ได้ร่วมยกร่างเนื้อหาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเตรียมยื่นต่อรัฐสภา ทั้งนี้ร่างดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักการให้ประชาชนมีส่วนร่วม โปร่งใสและตรวจสอบถ่วงดุล เพราะตนเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ดีไม่ใช่มีเพียงเนื้อหาที่ดี แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันและเกิดจากกระบวนการที่ได้รับความไว้วางใจจากสังคม สำหรับเนื้อหากำหนดให้มี สภารับฟังความคิดเห็นของประชาชน มาจากการเลือกตั้ง 200 คน  แบ่งเป็น เลือกตั้งแบบแบ่งเขตโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จำนวน 100 คน และเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลที่เชี่ยวชาญหรือมีข้อเสนอเชิงนโยบายรวมกลุ่มกัน จำนวน  100 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน กำกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ และเชื่อมโยงของประชาชนเข้าสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ


นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ให้มีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน  มาจากการสรรหาของรัฐสภา  ผ่านกระบวนการเปิดรับสมัครและกลั่นกรองคุณสมบัติ ที่เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภารับฟังความคิดเห็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระไม่สามารถเข้ารับการสรรหาได้ ขณะที่หน้าที่ของกมธ.ยกร่าง ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่นำความคิดเห็นของประชาชนมาพิจารณาในทุกประเด็น หากไม่รับข้อเสนอใดไปบรรจุต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน

“นอกจากนั้นตัวร่างกำหนดให้ต้องรายงานความคืบหน้าของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและกระบวนการยกร่างต่อที่ประชุมรัฐสภาทุกๆ 60 วัน และเปิดเผยขั้นตอนให้ตรวจสอบได้ ทั้งถ่ายทอดสดการประชุม เปิดเผยรายงานประชุม เผยแพร่เอกสาร เปิดระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายมาตรา เพื่อให้ประชาชนติดตาม ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมได้ตลอเวลา” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ต้องส่งให้รัฐสภาอภิปรายและให้ข้อสังเกต แต่ไม่มีอำนาจแก้ไขเนื้อหา เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงเนื้อหา จากนั้นให้ส่งความเห็นข้อสังเกตให้ กมธ.ยกร่างไปปรับปรุงเนื้อหา จากนั้นส่งให้สภารับฟังความคิดเห็นฯ เพื่อลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ส่วนขั้นตอนสุดท้าย คือให้ ประชาชนตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติ  ทั้งนี้ตนมองว่าการเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ผ่านการเลือกตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการ และประชาชนสามารถให้ความเห็น ตรวจสอบกระบวนการได้ จะเพิ่มความเชื่อมั่น เชื่อใจในกระบวนการที่จะเป็นหัวใจสำคัญต่อการตัดสินใจว่าประชาชนจะเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

“ผมได้ประสานไปยังตัวแต่พรรคการเมือง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยเพื่อนำเสนอหลักการและขอเสียงสนับสนุน ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา ทั้งนี้ต้องใช้สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อ ประมาณ 140 คน โดยขณะนี้มีสว.ที่ร่วมสนับสนุนร่างแล้ว 10 คน ยอมรับว่าไม่ง่ายที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกรัฐสภาได้ แต่ผมมองว่าแม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จะมีข้อแตกต่างกัน แต่ควรได้รับโอกาสให้ได้เข้าไปนำเสนอหลักการในรัฐสภาและในกมธ.ด้วย” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ด้านนายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีภาคประชาชนเตรียมล่ารายชื่อ 5 หมื่นรายชื่อ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจใช้เวลา ดังนั้นตนขอเรียกร้องให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภารอภาคประชาชน เพื่อลดครหาว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top