537.jpg
'ชัชชาติ'โต้ซื้อขายเก้าอี้ ท้ายื่นปปช. ยืนยันไม่มี‘ระบบอากง’ ปชป.เปิดเวที17-18มิ.ย.

'ชัชชาติ'โต้ซื้อขายเก้าอี้ ท้ายื่นปปช. ยืนยันไม่มี‘ระบบอากง’ ปชป.เปิดเวที17-18มิ.ย.

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

'ชัชชาติ'โต้ซื้อขายเก้าอี้
ท้ายื่นปปช.
ยืนยันไม่มี‘ระบบอากง’
ปชป.เปิดเวที17-18มิ.ย.

ศึกชิงผู้ว่าฯกทม.เริ่มเดือด “ชัชชาติ”ออกโรงโต้กลับสส.พรรคเศรษฐกิจ ขู่แฉซื้อขายตำแหน่งผอ.เขต ท้าถ้ามีหลักฐานยื่นป.ป.ช.ได้เลย พร้อมยืนยันไม่มีระบบอากง ด้าน“อนุชา-อภิสิทธิ์”ลุยหาเสียงซอยลือชา ชูพัฒนาทางเท้า-เพิ่มพื้นที่สาธารณประโยชน์ คาดเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 17-18 มิ.ย.นี้ ขณะที่เพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอยแก้ส่วย

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่สยามสแควร์ เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.เบอร์ 9 เปิดตัวป้ายหาเสียงแบบใหม่ ติดหน้าประตูลิฟต์ พร้อมโชว์ไอเดียป้ายหาเสียง ผลงานศิลปะบนจอ LED บิลบอร์ด ประเดิมสัปดาห์แรกผลงาน 3D Art จากศิลปินดัง เจ้าของเพจ Uninspired by Current Event


‘ชัชชาติ’เปิดป้ายหาเสียงแบบใหม่

นายชัชชาติกล่าวถึงแนวคิดป้ายศิลปะว่า เกิดจากคำถามที่ว่าทำไมป้ายหาเสียงจะต้องน่าเบื่อและรกรุงรัง จึงเป็นไอเดียในการเปลี่ยนป้ายหาเสียงให้เป็นผลงานศิลปะโดยให้เมืองเป็นเสมือนแกลเลอร่ีจัดแสดงผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับนโยบายของตน แทนที่จะมีเพียงภาพใบหน้าและหมายเลขผู้สมัคร

“ถ้าเราดูแต่ละผลงานที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นมา จะเห็นว่ามีการแฝงนโยบายของเราทั้ง 250+ นโยบายเข้าไปด้วย มีครบถ้วนทั้งเรื่องขยะ หมาแมว การศึกษา การปลูกต้นไม้ และลานกีฬา ผมเชื่อว่าป้ายศิลปะเหล่านี้สามารถสื่อสารนโยบายได้ดีกว่าป้ายธรรมดาเสียอีก เพราะรูปเดียวสามารถสะท้อนได้หลายสิบนโยบาย อีกทั้งยังทำให้เมืองมีสีสันและสวยงามมากขึ้น” นายชัชชาติ ย้ำ

ลั่นร่างเดิมแต่ความคิดใหม่ทุกนาที

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า สำหรับการเช่าพื้นที่จอ LED บิลบอร์ดขนาดใหญ่นั้น ใช้งบประมาณน้อยมาก เป็นการเช่าเวลาเพียงรอบละ 15 วินาที หมุนเวียนกันไป โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ในกรอบที่กำหนดและได้รายงานต่อ กกต.อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการใช้ผลงานศิลปะแทนภาพใบหน้าจะทำให้คนกรุงเทพฯ จดจำผู้สมัครได้น้อยลงหรือไม่นายชัชชาติบอกว่าไม่กังวล เพราะเป้าหมายหลักคือการทำให้เมืองมีความสวยงามและรื่นรมย์

“มีคนบอกว่าผู้ว่าฯคนเดิมก็จะได้ของเดิมๆ ผมบอกเลยว่าไม่ใช่ ร่างกายอาจจะเป็นของเดิมที่เก่าลงไปทุกวินาที แต่จิตใจและความคิดเราใหม่ขึ้นทุกวินาที นี่คือหัวใจในการบริหารที่จะต้องมีสิ่งใหม่ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงออก ส่วนเรื่องการจดจำหมายเลข เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ทราบอยู่แล้ว แต่สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่ได้
ออกมานอกบ้านบ่อยนัก เราก็ยังมีป้ายหาเสียงรูปแบบปกติเสริมในพื้นที่ชุมชน”

ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า นอกจากจอLEDแล้วยังมีการใช้พื้นที่หน้าประตูลิฟต์เพื่อสื่อสารแนวคิดการทำงาน ผ่านข้อความ“เอ้า…เปิด!”ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตอนที่ไปพิธีเปิดสะพานถนนพรานนก-พุทธมณฑลตัดใหม่ เพื่อสื่อถึงรูปแบบการทำงานในอนาคตของ กทม.ที่ต้องลดพิธีรีตองเยิ่นเย้อ ยึดประโยชน์ที่ประชาชนต้องได้รับเป็นที่ตั้งและใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ แคมเปญนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบาย“City as Canvas”ที่ต้องการเปิดพื้นที่สาธารณะในเมือง เช่น สถานี BRT,ศาลารอรถเมล์, สะพานลอย หรือ Street Furniture ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงาน โดยในอนาคตกทม.จะมีโครงการOpen Call เปิดรับศิลปิน นักออกแบบและนักศึกษา เข้ามาร่วมออกแบบเมืองโดย กทม. จะสนับสนุนด้านการผลิต การติดตั้ง และการดูแลความปลอดภัย

‘ชัชชาติ’สวน‘คริส’ท้ายื่นปปช.

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯผู้ว่ากทม.ในฐานะอดีตผู้ว่ากทม.กล่าวถึงกรณีที่นายคริส โปตระนันทน์ พรรคเศรษฐกิจเตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรุงเทพมหานครโดยอ้างว่ามีการซื้อขายตำแหน่งระดับผู้อำนวยการเขต(ผอ.เขต) สูงถึง 4 ล้านบาทนั้นว่าไม่กังวลต่อการแถลงข่าวที่จะมีขึ้น โดยขอให้นายคริสนำหลักฐานมาเปิดเผยให้เกิดความชัดเจน และมองว่า ตนเองก็คุ้นเคยกับทีมงานนี้เป็นอย่างดี และที่ผ่านมาในสภากทม. ก็มีการพูดคุยกับสมาชิกบางคนตลอด ถึงขั้นเคยชวนตนเองไปร่วมทำทีมด้วยกัน

“เอาเลยเอาเลย แจ้งมาเลย แต่พูดก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองนะ ถ้ามีหลักฐานจริง ผมไม่รอดมาถึงปัจจุบันนี้หรอก ถ้าเกิดมีข้อมูลชัดเจน ก็ขอให้ไปแจ้งป.ป.ช.เลย อย่ามาแต่พูดอย่างเดียว”

ข้องใจ‘ทำไมเพิ่งพูดช่วงเลือกตั้ง’

นายชัชชาติ ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการออกมาเปิดประเด็นในช่วงเวลานี้โดยเห็นว่า ถ้ามีข้อมูลจริงๆ ก็ไม่ต้องมาพูดตอนนี้ ควรพูดตั้งแต่สมัยที่ทำงาน เพราะช่วงที่ทำงานอยู่ในสภากทม. ก็พูดคุยกันตลอด ดังนั้น การออกมาพูดในช่วงเวลานี้ อาจจะมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงหรือเปล่า

“เรื่องซื้อขายตำแหน่ง เราไม่ทำอยู่แล้ว เพราะว่ามันเป็นจุดแห่งความหายนะเลย ถ้ามีคนที่ไปรับเงิน ไปแอบอ้างชื่อผม ถ้ามีก็บอกชื่อมาเลย จะได้ไปจัดการให้ถูกต้อง”

ชี้มั่นใจแจ้งความจับ-ปัดระบบอากง

นายชัชชาติ ยังกล่าวอีกว่า ถ้าตนเองตั้งทีมงานที่ทุจริต ที่ซื้อขายตำแหน่งมาอยู่ในทีม จะได้ผลงานที่ดีได้อย่างไร เพราะต้องไม่ลืมว่า เจ้านายของเรา คือประชาชน

“ถ้าเกิดพวกนี้เข้ามาทุจริต มันก็ต้องไปทุจริตต่อ สุดท้ายนโยบาย เราก็ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างแน่นอน มันไม่มีเหตุผลเลยที่จะทำ อนาคตเรา มันไม่ใช่มีแค่นี้ อนาคตเราอีกตั้งไกล ถ้าคุณคริสมั่นใจ ผมว่าก็แถลงมา แล้วก็ไปแจ้งความจับเลย”

ส่วนข้อกล่าวอ้างเรื่องระบบอากงว่าอยู่เบื้องหลังการโยกย้ายไม่เป็นธรรมนั้นนายชัชชาติ ยืนยันว่า ไม่มี ซึ่งคำว่าระบบอากง เป็นคำที่ตั้งขึ้นมาเอง และบุคคลที่นายคริสกล่าวอ้างถึงก็เพิ่งจะพูดคุยกับสมาชิกของพรรคเศรษฐกิจ และที่ผ่านมา ก็คุยกันตลอด ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอใกล้จะเลือกตั้งจึงเกิดมีปัญหาขึ้นมา

ยินดีถูกตรวจสอบ-ใครพูดรับผิดชอบ

นายชัชชาติย้ำถึงนโยบายเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายว่าต้องการเน้นคนที่เก่งที่มีความสามารถ ซึ่งผลงานของกทม. ที่สะท้อนออกมา ก็คือผลงานของทีมงาน และของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้ง

“ผมยินดี พร้อมยอมรับการตรวจสอบทุกอย่าง ไม่มีปัญหา แต่ผมก็อยากเตือนผู้ที่ร้องว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการเลือกตั้ง การให้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกับผู้สมัครมีผลความผิดทางอาญา เพราะฉะนั้นใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งผมก็ให้ทีมกฎหมายคอยดูอยู่ตลอด” นายชัชชาติกล่าว

ปัดไม่เคยตั้ง‘สุรพล’นั่งปธ.บอร์ดKT

นอกจากนี้ นายชัชชาติยังชี้แจงข้อเท็จจริงหลังมีกระแสอ้างว่าเป็นผู้แต่งตั้งศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT.)ว่าตนไม่เคยแต่งตั้งและไม่เคยตั้งอาจารย์สุรพลเป็นตำแหน่งอะไรเลย มีเพียงการแต่งตั้งอาจารย์ธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานบอร์ด KTเพราะท่านเป็นนักกฎหมายที่มีคุณภาพ เช่นเดียวกับตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชของอาจารย์สุรพลก็เป็นการแต่งตั้งในสมัยอื่นก่อนที่ตนเองจะเข้ามาบริหารงาน

‘อนุชา-อภิสิทธิ์’หาเสียงซอยลือชา

เวลา 07.00 น.ที่ซอยพหลโยธิน 1(ซอยลือชา) เขตพญาไท นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.)หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคและนายอนุชาญ กวางทอง ผู้สมัคร ส.ก. เขตพญาไท เบอร์ 7 ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นายอนุชาเดินทักทายพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ค้าวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ขอถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง ซึ่งนายอนุชาและผู้บริหารพรรคร่วมกันใส่บาตรพระขอพรในพื้นที่อีกด้วย

ย้ำเตรียมจัดปราศรัยใหญ่17-18มิ ย

โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผลตอบรับดีขึ้นโดยลำดับ แม้ตอนแรกอาจจะไม่มาก แต่ตอนนี้หลังจากลงพื้นที่ทำให้การรับรู้และการตอบรับดีขึ้น แต่เราต้องทำกันอย่างหนัก เบื้องต้นวันที่ 17 มิ.ย. หรือ 18 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ เราจะมีการปราศรัยใหญ่เพื่อนำเสนอนโยบายต่างๆ ให้ครบถ้วนและเก็บเกี่ยวประเด็นของการลงพื้นที่เพื่อถ่ายทอดให้พี่น้องประชาชนรับทราบ

“เรายืนยันว่ากรุงเทพฯเป็นได้มากกว่านี้ เพราะ5เรื่องหลักที่คุณอนุชา นำเสนอเป็นเรื่องใหญ่ที่ประชาชนต้องการ แต่การแก้ไขสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยคนที่มีทักษะการบริหารความสามารถในการบริหารงานและมีประสบการณ์ทางการเมืองด้วย”นายอภิสิทธิ์กล่าว

ชูเพิ่มพื้นที่สาธารณะประโยชน์

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายหนึ่งที่เราต้องการผลักดันคือการใช้พื้นที่เพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุดและกทม.ต้องทราบอยู่แล้วทำให้เราสามารถนำมาวางแผน และนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์สูงสุด ในอดีตภาษีที่ดินยังไม่เก็บภาษีเต็มที่ เจ้าของที่ดินใช้ประโยชน์ทำการเกษตรเพื่อไม่ให้เสียภาษีอัตราที่สูงแต่ ในมุมมองของเราพื้นที่เหล่านั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์สาธารณะได้และกทม.สามารถจูงใจในเรื่องของการลดภาษีได้ ซึ่งสามารถนำมาเป็นพื้นที่ของศิลปะและเกี่ยวข้องกับสวนสาธารณะ

ลั่นลุยแก้ปัญหาพัฒนาทางเท้า

ด้านนายอนุชากล่าวว่าในพื้นที่เขตพญาไท ปัญหาแรกคือทางเท้าซอยค่อนข้างที่จะแคบเรื่องของมอเตอร์ไซค์รถยนต์สัญจรปกติอยู่แล้วส่วนคนเดินฟุตบาทยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ เมื่อถามชาวบ้านบอกว่าใช้เวลาเป็นปีก็ยังไม่เสร็จเราต้องเข้ามาเพื่อให้ทุกท่านมีความมั่นใจหากเรามีโอกาสได้ทำงาน ถ้าเป็นพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ปล่อยให้ปัญหาเกิดเราขึ้นจะนำเรื่องไปพูดคุยในสภากทม.และพูดคุยกับผู้ว่าฯกทม.โดยตรงทำให้การแก้ไขปัญหารวดเร็วขึ้น

“จากที่เดินพบปะประชาชนให้การตอบรับเราเป็นอย่างดี การที่ประชาธิปัตย์ส่งทั้งผู้ว่าฯและส.ก.ทุกเขตและมีผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ด้วย เริ่มมั่นใจว่าสิ่งที่ได้รับไม่ใช่แค่เพียงส.ก.รับทราบปัญหาแล้วไปทำอะไรต่อไม่ได้ แต่เราในทุกระดับสามารถนำไปต่อยอดและมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นด้วย” นายอนุชา กล่าว

ขึ้นรถแห่หาเสียงซอยอารีย์

ต่อมานายอนุชา พร้อมด้วยผู้บริหารพรรคได้ขึ้นรถแห่หาเสียงขอคะแนนบนถนนพหลโยธินและมาเดินหาเสียงต่อที่ซอยอารีย์ โดยมีพ่อค้าแม่ ประชาชนให้การต้อนรับคึกคัก

จากนั้น นายอนุชาและผู้บริหารได้เดินทางต่อมายังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 ณ ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ณ ลานหน้าพรรคประชาธิปัตย์

‘ดร.โจ’นำหาเสียงลุยซอยราม53

วันเดียวกัน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เบอร์ 10 พรรคประชาชน พร้อมด้วย อธิการ ถิรวิริยพล ผู้สมัคร ส.ก.เขตวังทองหลาง เบอร์ 2 พรรคประชาชน ลงพื้นที่ซอยรามคำแหง 53 เขตวังทองหลาง เพื่อหาเสียงและนำเสนอนโยบาย ค้าขายง่าย ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยนายชัยวัฒน์กล่าวว่าตนได้ลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อรับฟังปัญหาการสัญจรทั้งทางถนนและทางเท้าของประชาชน รวมถึงปัญหาการค้าขายในพื้นที่ โดยพบว่าการใช้พื้นที่สาธารณะภายในซอยรามคำแหง 53 มีปัญหาสำคัญได้แก่รถจอดกีดขวางการจราจร และการตั้งหาบเร่แผงลอยริมถนนซึ่งส่งผลกระทบต่อการสัญจรทั้งบนถนนและทางเท้าของประชาชนในพื้นที่

เพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอยแก้ส่วย

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครมีการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าเพื่อคืนพื้นที่ให้แก่ประชาชนซึ่งเป็นนโยบายที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสัญจรให้กับคนกรุงเทพฯ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ค้าจำนวนหนึ่งยังต้องการพื้นที่จำหน่ายสินค้าในบริเวณที่ไม่ใช่จุดผ่อนผัน จึงเกิดการลักลอบค้าขาย และนำไปสู่ปัญหาระบบส่วย พรรคประชาชนจึงตั้งใจออกแบบนโยบายที่สร้างจุดสมดุลระหว่างผู้สัญจรและผู้ค้าขาย เพื่อให้นโยบายที่ออกมาตอบโจทย์คนกรุงเทพฯทุกกลุ่ม นโยบายการเพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย เพื่อให้คนกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงอาหารราคาถูกได้ง่ายขึ้น โดยกรุงเทพมหานครจะสำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน พื้นที่ริมทางรถไฟ พื้นที่เอกชนที่เจ้าของยินยอมเข้าร่วมโครงการ หรืออาคารและตึกแถวที่ถูกปล่อยร้าง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่ค้าขายและฟื้นฟูเศรษฐกิจในย่านต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังเสนอการใช้มาตรการจูงใจภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือการให้สิทธิประโยชน์ด้านผังเมือง เพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง Food Court ราคาย่อมเยาในย่านต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ให้เพิ่มมากขึ้น

ภท.มีมติถอนชื่อหนุนร่างรธน.พท.หวั่นขัดรธน.

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังจากการประชุมพรรคภูมิใจไทย ว่าในที่ประชุมได้พูดคุยกันเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยพรรคภูมิใจไทยมีมติว่า สมาชิกพรรค ภูมิใจไทยที่ไปร่วมลงชื่อให้กับร่างของพรรคร่วมรัฐบาล คือร่างของพรรคเพื่อไทยนั้น เรามีความจำเป็นจะต้องทำเรื่องถอนการลงชื่อ สืบเนื่องจากเกรงว่าเนื้อหาจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top