วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569
’พริษฐ์‘ ได้ทีเขย่าระบอบสีน้ำเงิน! ซัด ’อธิบดีปกครอง‘ แจงปม ’ช่วยน้ำเงินด้วย‘ ลามวางกลไกเอื้อช่วยชนะเลือกตั้ง ฟังไม่ขึ้น อัด ’นายกฯ‘ อืดตั้งคกก.สอบสวน ด้าน ’มท.3‘ ยันขรก.มหาดไทย ไม่มีความสามารถบอกให้ปชช.เลือกใครได้ ยันเป็นสส.3สมัย ข้าราชการไร้ผลต่อการลต. หนุน ’กมธ.ปกครอง‘ รับลูกตรวจสอบ
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 10.45น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งถามนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กรณีการดำเนินงานของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แต่นายกฯ ติดภารกิจสำคัญจึงมอบหมายนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย มาชี้แจงแทน โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า เสียดายที่เรื่องนี้นายกฯไม่มาตอบด้วยตัวเอง เพราะเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่โดยตรง เพราะตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนมาถึงปัจจุบัน นายกฯตั้งตัวเองมาเป็นรมว.มหาดไทย และมอบหมายตัวเองกำกับดูแลกรมการปกครอง เหมือนกับว่าพอแบ่งอำนาจเก็บทุกอย่างไว้หมด แต่พอต้องทำหน้าที่รับผิดชอบ หรือตอบคำถามเกี่ยวกับกรมที่ดูแลกลับโยนภาระงานให้คนอื่นมาตอบแทน
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกนัดชิงชนะเลิศ ระหว่างเปแอสเช ใส่ชุดน้ำเงิน กับอาร์เซน่อล ที่ใส่ชุดแดง ผลปรากฎว่าทางเปแอชชนะจุดโทษไป แต่ตนขอชวนคิดแบบนี้ หากเรามาพบภายหลังการแข่งขันจบไปแล้ว ว่าผู้บริหารระดับสูงของยูฟ่าฯ มีการส่งข้อความไลน์ไปหาผู้ตัดสินในสนามก่อนการแข่งขันว่าให้ช่วยน้ำเงินด้วย แล้วผู้ตัดสินตอบกลับมาว่า100เปอร์เซ็นต์ครับนาย ตนเชื่อว่าแฟนบอลทั่วโลกช็อคแน่นอน วงการฟุตบอลลุกเป็นไฟ ผู้บริหารยูฟ่าฯนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่นอน แต่เหตุการณ์เลวร้ายอันสมมติลักษณะนี้อาจเกิดเมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา จากกรณีนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต นำหลักฐานที่อ้างว่าเป็นแชทไลน์ของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ที่เคยเป็นผู้ว่าฯบุรีรัมย์ด้วย ระบุว่าช่วยน้ำเงินด้วย ซึ่งนายรุ่งเรืองตอบกลับว่า100เปอร์เซ็นต์ครับนาย ทางอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงว่า ไลน์ของตัวเองเปิดเป็นสาธารณะ เชื่อมต่อหลายอุปกรณ์สื่อสาร อาจมีผู้อื่นไปเขียนข้อความดังกล่าวแทนได้ ตนบอกตรงๆว่าฟังไม่ขึ้น เพราะบัญชีไลน์ของแต่ละคนเข้าถึงพร้อมกันได้ไม่กี่เครื่อง หากมีเครื่องอื่นๆที่เข้าถึงบัญชีอธิบดีกรมการปกครอง ที่ไม่ใช่มือถือของตัวเอง ก็ต้องเป็นอธิบดีเองในฐานะเจ้าของบัญชีหลักที่อนุมัติให้พวกเขาเข้าถึง

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า หรือหากอธิบดีฯลืมออกจากระบบไลน์ที่ใช้ในคอมตัวเอง แล้วมีใครไปใช้คอมเครื่องนั้นเพื่อพิมพ์ข้อความแทน ข้อความดังกล่าวต้องเด้งขึ้นมาในมือถือในแชทของอธิบดีฯ ตนเข้าใจดีที่รายชื่อผู้สมัครสส.ในภาพโพลที่ส่งในไลน์ อาจมีรายชื่อบางคนคลาดเคลื่อน แต่ข้อเท็จจริงเหล่านั้นไม่ได้หักล้างความน่าพิรุธของคำชี้แจงของอธิบดีฯ ตนจึงมี5คำถาม 1.รัฐมนตรีเชื่อคำชี้แจงของอธิบดีหรือไม่ 2.คณะกรรมการสอบสวนที่นายกฯจะตั้งตั้งหรือยัง ตั้งเมื่อไหร่ มีใครบ้าง วางการทำงานอย่างไร จะสอบเสร็จเมื่อไหร่ ให้โปร่งใส อิสระ 3.จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นอย่างไรว่าบุคคลที่จะทำการสอบสวนครั้งนี้ จะไม่จำกัดเพียงแค่ รัฐมนตรี ข้าราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิสีน้ำเงิน เพราะสิ่งที่สังคมกลัว คือเดี๋ยวน้ำเงินจะมาช่วยอธิบดี ตอบแทนกันเพื่อไม่ให้ตายยกแผง 4.ระหว่างการสอบสวน จะสั่งให้อธิบดีฯหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือไม่ หรือปล่อยให้เขาอยู่ในอำนาจ และออกแถลงการณ์ว่าจะฟ้องกลับ และ5.พร้อมสนับสนุนในสภาฯแห่งนี้ส่งตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วม หรือสังเกตการณ์การสอบสวน เพื่อให้มั่นใจว่าอย่างน้อยมีตัวแทนสีส้ม สีแดง สีฟ้า สีเขียวเข้าไปเป็นหูเป็นตา ไม่ปล่อยให้สีน้ำเงินตรวจสอบช่วยเหลือกันเอง
ด้านนายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า อธิบดีกรมการปกครองได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมาแล้ว เป็นไปตามที่นายพริษฐ์ชี้แจงไป กระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาข้อชี้แจงของอธิบดีฯ ว่ามีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ จะนำไปสู่กระบวนการต่อไป หากเราไม่เชื่อคำชี้แจง หรือยังติดใจในบางข้อมูล ก็คงมีการสอบสวนโดยการตั้งคณะกรรมการ ตามที่นายกฯชี้แจงไป ส่วนที่นายพริษฐ์ ถามว่าตนเชื่อหรือไม่ ในเรื่องการล็อคอินไลน์นั้น ตนใช้ตัวเองบรรทัดฐานการตัดสินใจไม่ได้ ตนเชื่อในการพิสูจน์ในการกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ และตนเชื่อว่ากระบวนการทางเทคโนโลยี สามารถตามรอยตรวจสอบได้แน่นอน ขณะที่การตั้งสีน้ำเงินมาตรวจสอบสีน้ำเงิน จะมีสีอื่นมาตรวจสอบหรือไม่ ตนไม่ชัดเจนว่าสีไหนยังไง แต่ถ้าถามว่าจะมีพรรคการเมืองอื่น หรือสส.จากฝั่งรัฐบาล และฝ่ายค้านมาร่วมตรวจสอบหรือไม่ ตนก็ตอบได้เพียงว่า วันนี้เรามีกรรมาธิการอยู่แล้ว ดึงเรื่องมายังกมธ.การปกครองก็ได้ เพื่อให้ฝ่ายสภาฯได้ตรวจสอบ
“ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยสีเดียวกันหมด สีกากี ผมเข้าไปตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ ผมก็เห็นอยู่สีเดียวคือสีกากี แน่นอนว่ากระทรวงมหาดไทยจะต้องตรวจสอบ และชี้แจงออกมาเป็นรูปแบบลายลักษณ์อักษร เรื่องนี้ต้องใช้เวลาพิจารณาพิจารณาว่าทำไมถึงเพิ่งออกมาบอกตอนนี้ เวลาผ่านไปแล้ว5เดือน ทำไมผู้ร้องมาร้องวันนี้ ทำไมไม่ร้องในวันนั้น เราก็ต้องสืบสวนกันต่อไป” รมช.มหาดไทย กล่าว
นายพริษฐ์ ตั้งคำถามต่อว่า หากอธิบดีฯจะแทรกแซงชนะเลือกตั้งเพื่อช่วยบางสีนั้น สามารถทำได้ เช่นการโยกย้ายนายอำเภอเพื่อกำกับการเลือกตั้งในบางพื้นที่ ซึ่ง 1-6 เดือนก่อนการเลือกตั้งก.พ.69 พบว่าย้ายนายอำเภอสูงถึง 304 คน และมี 148 คนที่แต่งตั้งผู้อำนวยการเลือกตั้งและกรรมการเลือกตั้ง 20 จังหวัดทั่วประเทศ หากไม่เตรียมเลือกตั้งใช้หลักเกณฑ์ใดย้ายในช่วงก่อนการเลือกตั้ง และประเด็นการล่วงรู้ถึงบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ใช้โรงพิมพ์สังกัดกรมการปกครองดำเนินการ เพื่อนำไปออกแบบกระบวนการ วางแผนเลือกตั้งและข่มขู่หัวคะแนน ทั้งนี้ขอคำยืนยันในทั้ง2 กรณี

นายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า ตนไม่เอาความรู้สึกมายืนยัน หากสิ่งที่นายพริษฐ์พูดมามีข้อมูล มีเนื้อหา ให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบที่มีหลายองค์กรดำเนินการ ทั้งนี้ตนเป็น สส.มา 3 สมัย ยืนยันว่าข้าราชการไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง และตนเชื่อว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรค หรือ สส.พรรคประชาชน ไม่มีข้าราชการมีส่วนช่วยเช่นกัน หากคิดว่ากรมการปกปครองช่วยเลือกตั้งให้บางพรรคได้ ตนมองว่าคิดแบบนั้นลำบาก
“ผมเชื่อว่าข้าราชการ โดยเฉพาะกรมการปกครองไม่มีความสามารถชี้หรือสั่งให้ประชาชนเลือกคนใด พรรคใดได้ แต่สิ่งที่พูดคือสื่อถึงกระบวนการว่าเอื้อประโยชน์หรือไม่ ทั้งนี้ขอให้เดินหน้าตรวจสอบ หากสิ่งใดเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารพร้อมให้ข้อมูลแต่ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ ส่วนการตรวจสอบเรื่องนี้ที่ทางสภาฯที่ประกอบด้วยสส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลทำได้ คือ กลไกของกรรมาธิการการปกครอง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
นายเจเศรษฐ์ ชี้แจงต่อว่า ส่วนในเรื่องตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย ตนได้รับหนังสือชี้แจงจากอธิบดีฯแล้ว และอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าคำชี้แจงนั้นมีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ ก่อนจะดำเนินกระบวนการต่อไป หากพิจารณาแล้วติดใจจะตั้งกรรมการตรวจสอบอีกที ส่วนที่นายพริษฐ์ตั้งข้อสังเกตของสีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยนั้นตนยอมรับว่าที่กระทรวงมหาดไทย ข้าราชการมีสีเดียว คือ สีกากี
จากนั้นนายพริษฐ์ ตั้งคำถามด้วยว่า รัฐบาลจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นต่อการทำงานว่าไม่มีการออกคำสั่งให้ใช้กลไกขององค์กรต่างๆ ช่วยสีน้ำเงิน ทั้งประเด็น ที่ดินเขากระโดง ที่ไม่ยอมเพิกถอนตามคำวินิจฉัยศาล หรือ กรณี ป.ป.ช. ไม่รับฟ้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม หรือ กรณีคดีฮั้วสว. พร้อมถามย้ำถึงเหตุผลการโยกย้ายนายอำเภอก่อนการเลือกตั้ง
โดยนายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า ขอให้ประชาชนไม่ต้องเชื่อในตัวบุคคลใด แต่สิ่งที่ต้องเชื่อคือ กระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างมีระยะเวลา อะไรที่มีเหตุ พยาน หลักฐานชัดเจน ตนเชื่อว่าไม่มีมือที่มองไม่เห็น ทุกอย่างดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมายที่ชัดเจน
นายพริษฐ์ ถามย้ำถึงเกณฑ์ย้ายนายอำเภอ 304 คนและทำไมถึงไม่รอให้พ้นหลังเลือกตั้ง โดยนายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า การโยกย้ายนายอำเภอเป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำ และทำปกติ ส่วนมีผลกับการเลือกตั้งหรือไม่ นายอำเภอตามกฎหมายเลือกตั้งกำหนดให้เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้ง หากการแต่งตั้งข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม มีช่องทางขอความเป็นธรมและร้องเรียน
"การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งที่รับข้อร้องเรียนว่ามีข้าราชการ โดยเฉพาะกรมกาารปกครอง เอื้อประโยชน์กับผู้สมัครน้อยมาก เมื่อเทียบกับที่ผ่านมา ดังนั้นขอความเป็นธรรมให้ข้าราชการกรมการปกครองด้วย” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี