537.jpg
‘อากง’งานงอก  พี่ศรีบุกยื่นปปช.  สอบโยง‘ชัชชาติ’

‘อากง’งานงอก พี่ศรีบุกยื่นปปช. สอบโยง‘ชัชชาติ’

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ศรีสุวรรณ” บุกร้องป.ป.ช.สอบ “ชัชชาติ” ละเว้นให้ “อากง”วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งขรก.ระดับสูงในกทม. พร้อมเรียก2 นักการเมืองและหลักฐานสอบเพิ่ม ด้าน’อนุชา’ลุยหาเสียงสวนลุมพินี ดันสวนหย่อม-น้ำพุ ยกระดับศูนย์อาหาร สางปัญหาชาวบ่อนไก่ ด้าน‘ชัชชาติ’เปิดบิลบอร์ดหาเสียงใหม่ขึ้นจอ LED กลางเมือง ต่อยอดแนวคิด City as Canvas ศิลปะในชีวิตประจำวัน

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม.กรณีถูก 2 นักการเมือง 2 พรรคการเมือง กล่าวหาว่า ปล่อยให้ระบบ‘อากง’วิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่งข้าราชการระดับสูงของ กทม.เข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายหรือไม่


ทั้งนี้ เนื่องจากนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เปิดประเด็น‘เต้าไต่ ผัวน้อยผจญภัย’ ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการเขต ก็ดี ผู้ตรวจราชการ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กทม.มีคนทำงานหลังบ้านให้กับนายชัชชาติ คือเสี่ย ต.กับเสี่ย ป.โดยมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายข้าราชการได้ และคุมงบประมาณใหญ่ๆ มีการเกิดขึ้นของส่วยในหน่วยงานสำนักต่างๆ มากมาย รวมทั้งมีการใช้เต้าไต่ในการแต่งตั้งโยกย้าย-ซื้อขายเก้าอี้กัน กระทั่งนายจิรายุ นำหนังสือที่มีคนร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ การนั่งผู้อำนวยการเขตอย่างรวดเร็วผิดสังเกต มาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้

ขณะที่นายคริส โปตระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ กล่าวในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ มีใจความว่า มีหลักฐานกรณีการโยกย้ายตำแหน่ง 16 ผู้อำนวยการเขต และ 1 ผู้ตรวจฯ เมื่อครั้งที่นายชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯ กทม.ตนไม่ได้บอกว่านายชัชชาติ เป็นคนไม่ดี แต่มีปัญหาเกินขึ้น ยืนยันว่าพูดเรื่องนี้มาตลอด ไม่ได้พูดแค่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง สิ่งที่พูดมีหลักฐานทั้งหมด เช่นเดียวกับกรณีผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต ที่ไม่ได้ขึ้นผู้อำนวยการเขต บอกว่าต้อง 4 ล้านบาท และต้องไปที่เซฟเฮ้าส์

นายคริส กล่าวต่อว่า หลักฐานส่วนหนึ่งจะส่งให้นายจิรายุ ไปร้องต่อ ป.ป.ช อีกส่วนหนึ่งถ้าหลักฐานครบ ก็จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ จับทุจริตเจ้าหน้าที่เป็นคนๆ ไม่พอ ระบอบอากง ยังคงอยู่ หากนายชัชชาติ ได้กลับมาดำรงตำแหน่ง ควรประกาศกับทุกคนเลยว่าจะไม่มีระบอบอากง เพราะสังคมศรัทธานายชัชชาติ แต่สงสัยทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง

ขณะเดียวกัน นางทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ตอบโต้ข้อครหาดังกล่าว โดยระบุว่า มีคำสั่งยกเลิก เพราะผู้ร้องร้องว่าคณะกรรมการใช้กฎเกณฑ์ที่ลักลั่นกัน คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ก็ต้องสอบถามผู้สอบในการใช้เกณฑ์ อธิบายแล้วไม่ชัดเจนจึงต้องยกเลิกคำสั่งนั้นเสียก่อน เมื่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม เตือนมาแล้ว ถ้าเราไม่เร่งรัดปฏิบัติตาม ถือเป็นการเพิกเฉย เมื่อผู้ว่าฯ กทม.เซ็นให้ยกเลิก แล้ว จึงมีกระบวนการสอบ ซึ่งเป็นอำนาจของ ปลัด กทม.เวลานั้นเขตเหล่านี้ไม่มีอำนาจสั่งการ

นอกจากนี้อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ได้ตั้งคำถามกลับไปว่าระบบอากงคืออะไร ทีมพวกเราเรียกพี่ต่อ ว่า อากง เพราะแกแก่สุด เป็นผู้ใหญ่ใจดี หากอากง หมายถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้ปรึกษา เรื่องการทำงานเราเรียกท่านด้วยความเป็นผู้ใหญ่ใจดี

ส่วนกรณีเรื่องทุจริต อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวยอมรับว่ายังมีช่องทุจริตให้เราดำเนินการ 4 ปี เราไล่ออก 41 ราย นี่คือความสวยงามของการร้องเรียนในระบบร้องเรียนที่เราทำ เมื่อร้องเรียนเราดำเนินการ มีการลดลงจากการติดตามดำเนินการ

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า กรณีตามข้อกล่าวหาดังกล่าว มิใช่เพียงการดิสเครดิตช่วงฤดูการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หากแต่ข้อมูลย่อมชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติ และข้อพิรุธของนายชัชชาติ ว่าจะมีฐานของข้อเท็จจริงมากเพียงใด โดยเฉพาะเรื่องที่เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 149 ซึ่งชอบที่คณะกรรม การ ป.ป.ช.ที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 จะใช้อำนาจเรียกนักการเมืองทั้ง 2 คน พร้อมพยานหลักฐานที่ใช้แถลงข่าว มาสอบเพิ่ม รวมทั้งเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมาสอบ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยว่าการกระทำของนายชัชชาติ อากง และ ป.ร. เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่

วันเดียวกัน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค และนายธนนรินทร์ ศิริหิรัญพงษ์ ผู้สมัคร สก.เขตปทุมวัน หมายเลข 2 ลงพื้นที่สวนลุมพินี ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยนายอนุชา กล่าวถึงนโยบายสำคัญที่จะยกระดับภูมิทัศน์และคุณภาพชีวิตของชาว กทม.3 เรื่อง คือ 1.การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผลักดันการสร้างสวนหย่อมขนาดเล็ก ตามมุมเมืองหรือจัตุรัสต่างๆ ให้ประชาชนมีพื้นที่นั่งพักผ่อนระหว่างวัน ไม่ต้องไปสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มปอดให้ กทม.ยังช่วยลดปัญหามลพิษและฝุ่น

2.การปรับภูมิทัศน์เมืองด้วยน้ำพุและน้ำตก ประดับตามจุดต่างๆ เช่น บริเวณสี่แยกหรือวงเวียน สร้างความสดชื่น ปรับภูมิทัศน์ของ กทม.ให้สวยงามมีชีวิตชีวา และ 3.การจัดการขยะและการยกระดับศูนย์อาหาร แม้ประชาชนจะให้ความร่วมมือคัดแยกขยะ แต่ยังพบปัญหาผู้ที่มาคุ้ยขยะเพื่อนำไปขาย ทำให้เกิดความสกปรกและไม่เป็นระเบียบ จำเป็นต้องเข้ามาจัดการให้เหมาะสม รวมถึงแนวทางปรับปรุงศูนย์อาหารและตลาด ให้มีความทันสมัยและอากาศถ่ายเทได้ดีขึ้นด้วยการติดตั้งพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่

จากนั้นนายอนุชา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่ สำรวจอาคารการเคหะชุมชนบ่อนไก่ ซึ่งมีปัญหาโครงสร้างทรุดโทรมเนื่องจากเป็นอาคารเก่า และมีปัญหาการจัดการขยะที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตคนในชุมชน จากการที่อาคารพักอาศัยสูง 4-5 ชั้น มีข้อจำกัดเรื่องปล่องทิ้งขยะ เมื่อจุดพักขยะด้านล่างเต็มและไม่มีการจัดเก็บอย่างสม่ำเสมอ ขยะจึงล้นย้อนกลับขึ้นมาตามปล่อง เกิดการหมักหมม และส่งกลิ่นเหม็น

นอกจากนี้ชาวบ้านยังสะท้อนว่า พื้นที่ซึ่งอยู่ลึกเข้าไป เจ้าหน้าที่เขตไม่ได้เข้ามาจัดเก็บขยะทุกวัน ทำให้ชาวบ้านต้องนำขยะมาทิ้งกองรวมกันบริเวณที่ไม่ใช่จุดทิ้งขยะ เกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัย ทั้งนี้ เสียงสะท้อนจากพื้นที่ระบุว่า การแก้ไขปัญหาไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายซับซ้อน หรือใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่แต่อย่างใด เพียงแค่ กทม.จัดการระบบพื้นฐานให้ดี กำหนดจุดทิ้งขยะที่ชัดเจน และเข้ามาจัดเก็บขยะให้ตรงเวลาและบ่อยครั้งขึ้น ก็เพียงพอที่จะคืนความสะอาดให้ชุมชนได้

ขณะเดียวกัน ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 14 ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณตลาดอากง ซอยเจริญพัฒนา 7 เขตคลองสามวา โดย ดร.มัลลิกา กล่าวว่า กทม.ในอนาคตต้องเป็นเมืองแห่งโอกาส ที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิต ทำงาน ท่องเที่ยว และสร้างรายได้อย่างปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้แนวคิด Human Innovation ที่ผสานเทคโนโลยีและความเข้าใจมนุษย์เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้คนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน

ส่วนนายชัชชาติ ได้เปิดตัวป้ายหาเสียงเชิงศิลปะใหม่ สัปดาห์ที่ 2 โดยหลังจากสัปดาห์แรกของแคมเปญสื่อหาเสียงเชิงศิลปะของทีมชัชชาติ ที่ได้ศิลปินอย่าง Uninspired by Current Event มาสร้างสรรค์ผลงาน 3D Art จากแนวคิด 250+ นโยบาย และจัดแสดงบน LED บิลบอร์ดในพื้นที่จตุรทิศและสยามสแควร์

ล่าสุดได้เปิดตัวผลงานสื่อหาเสียงเชิงศิลปะใหม่เป็นสัปดาห์ที่ 2 ด้วยผลงาน “flowers for everyone” โดย Juli Baker and Summer ศิลปินแนว naive art ที่มีฝีแปรงและผลงานสีสันสดใสเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายทอดจากความทรงจำ ประสบการณ์ส่วนตัว และความรู้สึกในชีวิตประจำวัน โดยศิลปินอธิบายว่า เธอชอบไปสวนสาธารณะ เพราะสวนเป็นพื้นที่ของทุกคน ทุกชนชั้น ทุกอาชีพ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าไปใช้ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน และอยากให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่แบบนี้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ แคมเปญสื่อหาเสียงของทีมชัชชาติ เกิดจากแนวคิดที่ไม่ต้องการใช้ป้ายหาเสียงบนทางเท้า หรือพื้นที่สาธารณะ จึงเป็นที่มาของแคมเปญสื่อหาเสียงศิลปะ บน LED บิลบอร์ด เปลี่ยนพื้นที่โฆษณากลางเมือง ให้เป็นพื้นที่ศิลปะชั่วคราว แคมเปญดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบาย City as Canvas ที่ต้องการเปิดพื้นที่เมืองให้ศิลปิน นักออกแบบ นักศึกษา และชุมชน ได้ร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะในชีวิตประจำวัน

สำหรับป้ายหาเสียงประเภท LED บิลบอร์ดนี้จะหมุนเวียนจัดแสดงบนจอสัปดาห์ละ 2-3 จุด ตลอดทั้งเดือน โดยมีศิลปินหลากรุ่น หลายสไตล์ เข้าร่วมแคมเปญกว่า 20 คน นอกจาก LED บิลบอร์ด ทีมชัชชาติยังใช้สื่อหาเสียงรูปแบบอื่นด้วย

ด้านนายวิโรจน์ ลัคนาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟชบุ๊กว่า เนื่องจากมีประชาชนในเขตพระนครสอบถามผมเข้ามามาก ว่าผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคนั้นเป็นใครกันแน่ เพราะพบว่ามีผู้สมัคร 2 ท่าน ที่ใช้ป้ายหาเสียงเป็นโทนสีส้ม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้สมัคร ส.ก.ทั้งสองท่าน ตลอดจนประชาชนที่ต้องออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ขออนุญาตชี้แจง เพื่อให้เกิดความชัดเจน ว่าผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคประชาชน เราชื่ออดิเจษฎ์ ประยูรพฤกษ์ เบอร์ 5 สังเกตรูปที่ป้าย และรูปที่ติดบอร์ด จะมีโลโก้พรรค สามเหลี่ยมหัวกลับสีส้ม ส่วนอีกท่านที่ชื่อศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม ที่ป้ายเขียนว่า ส.ก.ของประชาชน เป็นผู้สมัครอิสระ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับพรรคประชาชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top