537.jpg
สค.1 ไม่ใช่กรรมสิทธิ์เด็ดขาด! ’ทนายคดีเขากระโดง’ ออกโรงชี้ ‘รฟท.’ ไม่จำเป็นต้องถือ ‘สค. 1’

สค.1 ไม่ใช่กรรมสิทธิ์เด็ดขาด! ’ทนายคดีเขากระโดง’ ออกโรงชี้ ‘รฟท.’ ไม่จำเป็นต้องถือ ‘สค. 1’

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.30 น.

สค.1 ไม่ใช่กรรมสิทธิ์เด็ดขาด! ’ทนายคดีเขากระโดง’ ออกโรงชี้ ‘รฟท.’ ไม่จำเป็นต้องถือ ‘สค. 1’ หรือ ‘โฉนด’ เหมือน ‘เอกชน’ สามารถอ้างสิทธิตามกฎหมายเฉพาะในฐานะ ‘หน่วยงานรัฐ’ ได้ ย้ำ ‘รถไฟ’ ต้องพิสูจน์สิทธิในที่ดินด้วยหลักฐานทางกฎหมายประกอบอื่นให้ครบถ้วน

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายชนินทร์ แก่นหิรัญ   ทนายความรับผิดชอบคดีเขากระโดง โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า มีประเด็นน่าสนใจ เกี่ยวกับเอกสารที่ปรากฏในสื่อหลายสำนัก ในหลายช่องทาง คือ สค.1 หรือหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดิน ของ รฟท. เพื่อเป็นความรู้และความเข้าใจของ ผู้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมจะให้ความเห็นจากภาพ ส.ค.1 ที่ปรากฎ โดยไม่ด่วนสรุปว่าเอกสารจริงหรือเท็จ พบประเด็น ที่จะข้อสังเกตไว้หลายประการ คือ


ประการแรก เอกสารฉบับนี้เป็นเพียง ส.ค.1 หรือแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน มิใช่เอกสารสิทธิ และมิใช่หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ การมี ส.ค.1 จึงพิสูจน์ได้เพียงว่ามีการ “แจ้ง” ต่อทางราชการในวันเวลานั้นว่าผู้แจ้งอ้างว่าครอบครองที่ดินอยู่เท่านั้น แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่ามีสิทธิครอบครองจริง หรือเป็นเจ้าของที่ดินจริง

ประการที่สอง หากพิจารณาจากตัวเอกสารเอง จะเห็นว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งครอบครองที่ดินเป็นเนื้อที่ประมาณ 5,083 ไร่ โดยระบุลักษณะที่ดินว่าเป็น “ทางรถไฟ” แต่คำถามสำคัญคือ การรถไฟครอบครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดจริงหรือไม่ในวันที่แจ้ง   เพราะเจตนารมณ์ของ ส.ค.1 ตามกฎหมายที่ดิน มุ่งหมายให้ผู้ที่ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมาแจ้งการครอบครอง มิใช่เพียงแจ้งอ้างสิทธิในพื้นที่กว้างขวางโดยยังไม่มีการใช้ประโยชน์จริงทุกส่วน

ประการที่สาม ในช่องสาเหตุการได้มา มีการอ้างถึง “พระราชกฤษฎีกา” แต่จากเอกสารที่ปรากฏไม่ได้ระบุรายละเอียดของพระราชกฤษฎีกาฉบับใด วันเดือนปีใด หรือประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มใด ซึ่งหากจะใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนสิทธิในที่ดิน ย่อมควรสามารถตรวจสอบที่มาของพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

ประการที่สี่ แม้การรถไฟจะยื่น ส.ค.1 ได้ แต่ในทางกฎหมาย การยื่น ส.ค.1 ไม่ได้ทำให้การรถไฟมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป การแจ้งการครอบครองเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์สิทธิเท่านั้น
มีประเด็นชวนคุยต่อไปว่า “เหตุใดการรถไฟจึงไม่สามารถขอออกเอกสารสิทธิได้เหมือนประชาชน”

คำตอบอยู่ที่หลักฐานพิสูจน์สิทธิที่การรถไฟอ้าง

หากการรถไฟอ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็น “ที่ดินของรัฐ” หรือ “ที่ดินหวงห้ามเพื่อกิจการรถไฟ” ตามกฎหมายเฉพาะ การรถไฟก็ไม่จำเป็นต้องขอออกโฉนดเหมือนเอกชน เพราะโฉนดเป็นหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดินสำหรับเอกชนเป็นหลัก

แต่ในทางกลับกัน เมื่อการรถไฟไม่ถือโฉนดหรือเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน การรถไฟก็ต้องพิสูจน์สิทธิของตนด้วยหลักฐานประเภทอื่น เช่น  กฎหมายที่ให้อำนาจได้มา ,พระราชกฤษฎีกา ,ประกาศกำหนดเขต ,แผนที่ที่กฎหมายรับรอง ,หลักฐานการเข้าครอบครองและใช้ประโยชน์  และ หลักฐานการกันเขตที่ดินอย่างชัดเจน

ดังนั้น ปัญหาสำคัญของคดีเขากระโดงจึงไม่ใช่ว่าการรถไฟมีหรือไม่มี ส.ค.1 แต่เป็นว่า การรถไฟสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่า พื้นที่ที่อ้างถึง 5,083 ไร่นั้น มีขอบเขตอยู่ตรงไหน ครอบคลุมถึงที่ดินแต่ละแปลงที่ประชาชนถือโฉนดอยู่จริงหรือไม่ และมีหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอจะลบล้างเอกสารสิทธิที่รัฐออกให้ประชาชนในอดีตได้หรือไม่

กล่าวโดยสรุป ส.ค.1 ฉบับนี้เป็นเพียงหลักฐานว่าการรถไฟเคยแจ้งการครอบครองพื้นที่ไว้ในปี 2498 แต่ยังไม่ใช่หลักฐานเด็ดขาดของกรรมสิทธิ์ และยังไม่ใช่หลักฐานที่พิสูจน์โดยตัวเองว่าที่ดินทุกแปลงในพื้นที่ 5,083 ไร่เป็นของการรถไฟทั้งหมด เพราะยังต้องพิสูจน์แนวเขตและสิทธิในที่ดินตามหลักฐานอื่นประกอบอีกหลายส่วน    ความเห็นนี้ว่ากันตามเนื้อผ้า ไม่มีอคติ นะครับ แต่อาจขัดใจ

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top