542.jpg
'โพยไม่ผิด'แล้วจบจริงหรือ? อดีตผู้พิพากษา ชำแหละปม ฮั้ว สว. ชี้กฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทาง

'โพยไม่ผิด'แล้วจบจริงหรือ? อดีตผู้พิพากษา ชำแหละปม ฮั้ว สว. ชี้กฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทาง

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.30 น.

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า "โพยไม่ผิด" แล้วจบจริงหรือ ส่องปมร้อน "ฮั้ว สว." เมื่อกฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทางกัน!

กลายเป็นมหากาพย์ระดับประเทศที่สังคมไทยกำลังตั้งคำถามตัวโต ๆ เกี่ยวกับประเด็น "โพยเลือก สว." ยิ่งล่าสุดเมื่อมีการเปิดคลิปวิดีโอแฉขบวนการเลือกตั้ง สว. จนนำไปสู่การตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้กันอย่างดุเดือด เรื่องนี้จึงไม่ได้มีเพียงแค่มิติตัวบทกฎหมายทื่อ ๆ เท่านั้น แต่ยังมีเงื่อนงำทางพฤติกรรมศาสตร์ และวิกฤตศรัทธาขององค์กรอิสระซ่อนอยู่ชวนให้เราต้องคิดตาม! 


ฝั่ง สว. นำร่องกางตำราโต้: "มีโพยไม่ใช่ความผิด"

การแถลงข่าวของ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ และ พล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สมาชิกวุฒิสภา ถือเป็นหัวใจหลักของฝั่ง สว. เสียงข้างมากที่ยื่นยันว่า "การมีโพยไม่ผิดกฎหมาย"  โดยงัดเหตุผลและกลยุทธ์มาสู้ดังนี้:

• มีคำสั่งศาลคุ้มครอง: อ้างคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า กฎหมายไม่ได้บัญญัติห้ามนำโพยหรือเอกสาร (สว. 3) เข้าสถานที่เลือกตั้ง (อท 13/2568) ดังนั้นประชาชนย่อมมีเสรีภาพที่จะทำได้เพื่อความสะดวกในการจำหมายเลข

• โจมตีที่มาของหลักฐาน: ตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายเปิดโปง (พรรคประชาชน) ว่า ไปเอาคลิปวิดีโอมาจากไหน? ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่? หรือขโมยมาจากสำนวนเพื่อเน้นทำคอนเทนต์ "เอาอดไลก์ยอดแชร์" 

• เธอก็ทำ ฉันก็ทำ (Whataboutism): พล.ต.ต.สุนทร แฉกลับว่า ฝั่ง สว. เสียงข้างน้อยเองก็มีโพยและมีการนัดประชุมจัดตั้งที่โรงแรมเช่นกัน ดังนั้นหากจะตรวจสอบ ก็ต้องตรวจให้เป็นธรรม "ทั้งสองฝั่ง" ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ 

ช่องว่างระหว่าง "เทคนิคกฎหมาย" กับ "โลกความจริง"

ในแง่หนึ่ง ข้อโต้แย้งของ กกต. และ สว. มีน้ำหนักทางกฎหมายเชิงเทคนิค (Legal Loophole) เพราะไม่มีกฎหมายแม่บทเขียนห้ามไว้ แต่ในโลกความเป็นจริง สังคมกำลังมองว่า "เรากำลังเดินกันคนละเรื่อง" 

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: โพยก็เหมือน "มีดพับปอกผลไม้" ในทางกฎหมายใคร ๆ ก็พกได้ไม่ผิด แต่ถ้าคนนับร้อยพกมีดรุ่นเดียวกัน เดินเข้าตึกเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน พร้อมมีสลิปโอนเงินโผล่

มา... การบอกว่า "แค่พกมาปอกผลไม้" ย่อมขัดต่อสามัญสำนึก!

ดังนั้น ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่อง "กระดาษหนึ่งแผ่น" แต่แยกออกเป็นสองมิติ:

1.โพยในฐานะสิทธิ: ทุกคนจดเพื่อกันลืมได้ (ไม่ผิดกฎหมาย) 

2. โพยในฐานะพยานหลักฐาน: หากโพยนั้นลงล็อกกับคะแนนที่ออกมาอย่างเป็นระบบ (Block Vote) ชนิดที่ขัดหลักสถิติคณิตศาสตร์ บวกรวมกับเส้นทางการเงินแปลก ๆ (เช่น ค่าฉีดทุเรียน, ค่าบูชาไอ้ไข่) โพยนั้นจะกลายเป็น "พิมพ์เขียว" หลักฐานมัดตัวขบวนการจัดตั้งทันที! 

คำชี้แจงของ กกต. กับ "วิกฤตอัมพาตทางความศรัทธา"

ที่ผ่านมา แถลงการณ์ของสำนักงาน กกต. มักตอบเฉพาะมุมกฎหมายว่าตน "ไม่มีอำนาจห้าม" แต่สังคมยังคาใจว่า ทำไมในอดีต กกต. เคยออกระเบียบห้าม (ก่อนโดนศาลปกครองเพิกถอน) สะท้อนว่า กกต. เองก็เคยรู้ว่าพฤติกรรมนี้เสี่ยงต่อการทุจริต แต่พอศาลสั่งเพิกถอน กกต. กลับไม่มีมาตรการเชิงรุกมาป้องกันความเสี่ยงเลย 

ยิ่งไปกว่านั้น การเกิด "มติขัดกันเองภายใน" ระหว่าง:

คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 (+DSI): เห็นว่ามีมูลความผิดชัดเจน เสนอเซ็นสอย สว. 138 คน และส่งผลกระทบอีก 91 ราย รวมทั้งสิ้น 229 ราย

คณะอนุกรรมการชุดที่ 36: กลับมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ "ยกคำร้องทั้งหมด"

ประกอบกับข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ กกต. บางท่านมาจาก สว. ชุดที่ถูกล่าวหา ยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามถึงกระบวนการ "ฟอกขาว" จนเกิดสภาวะอัมพาตทางความศรัทธา 

ผ่าทางตัน: ทางออกเดียวเพื่อกู้คืนระบบ

หาก กกต. ต้องการหลีกเลี่ยงข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (ม.157) และกู้ศรัทธากลับคืนมา นักวิชาการและสังคมได้เสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมไว้ 3 ข้อ:

1.ส่งคดีให้ศาลฎีกาชี้ขาด: โยนสำนวนและหลักฐาน (รวมถึงโพยที่ริบมาได้) ให้สถาบันตุลาการกระแสหลักเป็นผู้พิจารณา ซึ่งเป็นทางลงที่สง่างามที่สุด 

2. ขยายผลเส้นทางการเงิน: ต้องชี้แจงให้ชัดว่า โพยที่ยึดมาได้โยงไปถึงสลิปการโอนเงินในกลุ่มจัดตั้งหรือไม่ 

3. ใช้บรรทัดฐานดิจิทัลมาเทียบเคียง: ในเมื่อศาลเคยสั่งตัดสิทธิ 10 ปีคดีทุจริตจากการส่งขอคะแนนผ่านแอปฯ Line มาแล้ว โพยกระดาษที่มีเจตนาจัดตั้งก็ไม่ควรถูกยกเว้น 

บทสรุป: คำถามที่ยังรอคำตอบ

บทสรุปของมหากาพย์นี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า "โพยผิดกฎหมายไหม" เพราะฝั่ง สว. และ กกต. เคลียร์คัตในมุมแคบ ๆ ไปแล้ว... แต่คำถามตัวโต ๆ ที่ประชาชนยังรอฟังคือ:

"พยานหลักฐานแวดล้อมทั้งหมดที่มีอยู่ เพียงพอหรือยังที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า วุฒิสภาชุดนี้ได้มาอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใสจริง ๆ ?"

คำตอบสุดท้ายนี้ คงไม่ได้จบลงที่หน้าไมค์บนเวทีแถลงข่าว แต่อยู่ที่ "ความกล้าหาญทางจริยธรรม" ขององค์กรตรวจสอบ ว่าจะกล้าเปิดเผยความจริงให้สังคมยอมรับได้อย่างแท้จริงหรือไม่! 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top