วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า "โพยไม่ผิด" แล้วจบจริงหรือ ส่องปมร้อน "ฮั้ว สว." เมื่อกฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทางกัน!
กลายเป็นมหากาพย์ระดับประเทศที่สังคมไทยกำลังตั้งคำถามตัวโต ๆ เกี่ยวกับประเด็น "โพยเลือก สว." ยิ่งล่าสุดเมื่อมีการเปิดคลิปวิดีโอแฉขบวนการเลือกตั้ง สว. จนนำไปสู่การตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้กันอย่างดุเดือด เรื่องนี้จึงไม่ได้มีเพียงแค่มิติตัวบทกฎหมายทื่อ ๆ เท่านั้น แต่ยังมีเงื่อนงำทางพฤติกรรมศาสตร์ และวิกฤตศรัทธาขององค์กรอิสระซ่อนอยู่ชวนให้เราต้องคิดตาม!
ฝั่ง สว. นำร่องกางตำราโต้: "มีโพยไม่ใช่ความผิด"
การแถลงข่าวของ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ และ พล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สมาชิกวุฒิสภา ถือเป็นหัวใจหลักของฝั่ง สว. เสียงข้างมากที่ยื่นยันว่า "การมีโพยไม่ผิดกฎหมาย" โดยงัดเหตุผลและกลยุทธ์มาสู้ดังนี้:
• มีคำสั่งศาลคุ้มครอง: อ้างคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า กฎหมายไม่ได้บัญญัติห้ามนำโพยหรือเอกสาร (สว. 3) เข้าสถานที่เลือกตั้ง (อท 13/2568) ดังนั้นประชาชนย่อมมีเสรีภาพที่จะทำได้เพื่อความสะดวกในการจำหมายเลข
• โจมตีที่มาของหลักฐาน: ตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายเปิดโปง (พรรคประชาชน) ว่า ไปเอาคลิปวิดีโอมาจากไหน? ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่? หรือขโมยมาจากสำนวนเพื่อเน้นทำคอนเทนต์ "เอาอดไลก์ยอดแชร์"
• เธอก็ทำ ฉันก็ทำ (Whataboutism): พล.ต.ต.สุนทร แฉกลับว่า ฝั่ง สว. เสียงข้างน้อยเองก็มีโพยและมีการนัดประชุมจัดตั้งที่โรงแรมเช่นกัน ดังนั้นหากจะตรวจสอบ ก็ต้องตรวจให้เป็นธรรม "ทั้งสองฝั่ง" ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ
ช่องว่างระหว่าง "เทคนิคกฎหมาย" กับ "โลกความจริง"
ในแง่หนึ่ง ข้อโต้แย้งของ กกต. และ สว. มีน้ำหนักทางกฎหมายเชิงเทคนิค (Legal Loophole) เพราะไม่มีกฎหมายแม่บทเขียนห้ามไว้ แต่ในโลกความเป็นจริง สังคมกำลังมองว่า "เรากำลังเดินกันคนละเรื่อง"
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: โพยก็เหมือน "มีดพับปอกผลไม้" ในทางกฎหมายใคร ๆ ก็พกได้ไม่ผิด แต่ถ้าคนนับร้อยพกมีดรุ่นเดียวกัน เดินเข้าตึกเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน พร้อมมีสลิปโอนเงินโผล่
มา... การบอกว่า "แค่พกมาปอกผลไม้" ย่อมขัดต่อสามัญสำนึก!
ดังนั้น ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่อง "กระดาษหนึ่งแผ่น" แต่แยกออกเป็นสองมิติ:
1.โพยในฐานะสิทธิ: ทุกคนจดเพื่อกันลืมได้ (ไม่ผิดกฎหมาย)
2. โพยในฐานะพยานหลักฐาน: หากโพยนั้นลงล็อกกับคะแนนที่ออกมาอย่างเป็นระบบ (Block Vote) ชนิดที่ขัดหลักสถิติคณิตศาสตร์ บวกรวมกับเส้นทางการเงินแปลก ๆ (เช่น ค่าฉีดทุเรียน, ค่าบูชาไอ้ไข่) โพยนั้นจะกลายเป็น "พิมพ์เขียว" หลักฐานมัดตัวขบวนการจัดตั้งทันที!
คำชี้แจงของ กกต. กับ "วิกฤตอัมพาตทางความศรัทธา"
ที่ผ่านมา แถลงการณ์ของสำนักงาน กกต. มักตอบเฉพาะมุมกฎหมายว่าตน "ไม่มีอำนาจห้าม" แต่สังคมยังคาใจว่า ทำไมในอดีต กกต. เคยออกระเบียบห้าม (ก่อนโดนศาลปกครองเพิกถอน) สะท้อนว่า กกต. เองก็เคยรู้ว่าพฤติกรรมนี้เสี่ยงต่อการทุจริต แต่พอศาลสั่งเพิกถอน กกต. กลับไม่มีมาตรการเชิงรุกมาป้องกันความเสี่ยงเลย
ยิ่งไปกว่านั้น การเกิด "มติขัดกันเองภายใน" ระหว่าง:
คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 (+DSI): เห็นว่ามีมูลความผิดชัดเจน เสนอเซ็นสอย สว. 138 คน และส่งผลกระทบอีก 91 ราย รวมทั้งสิ้น 229 ราย
คณะอนุกรรมการชุดที่ 36: กลับมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ "ยกคำร้องทั้งหมด"
ประกอบกับข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ กกต. บางท่านมาจาก สว. ชุดที่ถูกล่าวหา ยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามถึงกระบวนการ "ฟอกขาว" จนเกิดสภาวะอัมพาตทางความศรัทธา
ผ่าทางตัน: ทางออกเดียวเพื่อกู้คืนระบบ
หาก กกต. ต้องการหลีกเลี่ยงข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (ม.157) และกู้ศรัทธากลับคืนมา นักวิชาการและสังคมได้เสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมไว้ 3 ข้อ:
1.ส่งคดีให้ศาลฎีกาชี้ขาด: โยนสำนวนและหลักฐาน (รวมถึงโพยที่ริบมาได้) ให้สถาบันตุลาการกระแสหลักเป็นผู้พิจารณา ซึ่งเป็นทางลงที่สง่างามที่สุด
2. ขยายผลเส้นทางการเงิน: ต้องชี้แจงให้ชัดว่า โพยที่ยึดมาได้โยงไปถึงสลิปการโอนเงินในกลุ่มจัดตั้งหรือไม่
3. ใช้บรรทัดฐานดิจิทัลมาเทียบเคียง: ในเมื่อศาลเคยสั่งตัดสิทธิ 10 ปีคดีทุจริตจากการส่งขอคะแนนผ่านแอปฯ Line มาแล้ว โพยกระดาษที่มีเจตนาจัดตั้งก็ไม่ควรถูกยกเว้น
บทสรุป: คำถามที่ยังรอคำตอบ
บทสรุปของมหากาพย์นี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า "โพยผิดกฎหมายไหม" เพราะฝั่ง สว. และ กกต. เคลียร์คัตในมุมแคบ ๆ ไปแล้ว... แต่คำถามตัวโต ๆ ที่ประชาชนยังรอฟังคือ:
"พยานหลักฐานแวดล้อมทั้งหมดที่มีอยู่ เพียงพอหรือยังที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า วุฒิสภาชุดนี้ได้มาอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใสจริง ๆ ?"
คำตอบสุดท้ายนี้ คงไม่ได้จบลงที่หน้าไมค์บนเวทีแถลงข่าว แต่อยู่ที่ "ความกล้าหาญทางจริยธรรม" ขององค์กรตรวจสอบ ว่าจะกล้าเปิดเผยความจริงให้สังคมยอมรับได้อย่างแท้จริงหรือไม่!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี