542.jpg
รธน.ส่อเดือด  ภท.สอนผู้นำฝ่ายค้าน  ชี้อย่าดันทุรังเสี่ยงพัง

รธน.ส่อเดือด ภท.สอนผู้นำฝ่ายค้าน ชี้อย่าดันทุรังเสี่ยงพัง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“นิกร” สอนเชิง “เท้ง” เป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน” ต้องรับผิดชอบความหวังปชช.ชี้เลือกตั้ง “ส.ส.ร.” เสี่ยงขัดรธน.-ถูกร้องจริยธรรม ชี้รัฐสภาชะลอแก้รอร่างภาคปชช.ส่อขยับได้รธน.ใหม่เกินปี’72 ด้าน “พริษฐ์” บี้ “ภท.” จริงใจเดินหน้าดันรัฐธรรมนูญใหม่ ยัน “ส.ส.ร.” มาจากการเลือกตั้ง 100% ทำได้ อย่าอ้างคำวินิจฉัยที่คลุมเครือ จ้องออกแบบผูกขาดโดย “ระบอบน้ำเงิน” เลือกผู้ร่าง-ชี้ขาดเนื้อหา

เมื่อวันที่ 22มิถุนายน2569 ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุถึงแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่สามารถให้มีคูหาเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้ เพราะมีผลหารือจากตัวแทนกมธ.ของสภากับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า กรณีดังกล่าวเป็นความเห็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกผันกับทุกองค์กร ดังนั้นสิ่งที่ตนให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้น ไม่ได้บิดเบือน ทั้งนี้ ความเป็นนักการเมืองที่เดินนำประชาชนไปทางใดต้องรับผิดชอบ การยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือพิจารณาเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมือง และการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ที่หากผิดพลาดจะมีความสุ่มเสี่ยง อย่างไรก็ดี ในวันที่ 23 มิ.ย.69 เวลา 11.00 น.ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะหารือต่อประเด็นดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่า จะปรับปรุงร่างแก้รัฐธรรมนูญที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า จะยืนตามเดิน เพราะเนื้อหาที่ทำนั้น เป็นสิ่งที่ประชาชนหวังได้


เตือนปชน.อย่าดับความหวังแก้รธน.

“ผมมองว่าหัวหน้าพรรคประชาชนมีปัญหาเสมอ ทั้งการทำเอ็มโอเอและยกร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รอบที่แล้วที่เกือบแล้วเสร็จ แต่กลับบอกเองว่าไม่ยอมรับทำให้คว่ำร่างแก้ไข จนนำไปสู่การยุบสภา ทำให้เรือจมไปอีกลำ เท่ากับตัดความหวังประชาชน การเป็นผู้นำฝ่ายค้าน คือเป็นกัปตันเรือลำใหญ่ ระวังการพาเรือที่บรรทุกความหวังของประชาชน ทั้งที่ความสุ่มเสี่ยงและระวังลูกเรือตัวเองด้วย เพราะ ที่บอกว่าเลือกตั้งได้100% ยังมีปัญหาสุ่มเสี่ยงผิดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ก่อนปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาต้องปฏิญาณตนถือเป็นข้อผูกมัดที่ต้องทำให้ถูกต้อง หากสุ่มเสี่ยงทำไปจะถูกร้อง แล้วจะรับผิดชอบไหวหรือไม่” นายนิกร กล่าว

ถ้ารอร่างภาคปชช.อาจเสร็จปี2572

เมื่อถามถึงการชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภา เพื่อรอร่างแก้ไขของภาคประชาชนที่อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อ นายนิกร กล่าวว่า อยู่ที่กรรมการประสานงานรัฐสภาหารือร่วมกัน อย่างไรก็ดีทราบว่า มีการพูดคุยกันว่า จะรอร่างแก้รัฐธรรมนูญของประชาชน แต่ในมุมของตนมองว่าหากรอจะทำให้ต้องใช้เวลาได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพิ่มมากขึ้น เพราะจากที่ตั้งใจพิจารณาวาระแรก วันที่ 7-8 ก.ค. นี้ หากรอฉบับประชาชน จะทำให้ต้องรอเข้ารัฐสภาสมัยประชุมหน้า เพราะกระบวนการของภาคประชาชนเมื่อยื่นต่อรัฐสภาแล้วต้องตรวจสอบรายชื่อ 30 วัน และต้องนำไปรับฟังความเห็นประมาณ 45 วัน ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้

คิดแก้รธน.จริงอย่าเล่นการเมือง

“หากจะรอ ต้องรับกันให้ได้ว่าจะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช้าไปอีกสมัยประชุม และจะทำให้เวลาทำรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่คำนวณแล้วจะได้ในปลายปี2572 ต้องขยับไปอีก อย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นทำกฎหมายลูกอีก 8 เดือน แต่หากช้าไปอีก อย่าโทษใส่รัฐบาล ขณะนี้ทราบว่ามีการดึงร่างออกไปเพื่อปรับแก้ไขใหม่ อย่างรอบที่แล้วเสียเวลาไป 3 ปี ฟาล์ว 2-3 ครั้ง ทั้งที่พยายามทำให้เสร็จในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ เมื่อทำไม่ได้อย่ามาโทษรัฐบาล เพราะไม่แฟร์ อย่าเห็นการเมืองเป็นหลัก เรื่องรัฐธรรมนูญไม่ควรนำมาเล่นการเมือง ทั้งนี้ ประชาชนที่ออกเสียงประชามติ 21 ล้านเสียง คาดหวังกับรัฐสภา หากจะทำให้ถึงเป้าหมายอย่าเล่นการเมือง อย่าทำให้ประชาชนฝันค้าง” นายนิกร กล่าว

เมื่อถามว่ามองว่าเรื่องที่เห็นแย้งกันจะมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า มีแน่นอน แต่รอบนี้จะมีการยื่นผิดจริยธรรมด้วย ดังนั้นการทำเรื่องดังกล่าวอย่าลืมบางอย่างแล้ววิ่งใส่กำแพง เพราะจะทำให้ประชาชนที่ตามหลังชนกำแพงไปด้วย อย่าคิดว่าติดตรงไหนไม่สนใจ การทำหน้าที่ต้องมีความรับผิดชอบกับความคาดหวัง ต้องทำให้เสำเร็จไม่ใช่ขอแค่ได้ทำ เรื่องนี้เราจะยืนในสิ่งที่ทำได้ไม่ขัด และต้องพิจารณาบนนิติรัฐด้วย ต้องนำเรือไปในที่ที่ปลอดภัยไม่ใช่ชนจนล่ม หากจะเอาแบบนั้นก็เอาของพรรคใครพรรคมันไปเลย เมื่อเสียงครบแล้วก็ยื่นแล้วไปว่ากันในรัฐสภา ไม่ใช่เอาขาไปขัดลูกของคนอื่นตามคาวามเชื่อของตนเอง หากเขียนเลือกสสร.โดยตรง เป็นความสุ่มเสี่ยงมีปัญหา ก็ไม่เอา จากนี้ก็ทางใครทางมัน เป้าหมายอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ล้มคนที่อยู่ข้างๆ

’พริษฐ์‘บี้‘ภท.’จริงใจทำรธน.ใหม่

ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เงาของพรรคประชาชน ครั้งที่7ว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนว่าต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ได้ระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แม้ว่าเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าวและสร้างข้อจำกัดในการเดินหน้า สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง นี่จึงเป็นที่มาที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ของสมาชิกวุฒิสภา และ คณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ของสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับ คำวินิจฉัยดังกล่าว และเพื่อทวงคืนสิ่งที่เรามองว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งส.ส.ร.

ยันสสร.มาจากเลือกตั้ง100%ทำได้

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า โดยผลการหารือประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้งสสร.ได้ ซึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/ 2568 เป็นเพียงแค่การห้ามไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งนั่นหมายความว่าประชาชนสามารถเลือกตั้งสสร. โดยตรงได้ โดยสสร.ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นอาจจะมีอำนาจในการแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างและมีอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างได้จัดทำ

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงข้อกังวลต่างๆว่า มีหลายคนมองว่าผลการหารือไม่เท่ากับคำวินิจฉัย ซึ่งเราเข้าใจดีแต่เป็นการขยายความหรืออธิบาย คำวินิจฉัยเดิมที่มีความคลุมเครือ และตนมองว่าเป็นการทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นว่าการเดินหน้าต่อของเราอะไรที่จะขัดหรือไม่ขัดกับคำวินิจฉัย บางคนบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของตุลาการ ที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น จึงขอย้ำว่า แม้ในวันประชุมหารือ จะมีเพียงประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คนเท่านั้นแต่ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ำว่าสิ่งที่จะอธิบายในที่ประชุมไม่ได้เป็นความเห็นส่วนตัวของเขา เพราะขณะที่วินิจฉัยเรื่องนี้ไม่ได้วินิจฉัยข้อจำกัดใดๆ เรื่องการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่จะขยายความในที่ประชุมคือการอธิบายความเห็นของที่ประชุมร่วมกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก่อนที่จะมีการออกคำวินิจฉัยกลาง18/2568ออกมา

อ้างความเห็นปธ.ศาลรธน.ปี2567

เมื่อถามถึงกรณีที่ สส.จากพรรคภูมิใจไทยบางคน พยายามหยิบยกว่า การหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะแบบนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี67 ซึ่งตอนนั้นได้ข้อสรุปว่าทำประชามติ 2 รอบได้ แต่พอท้ายที่สุดคำวินิจฉัยของปี68บอกว่า ต้องทำประชามติ 3ครั้ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนั้นสะท้อนให้เห็นว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้ ตนจึงต้องย้ำว่า การโต้แย้งในลักษณะดังกล่าวเป็นการโต้แย้งบนข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน ผลการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญในวันนั้นชัดเจนว่า สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยทำประชามติแค่ 2รอบได้ โดยรอบแรกจะต้องถาม 2คำถาม และเมื่อดูคำวินิจฉัย 18/2568 ก็พูดชัดว่าสามารถทำประชามติ 2 รอบได้แต่รอบแรกอาจจะต้องมี 2คำถาม ฉะนั้นคำวินิจฉัยที่ 18/2568 เกี่ยวกับเรื่องการทำประชามติ สอดคล้องกับผลการหารือกับทางประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 67

ปชน.ลุย4ประเด็นทำรธน.ฉบับใหม่

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้ โดยแบ่งเป็น 4ประเด็น คือ 1.พรรคประชาชนจะเดินหน้าในการผลักดันให้มีสสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยจะนำข้อสรุปจากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญ เข้าหารือกับที่ประชุมสส.พรรคประชาชนในวันพรุ่งนี้ว่าจำเป็น จะต้องมีการปรับปรุงร่างที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งส.ส.ร.100% 2.ขอเชิญชวนประชาชนในการร่วมลงชื่อให้กับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่มีการเสนอให้มีการเลือกตั้งสสร.จากประชาชน 100% เช่นกัน ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 23,000 กว่ารายชื่อ ซึ่งจะต้องให้ถึง 50,000รายชื่อ ถึงจะส่งเข้าสู่การประชุมรัฐสภาได้ หวังว่าร่างของภาคประชาชนนั้นจะได้ถูกพิจารณาในวาระ1 พร้อมกับร่างของพรรคการเมือง

ซัด’ภท.’อย่าผูกขาด้วยระบอบน้ำเงิน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุนสสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ได้ยื่นร่างไปแล้ว แต่ไม่ได้มีสสร.จากประชาชน 100% อยากให้พรรคการเมืองเหล่านั้น หารือกันภายในพรรคว่าจะมีการทบทวนร่างของตนเอง เพื่อมาร่วมกับเราในการผลักดันสสร.ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่และ4.อยากสื่อสารกับพรรคภูมิใจไทยเนื่องจากว่ามีสส.จากพรรคภูมิใจไทยหลายคนออกมาให้ความเห็นในกรณีดังกล่าวว่า หากพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่ อยากจะเห็นสสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบและมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่า จะร่วมกันผลักดันสสร.ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างไร แต่หากพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงไว้อยู่แล้วว่าต้องการจะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งส.ส.ร.ออกไปเพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน ที่จะสามารถเข้ามาผูกขาดในการเลือกผู้ร่างและผู้ที่ชี้ขาดเนื้อหา ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้” นายพริษฐ์ กล่าว

สงสัยตั้งธงไม่ให้มีการเลือกตั้งสสร.

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เราจะโต้แย้งอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าคำวินิจฉัย 18/2568 มีความคลุมเครือ ซึ่งเราพยายามขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าว ซึ่งในที่ประชุมก็มีสส.พรรคภูมิใจไทยร่วมประชุมกับประธานศาลรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจจริงๆเรื่องการสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งสสร.เหมือนกับที่เคยประกาศเมื่อมีข้อมูลใหม่นี้มาควรจะเห็นปฏิกิริยาแบบไหน ถ้านั้นเมื่อมีข้อมูลใหม่แบบนี้มาปฏิกิริยาที่ควรจะเห็นคือการที่พรรคภูมิใจไทย มาประชุมร่วมกับพรรคการเมืองอื่นว่า ในเมื่อมีข้อมูลใหม่เช่นนี้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นเช่นนี้ เราจะออกแบบ แนวทางในการเลือกตั้ง สสร.อย่างไร แต่เราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้สิ่งที่เราเห็นตลอด 2 วันที่ผ่านมาคือ แกนนำพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 3คน เรียงคิวกันออกมาพยายามปฏิเสธความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้ จึงอดสงสัยไม่ได้ ที่มีปฏิกิริยาเช่นนี้ เป็นการยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยมีธงอยู่แล้วว่า ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งสสร.แล้วที่ผ่านมาก็พยายามจะเอาคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือมาเป็นข้ออ้างในการปัดตกเรื่องของสสร. เลือกตั้ง ทำให้เขาสามารถออกแบบสสร.ที่เขาสามารถผูกขาด ทั้งการคัดเลือกผู้ร่างและการชี้ขาดเนื้อหาได้

ชี้อยากได้การเมืองแบบฮั้วกันได้

“ถ้ามองภาพใหญ่ตอนนี้ สิ่งที่ระบอบสีน้ำเงินต้องการคือ ต้องการระบบการเมืองที่เปิดช่องให้สามารถฮั้วกันได้ทั้งกระดาน ซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จดังกล่าว 2 ทางด้วยกัน คือ 1.ทำยังไงก็ได้ให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลงและเราต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบบการเมือง ที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน 2.หากต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าไปได้ เขาก็ต้องพยายามทำให้การเดินหน้านั้นเป็นการเดินหน้าที่อยู่บนเงื่อนไข ที่เขาสามารถผูกขาด การคัดเลือกผู้ล่างและชี้ขาดเนื้อหาได้ซึ่ง รูปธรรมของสิ่งนั้นคือเนื้อหาของร่าง เพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอเข้ามา” นายพริษฐ์กล่าว

ตกลงกันไม่ได้-รอดูท่าทีพรรคอื่น

เมื่อถามว่า มีความแตกต่างกันหรือไม่ที่ประชาชนสามารถเลือก สสร.ได้ แต่ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้ยกร่างได้ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในฐานะพรรคประชาชน เราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยการมีประโยคที่เติมเข้ามาว่า ประชาชนไม่อาจเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่เมื่อออกมาเป็นเช่นนี้คือทำยังไงให้เราทวงคืนสิทธิ์อันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร.ให้ได้มากที่สุด และคำตอบที่ได้รับคือ ประชาชนสามารถเลือกตั้งสสรโดยตรงได้ แต่เมื่อมีสสร.ที่มาจากการเลือกตั้งแล้วจะไปแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างอีกทีหนึ่งก็เป็นสิ่งที่กระทำได้ ซึ่งนี่เป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนจากความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับข้อจำกัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า หากตกลงกันไม่ได้จำเป็นจะต้องเขียนคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นจะต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคการเมืองอื่นจะดำเนินการอย่างไรต้องรอดูท่าทีของเขา

‘หนู’ซัดขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของสส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง โดย นายกฯกล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย คนอื่นไม่ต้องมายุ่ง เมื่อถามถึงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวเสมือนเป็นการเสียดสีนายกฯว่าคนที่ไม่มีตำแหน่งให้รีบออกมาทำผลงานปกป้อง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)นั้น นายกฯกล่าวว่า เอาที่สบายใจ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด เมื่อถามย้ำว่า นายกฯมองว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยในขณะนี้ยังทำงานได้ดีใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประเมินอยู่เรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ต้องดูความทุ่มเทและความมุ่งมั่นด้วย แต่ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชาหลัก ถ้าเห็นว่าตรงไหนน่าจะทำได้ดีกว่า เราก็แนะนำ เมื่อถามอีกว่าส่วน 1 ปี จะนานไปหรือไม่กับการที่จะวัด KPI รัฐมนตรี นายกฯ กล่าวเพียงว่า วันนึงก็นานไปแล้ว

‘ไอซ์’โพสต์แซะรีบโอ๋’ไชยชนก’

ก่อนหน้านี้ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ประกาศ สส.ภูมิใจไทย ท่านไหน โดยเฉพาะที่มีตำแหน่งแห่งที่ ถ้ายังไม่ได้ออกมาปกป้อง TH-AI Passport หรือยังไม่ได้แสดงตัวโอ๋คุณไชยชนก รีบเลยนะคะ ตอนนี้คนที่ไม่มีตำแหน่ง แข่งกันทำคะแนนใหญ่ เห็นใจค่ะ แทนที่จะวัดฝีมือการทำงานต้องมาแข่งอะไรแบบนี้”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top