วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บิ๊กเต่าอุบไต๋โกงสอบท้องถิ่น
เค้นปลัดภูเก็ต
คดีเรียกเงินบรรจุขรก.ใต้
ส่งศาลได้ประกันรอดคุก
แย้มรอจังหวะแถลงใหญ่
'มศว'คายข้อมูลให้ปปช.
“บิ๊กเต่า” ลุยเองสอบปากคำปลัดจังหวัดภูเก็ต คดีเรียกรับเงินบรรจุข้าราชการ ก่อนส่งศาลฝากขังแต่ได้ประกันตัวรอดคุก เผยผู้ต้องหา ยังไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก อุบไต๋ปมโยงคดีโกงข้อสอบ ที่กำลังอื้อฉาวหรือไม่ เปิดเบื้องหลังจับปลัดฉาว พบเรียกรับเงินตอนเป็นนายอำเภอ อ้างรู้จักผู้ใหญ่ ด้าน“มศว” พร้อมให้ตรวจสอบ ปมจัดสอบท้องถิ่น ส่งข้อมูลให้ป.ป.ช. แล้ว ถ้าพบผิดจริงฟันไม่เลี้ยงย้ำไม่ตัดสินใครหากไร้หลักฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ภายหลังจากที่ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9เข้าจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่บ้านพักในตัวเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับพร้อมอ่านสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ก่อนเชิญตัวไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ห้องประชุม ภ.จว.ภูเก็ต ทันที เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
โดยการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายรุ่งเรือง ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวม 900,000 บาทโดยอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้ เหตุเกิดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
คุมตัวขออำนาจศาลฝากขัง
ต่อมาเวลา 03.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ ปปป.และกองปราบปราม ได้ควบคุมตัวนายรุ่งเรือง ออกจากห้องประชุมชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ขึ้นรถตู้ เดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 9 จ.สงขลา โดยมีรถตำรวจทางหลวงนำท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดเวลา ซึ่งนายรุ่งเรือง สวมเสื้อแจ๊กเกตสีดำ ใช้ฮู้ดคลุมหัว โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวแต่อย่างใด
ทั้งนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่จะนำตัวนายรุ่งเรือง ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 9 ในความผิดฐาน “เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด, เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจ เจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด” พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเห็นได้ว่า เป็นการกระทำความผิดอาญามีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี เกรงจะหลบหนี และยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
‘บิ๊กเต่า’ลุยสอบปากคำด้วยตัวเอง
เมื่อเวลา 09.35 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เดินทางมายัง สภ.เมืองสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี และเข้าสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมภายในห้องพนักงานสอบสวนใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยผู้สื่อข่าวสังเกตว่า นายรุ่งเรืองมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด และมีท่าทีเงียบตลอดการสอบสวน
ภายหลังการสอบปากคำ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคดีได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อมูลให้รัดกุม พร้อมยืนยันว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้ส่วนการสอบปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ เป็นเพียงการสอบในรายละเอียดบางประเด็น แต่ผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากนัก ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะขยายผลเพิ่มเติมต่อไป
ล่าสุด มีรายงานว่า นายรุ่งเรือง ได้ใช้ตำแหน่งยื่นขอประกันตัว ศาลเห็นว่าตำแหน่งน่าเชื่อถือ อนุญาตและปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมตั้งเงื่อนไข หากผิดนัด ไม่รายงานตัว ปรับ 100,000 บาท หากยุ่งเหยิง กับพยานหลักฐาน จะถอนประกันและนำตัวกลับมาคุมขัง
เปิดเบื้องหลังจับปลัดภูเก็ต
มีรายงานว่าคดีของปลัดจังหวัดภูเก็ตนั้น ถูกกล่าวหาว่าเป็น ตัวกลางเรียกรับเงิน ให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้ จากผู้เสียหายจำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท เหตุเกิดที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ปปป. รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นคดีอาญา กรณีเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ผู้กล่าวหารวม 3 คน ส่วนผู้ต้องหาคือ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต
จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหาย รู้จักกับนายรุ่งเรืองมาตั้งแต่ปี 2563ขณะที่นายรุ่งเรือง เป็น “นายอำเภอ”อยู่ที่อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยผู้เสียหายเคยสมัครสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงติดต่อผู้ต้องหาและมอบเงินให้ เนื่องจากผู้ต้องหารู้จักผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ไม่สามารถช่วยได้จึงมีการแจ้งความดำเนินคดี
ภายหลังพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิด อีกทั้งเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ ก่อนเข้าจับกุมนายรุ่งเรืองในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
มศว ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.
วันเดียวกันมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกแถลงการณ์ อธิการบดี มศว พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ กรณีการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ของสำนักทดสอบทางการศึกษาฯ
ความว่า “ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้ข้อมูลเรื่องข่าวการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า มศว ได้แต่งตั้ง“คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” พร้อมมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูล เอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐอย่างเต็มที่ โดยตอนนี้ได้ส่งข้อมูล เอกสารที่เกี่ยวข้องให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างถูกต้อง
หากผลการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีผู้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยจะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยจะไม่ตัดสินผู้ใดก่อนที่ข้อเท็จจริงจะได้รับการพิสูจน์ เพื่อคุ้มครองความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อีกทั้งมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษา จึงยึดถือความถูกต้อง ความโปร่งใส และพยานหลักฐานเป็นหลักในการดำเนินการทุกขั้นตอน
สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล หรือคลิปในออนไลน์ ซึ่งมีการพาดพิงถึงมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและอธิการบดี ซึ่งอธิการบดียืนยันว่า ข้อมูลที่พาดพิงถึงอธิการบดีไม่เป็นความจริง และพร้อมให้ตรวจสอบตามกระบวนการ ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายแก่ผู้ที่สร้างข้อมูลเท็จและผู้ที่พาดพิงถึงเรื่องที่เป็นข้อมูลเท็จส่งผลทำให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเสียหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
‘จตุพร’ชี้นายกฯต้องสืบหาความจริง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การจ่ายเงินสอบเข้าเป็นข้าราชการ นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ต้องสอบสวนค้นหาความจริงให้เกิดความกระจ่างและลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างไม่ไว้หน้าใดๆ ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบการโกงสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องมีตรงไปตรงมา และเป็นเรื่องที่ดีที่ ตำรวจ ป.ป.ช., ปปป. ล้วนทำหน้าที่เก็บรายละเอียดค่อนข้างครบถ้วน นอกจากนี้ควรขยายผลไปตรวจสอบการสอบของส่วนอื่น หรือหน่วยงานอื่นด้วย
ระบุเป็นขบวนการ‘ถอนทุนคืน’
นายจตุพร ย้ำว่า คนไทยส่วนใหญ่ แม้ไม่ใช่พวกมีฐานะร่ำรวย แต่อยากเป็นข้าราชการ จึงต้องขายที่ดิน ไร่นาสวน เพื่อไปจ่ายแลกกับการเข้ารับข้าราชการ การจ่ายเงินในส่วนท้องถิ่นครั้งนี้ มีมากถึง 9,000 กว่าคน แต่ได้เป็นข้าราชการแค่ 3,000 กว่าคน สิ่งสำคัญหลังจากได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นแล้ว ข้าราชการระดับเล็กจะกลายเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือในถอนทุนคืนได้ โดยเป็นขบวนการหาลูกค้ามาจ่ายเงินแลกกับการเข้ามาเป็นข้าราชการในขบวนการสอบครั้งต่อไป และปีถัดไป
“คนพวกนี้ เมื่อตัวเองจ่ายเงินเพื่อเข้าเป็นข้าราชการก็ไปหาลูกค้าในลักษณะที่ตัวเองเคยจ่ายเงินสอบเข้าเป็นข้าราชการซึ่งเหมือนพวกแชร์ลูกโซ่โดยจะใช้สักกี่รายจึงจะใช้หนี้หมด มันลามกันเป็นลูกโซ่ เมื่อประตูบานแรกเริ่มต้นด้วยการจ่ายเงิน หลังจากนั้นจึงเรียงกันตามลำดับ เมื่อจุดเริ่มต้นชั่วแล้ว มันไม่มีตรงไหนดีเพราะทุกอย่างคือการลงทุน”
เลวร้ายที่สุด-เป็นเวรกรรม-ไม่แฟร์
ส่วนคลิปเสียงโยงถึงข้าราชการระดับสูง มีเส้นใหญ่หนุนอยู่เบื้องหลังการรับเงินโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นนั้นนายจตุพรกล่าวว่า เสียงในคลิปเป็นลักษณะการถามนำ และต้องถูกตรวจสอบว่า ทำในลักษณะใด คือ ล่อซื้อหรือทำหน้าที่เป็นสายตำรวจหรือไม่ ดังนั้น บทบาทเสียงของคนอ้างชื่อส้มในคลิปจึงต้องดูว่า ได้เล่นตามบทสายของเจ้าหน้าที่หรือไม่ และคงมีอีกหลายคลิป เพราะเป็นความตั้งใจพูด ถาม โยงให้ไปถึงเครือข่าย นอกจากนี้ การตรวจสอบต้องสอบถามมหาวิทยาลัยอื่นที่ถอนตัวออกจากการรับจัดสอบข้าราชการด้วย
“การจ่ายเงินโกงสอบ ขรก.ครั้งนี้จัดว่าเลวร้ายที่สุด เพราะเป็นการเปลี่ยนผลคะแนนการสอบเข้า เมื่อเอาคน3,000 ที่จ่ายเงินได้รับบรรจุเป็นข้าราชการแล้ว แปลความว่าต้องไปเบียดคนอีก 3,000 ที่สอบได้ ไม่มีสิทธิ์ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ จึงเป็นเวรกรรมและไม่แฟร์อย่างยิ่ง”
ขอให้คนไทยใจเย็นๆ รอดูความจริง
อีกอย่าง เสียงในคลิปที่เผยแพร่นั้น ยังจะเชื่อถือไม่ได้ เพราะบางคำพูดเป็นการถามนำ แล้วโยงถึงญาติของเครือข่ายระดับนำโดยไม่จำเป็น ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หาความจริงออกมาให้ได้ โดยความจริงต้องไม่ดูหน้าตาคนถูกตรวจสอบด้วยดังนั้น ประชาชนขอให้ใจเย็นๆ รอการขยายผลการสอบสวนด้วยการใช้ความจริงมาคลี่คลาย
นายจตุพร กล่าวต่อว่า ตำรวจเข้ายึดเอกสารโกงผลการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นที่สำนักงานแห่งหนึ่งนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการเฝ้าติดตามเก็บข้อมูลมาสักระยะหนึ่งแล้ว ส่วนคลิปเสียงที่เผยแพร่นั้นยังมีลักษณะแปลกๆ เช่นกันแต่นายกฯ ต้องทำคือ สอบสวนหาผู้กระทำความผิดให้ได้ โดยขณะนี้มีข้อมูลถึง 3 ส่วน จาก มศว กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และชุดจับกุม แม้ขณะนี้ ป.ป.ช.ทำหน้าที่ได้ดี แต่หลังจากนี้จะหมักดองปัญหาไว้อีกหรือไม่
รมช.ศธ.สั่งสอบกรณีครูผู้ช่วยลาออก
วันเดียวกันนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ NuNim Worasan โพสต์ข้อความว่าตนคือ นางสาวชณัฐดา วรสาร ผู้สอบผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ได้ตัดสินใจลาออกจากงานเดิม พร้อมเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักเพื่อเตรียมเข้ารับราชการ แต่ภายหลังกลับได้รับแจ้งว่ามีการเปลี่ยนแปลงลำดับบัญชีผู้สอบแข่งขันหลังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ (สพม.สมุทรปราการ) ออกประกาศฉบับใหม่ยกเลิกบัญชีเดิม จนเกิดข้อสงสัยถึงความชอบด้วยกฎหมายและความโปร่งใสของกระบวนการ
นายอัครนันท์ กล่าวว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่นิ่งนอนใจ เนื่องจากเป็นกรณีที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและอนาคตของผู้สอบแข่งขันได้โดยตรง จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างละเอียดโดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขัน และกระบวนการดำเนินการทั้งหมดว่าถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบหรือไม่
“ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะการตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมารับราชการ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต หากเกิดความผิดพลาดจากกระบวนการของภาครัฐ ผู้ได้รับผลกระทบไม่ควรต้องเป็นผู้แบกรับผลเพียงลำพัง”
ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
นายอัครนันท์ ยังกล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการบริหารราชการ หากพบว่ามีขั้นตอนใดดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้สอบแข่งขันได้ จะดำเนินการแก้ไขและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ โดยไม่เลือกปฏิบัติเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ ทุกคนที่สอบได้ด้วยความสามารถ ต้องได้รับความเป็นธรรมและทุกคำสั่งของหน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบได้
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้เร่งสรุปข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับคำตอบที่ชัดเจน หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องจนทำให้ผู้สอบแข่งขันได้รับความเสียหาย กระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาแนวทางเยียวยาตามกรอบกฎหมายอย่างเหมาะสม เพราะผู้ที่ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่างโดยสุจริต ไม่ควรต้องเป็นผู้แบกรับผลกระทบจากความผิดพลาดของระบบราชการ พร้อมย้ำว่าความเป็นธรรมไม่ได้จบแค่การตรวจสอบแต่ต้องรวมถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย หากรัฐทำให้ประชาชนเสียหาย รัฐก็ต้องรับผิดชอบและหาทางออกอย่างเป็นธรรมที่สุด
สพฐ.แจงปรับปรุงบัญชีครู
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยตามที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ (สพม.สมุทรปราการ) ได้ออกประกาศยกเลิกบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ พ.ศ. 2569 ฉบับเดิม (ลงวันที่ 17 มิ.ย. 2569) และประกาศใช้บัญชีรายชื่อฉบับใหม่(ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2569) แทน จนส่งผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบนั้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว สพฐ. มีความห่วงใยผู้ที่ได้รับผลกระทบ และเร่งดำเนินการประสานกับ สพม.สมุทรปราการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เบื้องต้นพบว่า ทางเขตพื้นที่ฯได้รับแจ้งจากสถาบันอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) ที่เป็นผู้จัดทำและตรวจข้อสอบ ว่าเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคในขั้นตอนการพิมพ์ โดยในระหว่างการจัดพิมพ์ มีข้อสอบบางชุดชำรุด โรงพิมพ์จึงได้ทำการพิมพ์ซ่อมแซม ซึ่งทำให้เนื้อหาคำถามในข้อสอบภาค ข (วิชาความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษา) เกิดการสลับกันส่งผลให้การประมวลผลคะแนนในรอบแรกคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง
จากนั้นเมื่อสถาบันอุดมศึกษาตรวจพบข้อผิดพลาดดังกล่าว จึงได้เร่งทำการตรวจสอบและประมวลผลคะแนนใหม่ทั้งหมดอย่างละเอียดทันที ซึ่งส่งผลให้ผู้เข้าสอบหลายรายได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่ถูกต้องจริง และมีผู้ผ่านเกณฑ์คะแนนรวมเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายราย ดังนั้น จึงได้ยกเลิกประกาศฉบับเก่า (ฉบับวันที่ 17 มิ.ย. 2569) และประกาศใช้บัญชีรายชื่อใหม่(ฉบับวันที่ 25 มิ.ย. 2569) แทนเพื่อให้คะแนนของทุกคนถูกต้อง ตรงกับข้อเท็จจริง และได้รับความเป็นธรรมสูงสุด
ทั้งนี้ ทางเขตพื้นที่ฯ ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้ได้รับผลกระทบได้รับทราบ ส่วนการบรรจุและแต่งตั้ง จะยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามมติที่ประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาฯ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ต่อไป
สพฐ. ขอยืนยันว่า การปรับปรุงบัญชีในครั้งนี้เป็นการกระทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้เข้าสอบทุกคนให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยุติธรรมที่สุด ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหลักการทำงานของ สพฐ. อย่างเคร่งครัด หากผู้เข้าสอบท่านใดมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ในวันและเวลาราชการ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี