วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
โต้ลั่นภรรยาไม่เกี่ยว
ปลัดมท.ด่าชั่ว
ชี้เป็นแผนดิสเครดิต
ขู่ต้องได้ผลกรรม3-7วัน
ใช้ก.ม.จัดการขั้นเด็ดขาด
คุมเข้มห้องเก็บผลสอบ
“อรรษิษฐ์” ปลัดมท.ออกโรงยัน “ภรรยา” บริสุทธิ์ ไร้เอี่ยวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้เป็นกระบวนการดิสเครดิต กลบข่าวเดินหน้าฟันคนโกง เอาผิดผู้บงการถึงที่สุด ขอให้เชื่อมั่นจะเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ลั่นตั้งแต่นั่งผู้ว่าฯ-ปลัดกระทรวง ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถ แช่งคนชั่วต้องได้รับผลกรรม
28มิ.ย.2569 เมื่อเวลา11.25น. ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงชี้แจงกรณีที่เพจ CSI LA ออกมาปล่อยคลิปเสียง โดยอ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น ณ ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยยืนยันว่า ตลอดชีวิตของตนรับราชการด้วยความซื่อสัตย์และขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงานมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมการปกครอง และ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ภรรยาทำงานบริษัทต่างชาติ
ส่วนประวัติภรรยาของตนนั้น ภรรยาตนทำงานอยู่ในบริษัทต่างชาติ และได้รับการยอมรับในฝีมือการทำงาน ซึ่งไม่คุ้นเคยกับระบบการเมืองและระบบราชการแบบบ้านเรา พร้อมยืนยันด้วยเกียรติของปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าข้อมูลต่างๆที่เผยแพร่ว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นเท็จทั้งสิ้น ซึ่งตนเชื่อมั่นในหลักธรรม ว่าผู้จงใจกล่าวเท็จ หรือ ทำผิดแล้วจงใจปฏิเสธ จะได้รับผลชั่วนั้นภายใน 3-7 วันอย่างแน่นอน ฉะนั้นตนจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน หรือ เรื่องส่วนตัว เพื่อความถูกต้องและชอบธรรม
เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการเลื่อยเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย เติบโตรับราชการตามลำดับ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าตนไม่เคยทำอะไรที่ไม่ถูก หรือ มีเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่เมื่อมีข่าวออกมาเกี่ยวกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น ตนเป็นคนแรกที่ตัดสินใจ และปรึกษาหารือกับนายกรัฐมนตรี โดยให้อธิบดี สถ. มาประจำที่กระทรวง พร้อมกับตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่อง โดยมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ดำเนินการให้แล้วภายใน 7 วัน นอกจากนี้ ตนได้แจ้งไปยัง สถ. ให้เฝ้ารักษาสถานที่ราชการสำคัญ ซึ่งเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้ไปลงพื้นที่ไปตรวจ ก่อนเดินทางไปยังฝรั่งเศส พร้อมกำชับว่าให้ทำงานให้โปร่งใสและให้ประชาชนเชื่อมั่นมากที่สุด เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่มากและเป็นศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง
“ผมย้ำว่าต้องทำเรื่องนี้ให้จบในทุกประเด็น จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าเราจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
ไม่ให้ราคากับคลิปฉาว
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นความพยายามเล่นเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คลิปที่ออกมาทุกคนทราบดีว่ามาจากต่างประเทศ และอ้างถึงภรรยาของตนว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยืนยันว่าประวัติของภรรยาไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกับราชการ จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความพยายามเผยแพร่ออกมากลบข่าวอื่นหรือไม่ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวหันเหประเด็นมาที่ตนแทน ทั้งที่การกล่าวหาดังกล่าวไม่มีหลักฐานแน่ชัด ตนจึงไม่ให้ค่าอะไร แต่อย่างไรก็จะต้องหาผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ยืนยันว่าตนไม่รู้จักกับบุคคลในคลิปเสียง และการที่พูดถึงผู้ใหญ่บ้านเมืองก็ทำให้บุคคลดังกล่าวเสียหาย
เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดคลิปดังกล่าวขึ้น เป็นเพราะได้โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัด ภูเก็ตจนกลายเป็นเป้าโจมตีหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่าขอให้ไปสอบถามคนที่ทำว่ามีวัตถุประสงค์อะไร แต่ หน้าที่ของตนคือต้องทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย ซึ่งตนเป็นผู้โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองคน เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้วไม่ถูกแก้ไขและนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วย จึงเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยเรื่อยอย่างแน่นอน
แฉมีคนดิสเครดิต
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับภรรยาแล้วหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนบอกกับภรรยาว่าเป็นภรรยาของปลัดกระทรวงไม่ใช่เรื่องที่ง่าย บางทีปลัดก็โดนภัยรุมเร้า หรือ โดนทำร้ายบ้าง บางทีทำร้ายปลัดไม่ได้ก็ไปหาคนใกล้ตัวปลัด ซึ่งตนก็ได้ให้กำลังใจว่านี่แหละภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะมีคนไม่หวังดีกับตนที่จะพยายามมุ่งหวังดิสเครดิต
เมื่อถามว่าเป็นเพราะปัญหาความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทยใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ชีวิตตนไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร ทำงานด้วยหน้าที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ ฉะนั้นความขัดแย้งถ้าจะเกิดขึ้น อาจเกิดจากคนอื่นๆที่อาจชักนำ หรือ เสี้ยม แต่ถ้ามีสติและคิดได้ ว่าเราอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญและทำงานเพื่อประชาชน ก็อย่าไปคิด ให้คิดแต่เรื่องของตัวเองเป็นหลักเพราะนี่คือหน้าที่
“ตั้งแต่วันแรกที่สอบรับราชการเข้ามา ไม่มีใครรู้ ว่าสุดท้ายจะอยู่ที่ตำแหน่งอะไร แต่เมื่อ ทำงานมาเรื่อยๆก็ทำให้บางคนเติบโต เพราะยึดตามพระราโชบาย เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และ รู้รักสามัคคี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กร ใครก็ตามที่ทำลายความสามัคคี สร้างความแตกแยกภายในองค์กร คนนั้นจะต้องได้รับผลกรรมในอนาคตอย่างแน่นอน“ นายอรรษิษฐ์ กล่าว
คุมเข้มห้องผลสอบท้องถิ่น
นายอรรษิษฐ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการสอบสวนกระบวนการทุจริตสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า ตามที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ได้มีข้อมูลเพิ่มขึ้น และ พร้อมที่จะรายงานเมื่อครบกำหนดต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะนำผลสอบข้อเท็จจริงไปสู่การขยายผล ซึ่งจะต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนและโปร่งใสที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของกระทรวงมหาดไทย และเชื่อมั่นว่าเราทำงานอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ให้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อคืนนี้ วันที่ 27 มิ.ย. ได้เดินทางไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด้วยตนเอง เพื่อติดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาเอกสารและไฟล์ผลการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า นายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่งและได้สั่งการให้ตนกำชับ สั่ง อส. ไปเฝ้าสถานที่ สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ โดนนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปลงพื้นที่ด้วยตัวเองและได้เห็นว่าได้มีการคุ้มกันสถานที่อีกอย่างรอบคอบรัดกุม
ต้องสาวให้ถึงต้นตอ
เมื่อถามถึงกรณีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตรวจพบผู้สวมสิทธิสอบราชการ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าจะต้องตรวจสอบจนถึงกระบวนการสุดท้าย ให้ถึงต้นตอคนสำคัญ ไม่เอาแค่คนที่เราจับได้ว่าทำความผิด แต่ต้องดูว่าเขาติดต่อกับใครด้วย ใครเกี่ยวข้องต้องโดนทั้งหน้ากระดาน พร้อมย้ำว่า จะดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยและอาญาควบคู่กันไป
เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้สามารถกู้วิกฤติศรัทธาของประชาชนกับการสอบข้าราชการท้องถิ่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กำลังตรวจสอบดูอยู่ว่ามีจุดใดบ้าง เพราะจากการแจ้งเบาะแสมา ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดก็ทราบ ดีและกำลังดูแลในพื้นที่ของตนเองอยู่ ส่วนผู้ที่เสียหายนั้น ก็ขออย่านิ่งนอนใจและคิดว่าช่างมัน เพราะจะเป็นการปล่อยให้คนชั่วลอยนวล
เมื่อถามว่า กรณีปลัดจังหวัดภูเก็ตถูกควบคุมตัว หากถูกปล่อยตัว จะมีการเรียกมาสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ดูเรื่องคดีอาญา แต่หากมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เขาก็จะส่งข้อมูลมาที่ทางมหาดไทย เพื่อให้กระทรวงสอบสวนต่อว่ามีใครเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วยหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีคำสั่งยกเลิกประกาศชะลอการรายงานตัวข้าราชการใหม่ ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยให้มารายงานตัวตามปกติ ว่า หากผู้ที่ได้รับสิทธิคัดเลือก ไม่ไปรายงานตัวก็จะถือว่าสละสิทธิ
ยืนยันเอาผิดให้ถึงที่สุด
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์กรณีพบการทุจริตสวมสิทธิสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของ ปภ.ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่า จะดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงผู้จ้างวานรวมถึงขบวนการรับจ้างสอบ
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27มิ.ย.เป็นการสอบคัดเลือกข้าราชการของ ปภ.ซึ่งดำเนินการสอบมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเมื่อวานเป็นการสอบครึ่งวัน มีสนามสอบทั้งหมด 4 แห่ง ตนได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยทุกสนามสอบ และกำชับให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทุกศูนย์สอบ เพื่อป้องกันการทุจริตในทุกรูปแบบ ซึ่งระหว่างการสอบคณะกรรมการคุมสอบประจำสนามสอบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สังเกตเห็นว่าผู้เข้าสอบรายหนึ่งมีใบหน้าดูสูงวัย ไม่สอดคล้องกับภาพในบัตรประจำตัวประชาชน จึงเกิดข้อสงสัยและแจ้งมายังตน ตนจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมหน้าห้องสอบ ไม่ให้บุคคลดังกล่าวออกจากห้องจนกว่าจะสอบเสร็จ เนื่องจากมาตรการสอบของ ปภ.เข้มงวด ผู้เข้าสอบสามารถนำเข้าได้เพียงดินสอ 2B เท่านั้น ภายหลังสอบเสร็จ นายธีรพัฒน์ ระบุว่า บุคคลดังกล่าวอ้างว่าทำคีโม จึงทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไป แต่ตนเห็นว่าไม่น่าเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงจนจำไม่ได้ จึงสั่งตรวจสอบลายนิ้วมือ ก่อนพบว่าเป็นบุคคลอื่นที่มาสอบแทน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว และผู้อำนวยการสนามสอบได้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ได้ประสานตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด และขยายผลหาต้นตอของขบวนการ เบื้องต้นทราบว่าบุคคลดังกล่าวอาจเคยรับจ้างสอบแทนมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากมีท่าทีค่อนข้างนิ่ง จึงต้องให้ตำรวจสืบสวนว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร พร้อมย้ำว่าเรื่องลักษณะนี้จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ และ ปภ. ได้วางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ ส่วนจะประเมินหรือไม่ว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันได้ยกระดับมาตรการสอบ โดยกำหนดให้ผู้เข้าสอบสวมเสื้อยืดสีขาวของกรม กางเกงวอร์ม รองเท้าแตะ และนำสัมภาระออกจากตัวทั้งหมด เพื่อป้องกันการส่งสัญญาณหรือการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาเคยตรวจพบและจับกุมได้หลายครั้ง ส่วนกรณีผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันหรือไม่ เป็นเรื่องในสำนวนที่ตำรวจจะดำเนินการต่อ
ไม่กระทบผู้สอบรายอื่น
ส่วนจะเป็นขบวนการหรือไม่นั้น นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบเพียงผู้ต้องหารายเดียว ตนได้เดินตรวจเกือบทุกห้องสอบ การสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบความผิดปกติอื่น ขอให้มั่นใจว่า ขณะนี้เป็นกรณีของผู้เข้าสอบแทนเพียงคนเดียว ไม่กระทบผลการสอบของผู้สมัครรายอื่น เพราะเราเตรียมระบบสอบและมาตรการป้องกันมาอย่างรัดกุมทุกขั้นตอน พยายามอุดทุกช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมจับตา และเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี